D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1178/2499

ผล: ยืน

อัยการจังหวัดอุบลราชธานีโจทก์ นายบุญศรี ถกลโยธิน หรือท้าวบุญตุ้ม ก่อนักรบ ที่ 1จำเลย นายชี พละสูน หรือท้าวพละ พละสูน ที่ 2จำเลย นายเม้า หรือบุนนาค หรือนาค บุญทวี หรือท้าวนาคจำเลย ช่วยชาติ ที่ 3จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 104

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1การที่ฟ้องของโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 104 และศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตราที่ฟ้อง แต่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อ้างพระราชบัญญัติที่แก้ไขมาตราที่กล่าวมานั้นต่างกันเช่นนี้หาใช่เป็นการตัดสินนอกฟ้องไม่ เพราะบทบัญญัติของการแก้ไขแต่ละคราวก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของมาตราเดิมนั่นเอง

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาฐานกบถในและนอกพระราชอาณาจักรและเป็นอั้งยี่ จำเลยที่ 1, 3 รับสารภาพ จำเลยที่ 2 ปฏิเสธ

2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามสมคบกันกระทำผิดฐานกบถภายในราชอาณาจักรมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 104(1) ซึ่งแก้ไขตามพระราชบัญญัติแก้ไขกฎหมายอาญา พ.ศ. 2470 ให้จำคุกจำเลยคนละ 3 ปีลดจำเลยที่ 1, 3 ที่ให้การรับสารภาพกึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี 6 เดือนจำเลยที่ 2 อุทธรณ์

3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโดยให้ลงโทษนายชีจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา 104(1) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญา พ.ศ. 2478 (ฉบับที่ 7) มาตรา 4 (เพราะที่แก้ไขตามพระราชบัญญัติแก้ไขกฎหมายอาญา พ.ศ. 2470 นั้นยกเลิกแล้ว)นายชีจำเลยที่ 2 ฎีกาต่อมา ว่าที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2478 เป็นการนอกฟ้องศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้โจทก์ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา 104 และศาลล่างทั้งสองก็ได้ลงโทษจำเลยตามมาตรากับที่ฟ้อง การที่ศาลล่างอ้างพระราชบัญญัติที่แก้ไขมาตราที่กล่าวต่างกันมาหาใช่เป็นการตัดสินนอกฟ้องไม่ เพราะบทบัญญัติของการแก้ไขแต่ละคราวก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมาตรา 104 เดิมนั่นเอง

4พิพากษายืน

(ประวัติ ปัตตพงศ์ - ศิลปสิทธิวินิจฉัย - ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์)