D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา
พบ 24 ฉบับ · กฎหมาย กฎหมายลักษณะอาญา · คำสำคัญ พิพากษาเกินคำขอ ✕
หน้า 1 / 2

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 434-435/2505 ยืน อาญา มี 2 ฉบับ

นายวิไล เบ็ญจลักษณ์โจทก์ นายเกษม สุขุม กับพวกรวม 3 คนจำเลย นายวิไล ฯลฯโจทก์ นายผ่อง ชำนาญกิจจำเลย

เมื่อผู้จัดการของนิติบุคคลกระทำการซึ่งมีมูลเป็นความผิดทางอาญา แม้จะกระทำในกิจการของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคล ผู้จัดการนั้นก็อาจถูกควบคุมในระหว่างสอบสวนได้ในเมื่อตกเป็นผู้ต้องหา

ป.วิ.อ. มาตรา 7ป.วิ.อ. มาตรา 15ป.วิ.อ. มาตรา 84ป.วิ.พ. มาตรา 141ป.วิ.พ. มาตรา 142ป.วิ.พ. มาตรา 246 +6 องค์คณะ: พจน์ ปุษปาคม · ไชยเจริญ สันติศิริ · อรรถไพศาลศรุดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 278-279/2501 ยืน อาญา มี 4 ฉบับ

พนักงานอัยการกรมอัยการ และห้างตั้งท่งฮวด ฯลฯ โจทก์ นายเซ้ง หรือปรีชัย กับพวก จำเลย

การรวมกระทงลงโทษ เมื่อรวมโทษทุกกระทงเข้าด้วยกันแล้วจะลงโทษเกินกว่าอัตราขั้นสูงได้ การที่จำเลยเขียนชื่อและประทับตราชื่อห้างร้านที่ไม่มีตัวจริงแต่เป็นห้างร้านที่สมมุตขึ้นและใช้ชื่อและประทับตราที่สมมุตขึ้นในการออกเช็คสั่งจ่ายหรือสลักหลังเช็คที่ไม่มีห้างร้านตัวจริง เป็นผิดฐานปลอมหนังสือทั้งฉบับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2500 ยืน อาญา มี 4 ฉบับ

อัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา และนายซำ แซ่อึ้ง โจทก์ นายแดง สายรัศมี นายเลิศ หรือบุญเลิศ จิตรตุลาวัฒน์ จำเลย

ต้องคำพิพากษาให้ลงโทษก่อน 8 พ.ย.2499 และพ้นโทษไปแล้วก่อนวันที่ พ.ร.บ.ล้างมลทินในโอกาศครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ.2499 ใช้บังคับ (13 พ.ค.2500) ดังนี้ ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดในคดีนั้น คดีมีฎีกาและศาลฎีกาพิพากษาหลังวันที่ 13 พ.ค.2500 ศาลฎีกาย่อมพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่างว่า…

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 72ป.วิ.อ. มาตรา 214ป.วิ.อ. มาตรา 225ป.วิ.อ. มาตรา 15 +3 องค์คณะ: ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ดุลยกรณ์พิทารณ์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2016/2500 แก้ ประชุมใหญ่ มี 2 ฉบับ

อัยการจังหวัดร้อยเอ็ด และ นางนางสัตนาโค, นางด้วง เอกวงษา ,นายเชิด โลหะบาลโจทก์ นายสุด สานุกิจจำเลย

นาแปลงที่จำเลยบุกรุก โจทก์ร่วมได้โอนไปให้บุตรและบุตรไปแจ้ง ส.ค.1 แล้ว โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่เจ้าของที่นาดังกล่าว ดังนั้นการร้องทุกข์ของโจทก์ร่วมจึงไม่เป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมาย วันที่ 16 มี.ค.99 จำเลยเข้าไปบุกรุกยกคันนา นายเชิดผู้เสียหาย(โจทก์ร่วมอีกคนหนึ่ง) ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ๆ ห้ามจำเลย…

