ย่อ / หลักกฎหมาย
1จำเลยกระทำอย่างไรเป็นปัญหาข้อเท็จจริง แต่การกระทำนั้นจะเป็นความผิดหรือไม่เป็นปัญหาข้อ ก.ม. ในการวินิจฉัยข้อกฎหมายจำต้องอาศัยข้อเท็จจริงต่าง ๆ ประกอบ เมื่อขาดข้อเท็จจริงบางอย่างเช่นขวากวางห่างหัวคันนาเพียงใดแล้วก็หาอาจวินิจฉัยได้ไม่ว่าจำเลยมีเจตนาจะให้ผู้เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก.โจทก์ฟ้อง
2จำเลยให้การรับสารภาพได้ว่าจำเลยใช้ขวากปักไว้ริมคันนาในเขตนาของจำเลยเพื่อมิให้ผู้อื่นลงไปเหยียบย่ำต้นข้าวในนา นายเกิดเดินไปตามคันนาลื่นล้มเท้าถูกขวากมีบาดเจ็บ ศาลชั้นต้นและ
3ศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดตาม ก.ม.ที่ฟ้อง ให้ยกฟ้อง
4โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อ ก.ม.ว่าตามข้อเท็จจริงที่แสดงไว้ข้างต้นจำเลยควรจะมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔
5ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีเจตนาหรือไม่ที่จะให้ผู้ที่เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก ข้อนี้มีปัญหา.ในการวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ต้องอาศัยข้อเท็จจริงต่าง ๆ เช่น ข้อเท็จจริงที่ว่าขวากนั้นวางห่างคันนามากน้อยเพียงใดเป็นต้น ข้อเท็จจริงข้อนี้ไม่ปรากฏจึงวินิจฉัยไม่ด้ว่าจำเลยมีเจตนาที่จะให้ผู้ที่เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก นายเกิดได้รับบาดเจ็บจากขวากจึงมิใช่เนื่องมาจากการกระทำโดยเจตนาของฝ่ายจำเลย ๆ ไม่มีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔
6พิพากษายืน. ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1561/2499อัยการจังหวัดลพบุรีโจทก์นายนาค มังกรทองจำเลย ป.อ. ม. 254, ม. 43 ป.วิ.อ. ม. 185, ม. 222จำเลยกระทำอย่างไรเป็นปัญหาข้อเท็จจริง แต่การกระทำนั้นจะเป็นความผิดหรือไม่เป็นปัญหาข้อ ก.ม. ในการวินิจฉัยข้อกฎหมายจำต้องอาศัยข้อเท็จจริงต่าง ๆ ประกอบ เมื่อขาดข้อเท็จจริงบางอย่างเช่นขวากวางห่างหัวคันนาเพียงใดแล้วก็หาอาจวินิจฉัยได้ไม่ว่าจำเลยมีเจตนาจะให้ผู้เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก.โจทก์ฟ้อง
7จำเลยให้การรับสารภาพได้ว่าจำเลยใช้ขวากปักไว้ริมคันนาในเขตนาของจำเลยเพื่อมิให้ผู้อื่นลงไปเหยียบย่ำต้นข้าวในนา
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1นายเกิดเดินไปตามคันนาลื่นล้มเท้าถูกขวากมีบาดเจ็บ ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดตาม ก.ม.ที่ฟ้อง ให้ยกฟ้อง
2โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อ ก.ม.ว่าตามข้อเท็จจริงที่แสดงไว้ข้างต้นจำเลยควรจะมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔
3ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีเจตนาหรือไม่ที่จะให้ผู้ที่เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก ข้อนี้มีปัญหา.ในการวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ต้องอาศัยข้อเท็จจริงต่าง ๆ เช่น ข้อเท็จจริงที่ว่าขวากนั้นวางห่างคันนามากน้อยเพียงใดเป็นต้น ข้อเท็จจริงข้อนี้ไม่ปรากฏจึงวินิจฉัยไม่ด้ว่าจำเลยมีเจตนาที่จะให้ผู้ที่เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก นายเกิดได้รับบาดเจ็บจากขวากจึงมิใช่เนื่องมาจากการกระทำโดยเจตนาของฝ่ายจำเลย ๆ ไม่มีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔
4พิพากษายืน.(ศิลปสิทธิวินิจฉัย-ประวัติ ปัตตพงศ์-ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์)ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสุเมธ นวศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิทักษ์มนูศาสแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้อง
5จำเลยให้การรับสารภาพได้ว่าจำเลยใช้ขวากปักไว้ริมคันนาในเขตนาของจำเลยเพื่อมิให้ผู้อื่นลงไปเหยียบย่ำต้นข้าวในนา นายเกิดเดินไปตามคันนาลื่นล้มเท้าถูกขวากมีบาดเจ็บ ศาลชั้นต้นและ
6ศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดตาม ก.ม.ที่ฟ้อง ให้ยกฟ้อง
7โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อ ก.ม.ว่าตามข้อเท็จจริงที่แสดงไว้ข้างต้นจำเลยควรจะมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔
8ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีเจตนาหรือไม่ที่จะให้ผู้ที่เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก ข้อนี้มีปัญหา.ในการวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ต้องอาศัยข้อเท็จจริงต่าง ๆ เช่น ข้อเท็จจริงที่ว่าขวากนั้นวางห่างคันนามากน้อยเพียงใดเป็นต้น ข้อเท็จจริงข้อนี้ไม่ปรากฏจึงวินิจฉัยไม่ด้ว่าจำเลยมีเจตนาที่จะให้ผู้ที่เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก นายเกิดได้รับบาดเจ็บจากขวากจึงมิใช่เนื่องมาจากการกระทำโดยเจตนาของฝ่ายจำเลย ๆ ไม่มีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔
9พิพากษายืน.
(ศิลปสิทธิวินิจฉัย - ประวัติ ปัตตพงศ์ - ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์)
ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสุเมธ นวศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิทักษ์มนูศาส