ย่อ / หลักกฎหมาย
1โจทก์ฟ้องบรรยายว่าจำเลยบุกรุกเคหสถานของผู้เสียหายแล้วทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและกระทำอนาจารแก่หญิงที่เคหสถานนั้น
2ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและกระทำอนาจารแก่หญิงที่เคหสถานนั้นจริง แต่ปรากฏว่าเคหสถานนั้นเป็นของมารดาผู้เสียหาย และมารดาผู้เสียหายไม่ได้ไปร้องทุกข์ในข้อหาฐานบุกรุกดังนี้ แม้ศาลจะยกฟ้องในข้อหาฐานบุกรุกโดยเหตุที่เจ้าของเคหสถานไม่ได้ร้องทุกข์ก็ดี ศาลก็ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายและทำอนาจารได้ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความต่างกับฟ้องโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบุกรุกขึ้นไปบนเคหะสถานของนายหมึกแล้วกอดปล้ำกระทำอนาจารนางสาวผิว และทำร้ายร่างกายนายหมึกถึงบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญา มาตรา 246, 254, 329ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา 246,254 ส่วนข้อหาฐานบุกรุกนั้น ได้ความว่าเคหะสถานที่จำเลยบุกรุกเป็นของนางเล็กมารดานายหมึก และนางเล็กครอบครองอยู่มิได้ร้องทุกข์ จึงลงโทษจำเลยฐานนี้ไม่ได้
3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกาเฉพาะข้อกฎหมาย ว่าเรือนที่เกิดเหตุเป็นของนางเล็ก มิใช่เรือนนายหมึก ข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความจึงต่างกับฟ้องศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลล่างยกฟ้องในข้อหาฐานบุกรุกก็เพราะนางเล็กเจ้าของเคหะไม่ไปร้องทุกข์ หาใช่ที่เกิดเหตุที่ปรากฏใน
4ทางพิจารณา ต่างกับฟ้องไม่ เพราะที่เกิดเหตุก็คือเรือนนางเล็กซึ่งนายหมึกอยู่ร่วมด้วย ตั้งอยู่ตามตำบลในฟ้องนั้นเอง จึง
5พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2491อัยการระยองโจทก์นายฮ้วนฟู หรือฮั่นฟู แซ่เล้าจำเลย ป.วิ.อ. ม. 123, ม. 192 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 329โจทก์ฟ้องบรรยายว่าจำเลยบุกรุกเคหสถานของผู้เสียหายแล้วทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและกระทำอนาจารแก่หญิงที่เคหสถานนั้น
6ทางพิจารณาได้ความว่า
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1จำเลยได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและกระทำอนาจารแก่หญิงที่เคหสถานนั้นจริง แต่ปรากฏว่าเคหสถานนั้นเป็นของมารดาผู้เสียหาย และมารดาผู้เสียหายไม่ได้ไปร้องทุกข์ในข้อหาฐานบุกรุกดังนี้ แม้ศาลจะยกฟ้องในข้อหาฐานบุกรุกโดยเหตุที่เจ้าของเคหสถานไม่ได้ร้องทุกข์ก็ดี ศาลก็ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายและทำอนาจารได้ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความต่างกับฟ้องโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบุกรุกขึ้นไปบนเคหะสถานของนายหมึกแล้วกอดปล้ำกระทำอนาจารนางสาวผิว และทำร้ายร่างกายนายหมึกถึงบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญา มาตรา 246, 254, 329ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา 246,254 ส่วนข้อหาฐานบุกรุกนั้น ได้ความว่าเคหะสถานที่จำเลยบุกรุกเป็นของนางเล็กมารดานายหมึก และนางเล็กครอบครองอยู่มิได้ร้องทุกข์ จึงลงโทษจำเลยฐานนี้ไม่ได้
2ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกาเฉพาะข้อกฎหมาย ว่าเรือนที่เกิดเหตุเป็นของนางเล็ก มิใช่เรือนนายหมึก ข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความจึงต่างกับฟ้องศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลล่างยกฟ้องในข้อหาฐานบุกรุกก็เพราะนางเล็กเจ้าของเคหะไม่ไปร้องทุกข์ หาใช่ที่เกิดเหตุที่ปรากฏใน
3ทางพิจารณา ต่างกับฟ้องไม่ เพราะที่เกิดเหตุก็คือเรือนนางเล็กซึ่งนายหมึกอยู่ร่วมด้วย ตั้งอยู่ตามตำบลในฟ้องนั้นเอง จึง
4พิพากษายืน(นาถปรีชา-ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร-นนทปัญญา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบุกรุกขึ้นไปบนเคหะสถานของนายหมึกแล้วกอดปล้ำกระทำอนาจารนางสาวผิว และทำร้ายร่างกายนายหมึกถึงบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญา มาตรา 246, 254, 329ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา 246,254 ส่วนข้อหาฐานบุกรุกนั้น ได้ความว่าเคหะสถานที่จำเลยบุกรุกเป็นของนางเล็กมารดานายหมึก และนางเล็กครอบครองอยู่มิได้ร้องทุกข์ จึงลงโทษจำเลยฐานนี้ไม่ได้
5ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกาเฉพาะข้อกฎหมาย ว่าเรือนที่เกิดเหตุเป็นของนางเล็ก มิใช่เรือนนายหมึก ข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความจึงต่างกับฟ้องศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลล่างยกฟ้องในข้อหาฐานบุกรุกก็เพราะนางเล็กเจ้าของเคหะไม่ไปร้องทุกข์ หาใช่ที่เกิดเหตุที่ปรากฏใน
6ทางพิจารณา ต่างกับฟ้องไม่ เพราะที่เกิดเหตุก็คือเรือนนางเล็กซึ่งนายหมึกอยู่ร่วมด้วย ตั้งอยู่ตามตำบลในฟ้องนั้นเอง จึง
7พิพากษายืน
(นาถปรีชา - ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร - นนทปัญญา)