ป.วิ.พ. มาตรา 55ป.วิ.พ. มาตรา 172ป.วิ.พ. มาตรา 182ป.วิ.พ. มาตรา 183ป.วิ.อ. มาตรา 2ป.วิ.อ. มาตรา 39 +5 องค์คณะ: ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1178/2499 ยืน มี 2 ฉบับ

อัยการจังหวัดอุบลราชธานีโจทก์ นายบุญศรี ถกลโยธิน หรือท้าวบุญตุ้ม ก่อนักรบ ที่ 1จำเลย นายชี พละสูน หรือท้าวพละ พละสูน ที่ 2จำเลย นายเม้า หรือบุนนาค หรือนาค บุญทว

การที่ฟ้องของโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 104 และศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตราที่ฟ้อง แต่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อ้างพระราชบัญญัติที่แก้ไขมาตราที่กล่าวมานั้นต่างกันเช่นนี้หาใช่เป็นการตัดสินนอกฟ้องไม่ เพราะบทบัญญัติของการแก้ไขแต่ละคราวก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของมาตราเดิมนั่นเอง

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 104ป.วิ.อ. มาตรา 192 องค์คณะ: ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 570/2499 แก้ อาญา มี 2 ฉบับ

พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์ นายแอ๊ด กลิ่นชูใจจำเลย

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 73 แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าจะต้องเพิ่มโทษจำเลยตาม มาตรา 72 ศาลก็เพิ่มโทษจำเลยตาม มาตรา 72 ได้ไม่เป็นการเกินคำขอ จำเลยทำการชิงทรัพย์และได้ทำให้ทรัพย์ของเจ้าทรัพย์เสียหายด้วยเมื่อปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเกิดขึ้นในสถานที่เดียวกันในเวลาติดต่อเนื่องกันด้วยเจตนามุ่งหวัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 239/2498 ยกฎีกา มี 2 ฉบับ

อัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานีโจทก์ ส.ต.ต.สุชาติ ที่ 1 ส.ต.ต.ประสงค์ ที่ 2จำเลย

ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสตาม มาตรา 256 ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยผิดฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บไม่สาหัสตามมาตรา 254 วางกำหนดโทษจำคุก 6 เดือน โจทก์อุทธรณ์ต่อมาขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสตาม มาตรา 256 เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าบาดเจ็บไม่สาหัสก็มีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บไม่สาหัส…

ป.วิ.อ. มาตรา 192กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256 องค์คณะ: ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2497 ยืน อาญา มี 4 ฉบับ

อัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ นายจำนงค์ พักรอด จำเลย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำร้ายร่างกายบาดเจ็บโดยเจตนาขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249,60 ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทำร้ายร่างกายบาดเจ็บศาลก็ลงโทษจำเลยตามมาตรา 254 ได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา192 วรรคท้าย ไม่เกินคำขอ (อ้างฎีกาที่ 971/2494)

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254ป.วิ.อ. มาตรา 192 องค์คณะ: พิบูลย์ไอศวรรย์ · มนูภันย์วิมลสาร · ประศาสน์วินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1438/2497 ยืน อาญา มี 4 ฉบับ

อัยการศาลทหารกรุงเทพฯ โจทก์ จ่าอากาศโทจรูญ ศรไพบูลย์ จำเลย

โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยได้ขับรถยนต์ซึ่งห้ามล้อมือเสียใช้การไม่ได้ไปตามถนนหลวงด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังโดยหลีกรถในที่คับขัน เป็นเหตุให้รถที่จำเลยขับชนคนด้วย ดังนี้ศาลวินิจฉัยว่า จำเลยได้หลีกรถในที่คับขันเป็นเหตุให้ชนคนตายโดยประมาท จึงหาเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องไม่

ป.วิ.อ. มาตรา 158กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 252 องค์คณะ: มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2497 ยืน อาญา มี 4 ฉบับ

พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ และนางสาวยู่เจ็ง เจี่ยตระกูล โจทก์ นายถนอม โพธิหิรัญ ที่ 1 จำเลย นายกิ่ง หรือทิม พลายยง ที่ 2 จำเลย นายจำลอง เมฆพะยับ ที่ 3

อัยการและผู้เสียหายต่างอุทธรณ์ด้วยกัน โดยผู้เสียหายขอให้ศาลอุทธรณ์อย่ารอการลงโทษแก่จำเลย อัยการขอให้ศาลอุทธรณ์ลงโทษให้หนักขึ้น ดังนี้ ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาตามคำขอของอัยการได้ ไม่เป็นการเกินคำขอ

ป.วิ.อ. มาตรา 192กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 276 องค์คณะ: มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 892/2497 ยืน มี 2 ฉบับ

อัยการเพ็ชรบุรีโจทก์ นายชั้น เทศทันจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 28

โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในความครอบครอง และขอให้ศาลสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของ ศาลจะสั่งคืนตามคำขอไม่ได้ เพราะปืนของกลางไม่มีทะเบียน ใครครอบครองย่อมมีความผิด การสั่งคืนแก่เจ้าของย่อมเป็นการขัดต่อกฎหมายในตัวและศาลจะสั่งริบก็มิได้ เพราะโจทก์มิได้ขอไว้เป็นการเกินคำขอ

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 28ป.วิ.อ. มาตรา 192 องค์คณะ: วิเทศจรรยารักษ์ · นนทปัญญา · มนูกิจ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 253/2494 ยืน อาญา มี 4 ฉบับ

พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ พันตรีสอาด ขมะสุนทรที่ 1 , นายสนั่น นาควัชระที่ 2 , นายวิเชียร รัตนรังษีที่ 3

คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 223,304 นั้นอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุตติธรรม แม้หนังสือที่ปลอมจะเป็นหนังสือสำคัญอันจะเป็นความผิดตามมาตรา 224,225 ซึ่งมีอัตราโทษเกินอำนาจศาลแขวงก็ดี ก็เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกความประสงค์ของโจทก์จึงเป็นคดีที่ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้อยู่นั่นเอง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2494 ยืน อาญา มี 4 ฉบับ

อัยการอ่างทอง โจทก์ นายโมก สิงห์ทอง จำเลย

โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายมีบาดแผลถึงบาดเจ็บ โดยจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย แต่ลูกปืนที่ใช้ยิงมีแรงระเบิกไม่แรงพอ ผู้เสียหายจึงไม่ตาย ขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าคนตายตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249,60 ดังนี้ เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลยมีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 254 ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานทำร้าย่างกายตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2491 แก้ อาญา มี 4 ฉบับ

อัยการกาญจนบุรี โจทก์ นายเบิ้ม ประทุมสูตร จำเลย

ฟ้องหาว่าจำเลยหน่วงเหนี่ยวกักขังคนเพื่อเอาสินไถ่ อ้างบทกฎหมายขอให้ลงโทษ เพียงกฎหมายลักษณะมาตรา 270 เท่านั้น ย่อมต้องเข้าใจว่าหมายถึงมาตรา 270 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย(ฉบับที่ 4)2477 แล้ว ศาลลงโทษตามพระราชบัญญัติที่แก้ไขเพิ่มเติมได้ไม่เป็นการเกินคำขอท้ายฟ้อง

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 270กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 71ป.วิ.อ. มาตรา 158ป.วิ.อ. มาตรา 192 องค์คณะ: ศิลปสิทธิวินิจฉัย · จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 881/2491 ยืน มี 2 ฉบับ

อัยยการอุบลราชธานีโจทก์ นายหมอก วงษ์ภูธร กับพวกจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 65, ม. 63

ฟ้องขอให้ลงโทษฐานตัวการ แต่ศาลเห็นว่า จำเลยมีผิดฐานสมรู้เท่านั้น ศาลก็ลงโทษฐานสมรู้ ซึ่งมีโทษเบากว่าตัวการได้ หาเป็นการนอกฟ้องเกินคำขอไม่

