คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1561/2499 ย่อ (หลักกฎหมาย) จำเลยกระทำอย่างไรเป็นปัญหาข้อเท็จจริง แต่การกระทำนั้นจะเป็นความผิดหรือไม่เป็นปัญหาข้อ ก.ม. ในการวินิจฉัยข้อกฎหมายจำต้องอาศัยข้อเท็จจริงต่าง ๆ ประกอบ เมื่อขาดข้อเท็จจริงบางอย่างเช่นขวากวางห่างหัวคันนาเพียงใดแล้วก็หาอาจวินิจฉัยได้ไม่ว่าจำเลยมีเจตนาจะให้ผู้เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก.โจทก์ฟ้องจำเลยให้การรับสารภาพได้ว่าจำเลยใช้ขวากปักไว้ริมคันนาในเขตนาของจำเลยเพื่อมิให้ผู้อื่นลงไปเหยียบย่ำต้นข้าวในนา นายเกิดเดินไปตามคันนาลื่นล้มเท้าถูกขวากมีบาดเจ็บ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดตาม ก.ม.ที่ฟ้อง ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อ ก.ม.ว่าตามข้อเท็จจริงที่แสดงไว้ข้างต้นจำเลยควรจะมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีเจตนาหรือไม่ที่จะให้ผู้ที่เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก ข้อนี้มีปัญหา.ในการวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ต้องอาศัยข้อเท็จจริงต่าง ๆ เช่น ข้อเท็จจริงที่ว่าขวากนั้นวางห่างคันนามากน้อยเพียงใดเป็นต้น ข้อเท็จจริงข้อนี้ไม่ปรากฏจึงวินิจฉัยไม่ด้ว่าจำเลยมีเจตนาที่จะให้ผู้ที่เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก นายเกิดได้รับบาดเจ็บจากขวากจึงมิใช่เนื่องมาจากการกระทำโดยเจตนาของฝ่ายจำเลย ๆ ไม่มีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1561/2499อัยการจังหวัดลพบุรีโจทก์นายนาค มังกรทองจำเลย ป.อ. ม. 254, ม. 43 ป.วิ.อ. ม. 185, ม. 222จำเลยกระทำอย่างไรเป็นปัญหาข้อเท็จจริง แต่การกระทำนั้นจะเป็นความผิดหรือไม่เป็นปัญหาข้อ ก.ม. ในการวินิจฉัยข้อกฎหมายจำต้องอาศัยข้อเท็จจริงต่าง ๆ ประกอบ เมื่อขาดข้อเท็จจริงบางอย่างเช่นขวากวางห่างหัวคันนาเพียงใดแล้วก็หาอาจวินิจฉัยได้ไม่ว่าจำเลยมีเจตนาจะให้ผู้เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก.โจทก์ฟ้องจำเลยให้การรับสารภาพได้ว่าจำเลยใช้ขวากปักไว้ริมคันนาในเขตนาของจำเลยเพื่อมิให้ผู้อื่นลงไปเหยียบย่ำต้นข้าวในนา คำพิพากษา นายเกิดเดินไปตามคันนาลื่นล้มเท้าถูกขวากมีบาดเจ็บ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดตาม ก.ม.ที่ฟ้อง ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อ ก.ม.ว่าตามข้อเท็จจริงที่แสดงไว้ข้างต้นจำเลยควรจะมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีเจตนาหรือไม่ที่จะให้ผู้ที่เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก ข้อนี้มีปัญหา.ในการวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ต้องอาศัยข้อเท็จจริงต่าง ๆ เช่น ข้อเท็จจริงที่ว่าขวากนั้นวางห่างคันนามากน้อยเพียงใดเป็นต้น ข้อเท็จจริงข้อนี้ไม่ปรากฏจึงวินิจฉัยไม่ด้ว่าจำเลยมีเจตนาที่จะให้ผู้ที่เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก นายเกิดได้รับบาดเจ็บจากขวากจึงมิใช่เนื่องมาจากการกระทำโดยเจตนาของฝ่ายจำเลย ๆ ไม่มีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔ พิพากษายืน.(ศิลปสิทธิวินิจฉัย-ประวัติ ปัตตพงศ์-ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์)ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสุเมธ นวศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิทักษ์มนูศาสแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องจำเลยให้การรับสารภาพได้ว่าจำเลยใช้ขวากปักไว้ริมคันนาในเขตนาของจำเลยเพื่อมิให้ผู้อื่นลงไปเหยียบย่ำต้นข้าวในนา นายเกิดเดินไปตามคันนาลื่นล้มเท้าถูกขวากมีบาดเจ็บ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดตาม ก.ม.ที่ฟ้อง ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อ ก.ม.ว่าตามข้อเท็จจริงที่แสดงไว้ข้างต้นจำเลยควรจะมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีเจตนาหรือไม่ที่จะให้ผู้ที่เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก ข้อนี้มีปัญหา.ในการวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ต้องอาศัยข้อเท็จจริงต่าง ๆ เช่น ข้อเท็จจริงที่ว่าขวากนั้นวางห่างคันนามากน้อยเพียงใดเป็นต้น ข้อเท็จจริงข้อนี้ไม่ปรากฏจึงวินิจฉัยไม่ด้ว่าจำเลยมีเจตนาที่จะให้ผู้ที่เดินนอกนาต้องได้รับบาดเจ็บจากขวาก นายเกิดได้รับบาดเจ็บจากขวากจึงมิใช่เนื่องมาจากการกระทำโดยเจตนาของฝ่ายจำเลย ๆ ไม่มีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔ พิพากษายืน. องค์คณะ: ศิลปสิทธิวินิจฉัย - ประวัติ ปัตตพงศ์ - ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา