ย่อ / หลักกฎหมาย
1โจทก์ฟ้องบรรยายว่า จำเลยบุกรุกเคหะสถานของผู้เสียหายแล้วทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและกระทำอนาจารแก่หญิงที่เคหะสถานนั้น พิจารณาได้ความว่า จำเลยได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและกระทำอนาจารแก่หญิงที่เคหะสถานนั้นจริง ปรากฏว่าเคหะสถานนั้นเป็นของมารดาผู้เสียหาย และมารดาผู้เสียหายไม่ได้ไปร้องทุกข์ในข้อหาฐานบุกรุกดังนี้ แม้ศาลจะยกฟ้องในข้อหาฐานบุกรุกโดยเหตุที่เจ้าของเคหะสถานไม่ได้ร้องทุกข์ก็ดี ศาลก็ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายและทำอนาจารได้ ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความต่างกับฟ้องโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบุกรุกขึ้นไปบนเคหะสถานของนายหมึก แล้วกอดปล้ำกระทำอนาจารนางสาวผิว และทำร้ายร่างกายนายหมึกถึงบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญามาตรา๒๔๖-๒๕๔-๓๒๕. ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยตามก.ม.อาญามาตรา ๒๔๖-๒๕๔ ส่วนข้อหาฐานบุกรุกเป็นของนางเล็กมารดานายหมึกและนางเล็กครอบครองอยู่ มิได้ร้องทุกข์ จึงลงโทษจำเลยฐานนี้ไม่ได้
2ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกาเฉพาะข้อ ก.ม.ว่าเรือนที่เกิดเหตุเป็นของนางเล็ก มิใช่เรือนนายหมึก ข้อเท็จจริงพิจารณาได้ความจึงต่างกับฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลล่างยกฟ้องในข้อหาบุกรุกก็เพราะนางเล็กเจ้าของเคหะไม่ไปร้องทุกข์ หาใช่ที่เกิดเหตุก็คือเรือนนางเล็ก ซึ่งนายหมึกอยู่ร่วมด้วย ตั้งอยู่ตามตำบลในฟ้องนั้นเอง จึง
3พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2491อัยยการระยองโจทก์นายฮ้วนฟู หรือ นายฮั่นฟู แซ่เล้าจำเลย ป.อ. ม. 123, ม. 192, ม. 329โจทก์ฟ้องบรรยายว่า จำเลยบุกรุกเคหะสถานของผู้เสียหายแล้วทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและกระทำอนาจารแก่หญิงที่เคหะสถานนั้น พิจารณาได้ความว่า จำเลยได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและกระทำอนาจารแก่หญิงที่เคหะสถานนั้นจริง ปรากฏว่าเคหะสถานนั้นเป็นของมารดาผู้เสียหาย
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1และมารดาผู้เสียหายไม่ได้ไปร้องทุกข์ในข้อหาฐานบุกรุกดังนี้ แม้ศาลจะยกฟ้องในข้อหาฐานบุกรุกโดยเหตุที่เจ้าของเคหะสถานไม่ได้ร้องทุกข์ก็ดี ศาลก็ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายและทำอนาจารได้ ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความต่างกับฟ้องโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบุกรุกขึ้นไปบนเคหะสถานของนายหมึก แล้วกอดปล้ำกระทำอนาจารนางสาวผิว และทำร้ายร่างกายนายหมึกถึงบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญามาตรา๒๔๖-๒๕๔-๓๒๕. ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยตามก.ม.อาญามาตรา ๒๔๖-๒๕๔ ส่วนข้อหาฐานบุกรุกเป็นของนางเล็กมารดานายหมึกและนางเล็กครอบครองอยู่ มิได้ร้องทุกข์ จึงลงโทษจำเลยฐานนี้ไม่ได้
2ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกาเฉพาะข้อ ก.ม.ว่าเรือนที่เกิดเหตุเป็นของนางเล็ก มิใช่เรือนนายหมึก ข้อเท็จจริงพิจารณาได้ความจึงต่างกับฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลล่างยกฟ้องในข้อหาบุกรุกก็เพราะนางเล็กเจ้าของเคหะไม่ไปร้องทุกข์ หาใช่ที่เกิดเหตุก็คือเรือนนางเล็ก ซึ่งนายหมึกอยู่ร่วมด้วย ตั้งอยู่ตามตำบลในฟ้องนั้นเอง จึง
3พิพากษายืน(นาถปรีชา-ธรรมบัณฑิต-นนทปัญญา)ศาลชั้นต้น - นายสกล บุญยัษฐิติศาลอุทธรณ์ - พระนิติธรรมประกรณ์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบุกรุกขึ้นไปบนเคหะสถานของนายหมึก แล้วกอดปล้ำกระทำอนาจารนางสาวผิว และทำร้ายร่างกายนายหมึกถึงบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญามาตรา๒๔๖-๒๕๔-๓๒๕. ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยตามก.ม.อาญามาตรา ๒๔๖-๒๕๔ ส่วนข้อหาฐานบุกรุกเป็นของนางเล็กมารดานายหมึกและนางเล็กครอบครองอยู่ มิได้ร้องทุกข์ จึงลงโทษจำเลยฐานนี้ไม่ได้
4ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกาเฉพาะข้อ ก.ม.ว่าเรือนที่เกิดเหตุเป็นของนางเล็ก มิใช่เรือนนายหมึก ข้อเท็จจริงพิจารณาได้ความจึงต่างกับฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลล่างยกฟ้องในข้อหาบุกรุกก็เพราะนางเล็กเจ้าของเคหะไม่ไปร้องทุกข์ หาใช่ที่เกิดเหตุก็คือเรือนนางเล็ก ซึ่งนายหมึกอยู่ร่วมด้วย ตั้งอยู่ตามตำบลในฟ้องนั้นเอง จึง
5พิพากษายืน
(นาถปรีชา - ธรรมบัณฑิต - นนทปัญญา)
ศาลชั้นต้น - นายสกล บุญยัษฐิติศาลอุทธรณ์ - พระนิติธรรมประกรณ์