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 65กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 63 องค์คณะ: ปรีชาวินิจฉัย · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ทรงนิติกรณ์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 493/2489 แก้ อาญา มี 4 ฉบับ

อัยการราชบุรี โจทก์ นายสนัด มลิพันธ์ กับพวก จำเลย

ฟ้องโจทก์ว่า จำเลยใช้เครื่องมือผิดกฎหมายกระทำผิด มิได้ระบุเจาะจงไปว่า เป็นสิ่วของกลางในคดีและไม่มีคำขอให้ริบทรัพย์ดังนี้ศาลสั่งริบสิ่วนั้นไม่ได้ เกินคำขอ การริบของกลางเป็นโทษทางอาญาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีฝ่ายใดคัดค้าน ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 189-190/2489 อาญา มี 2 ฉบับ

อัยการประจวบคีรีขันธ์โจทก์ นายเจือ สาสุข ที่ 1 นายอาบ ที่ 2 นายเริ่ม ที่ 3จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 63, ม. 65, ม. 301

พฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นตัวการปล้นทรัพย์ โจทก์ฟ้องบรรยายการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานสมรู้ในการปล้น และอ้างบทขอให้ลงโทษฐานสมรู้ ทางพิจารณาสมฟ้องแม้จะได้ความต่อไปว่าจำเลยเป็นตัวการปล้นทรัพย์ด้วยก็ลงโทษฐานเป็นตัวการปล้นทรัพย์ไม่ได้ เพราะเกินคำขอ แต่ลงโทษฐานสมรู้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 98/2487 อาญา มี 4 ฉบับ

อัยการตรัง โจทก์ นายงินแส แซ่เตียว จำเลย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยนำไพ่กระดาษจากเมืองต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยมิได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพสามิตขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติไพ่ พ.ศ.2481 มาตรา 4 และให้ริบไพ่ของกลางดั่งนี้ ศาลจะพิพากษาให้ริบไพ่ของกลางนั้นไม่ได้ ส่วนการที่จะเป็นผิดตามมาตราอื่นนั้นศาลจะยกขึ้นมาพิจารณาเพื่อริบไพ่ไม่ได้ เป็นการนอกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 260/2486 อาญา มี 4 ฉบับ

อัยการราชบุรี โจทก์ นายสงวน ทองคำขาว จำเลย

พนักงานเทสบาลเก็บเงินพาสีโรงร้านจากพนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากสัตร์แล้วทุจริตยักยอกไว้เปนประโยชน์ส่วนตัว แม้ทรัพย์สินมหากสัตร์ไม่ต้องเสียพาสี จำเลยก็คงมีผิดถานยักยอกเงินของเทสบาล พนักงานเทสบาลเปนเจ้าพนักงานตามความไนกดหมายลักสนะอาญาแล้ว โจทฟ้องขอไห้ลงโทสตาม ม.131 และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 350/2485 แพ่ง ประชุมใหญ่ มี 4 ฉบับ

นายบุญพึ่ง พรหมพงษ์ โจทก์ หมื่นกรประชานันท์ กับพวก จำเลย

ฟ้องเรียกค่าจ้างทำทำนบปิดปากห้วยตามสัญญา คู่สัญญาโต้เถียงกันข้อเดียวว่าทำถูกต้องตามสัญญาหรือไม่ และทางการก็มิได้เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนี้ ศาลไม่ควรยกประเด็นเรื่องทำโดยไม่ได้ขออนุญาตมาตัดสิน ผู้จ้างเพียงบางคนได้ลงชื่อรับมอบการสร้างทำนบ ย่อมผูกมัดผู้จ้างคนอื่นๆ ซึ่งมีชื่อในสัญญาจ้างด้วย ประชุมใหญ่ครั้งที่ 9/85