D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 622/2493

ผล: ยืน อาญา

อัยการกำแพงเพ็ชรโจทก์ นายสิบตำรวจโทพร ห้องเพ็ชรจำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ในคดีฐานทำให้เสียอิสรภาพนั้นแม้โจทก์จะกล่าวในฟ้องว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์แล้ว และจำเลยไม่ได้ต่อสู้ว่าไม่มีการร้องทุกข์ก็ดีหาก

2ทางพิจารณาได้ความเพียงผู้เสียหายไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานเฉพาะเรื่องถูกทำร้ายยังฟังไม่ได้ว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ในความผิดส่วนตัว อัยการไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้บังอาจจับกุม ฝ. และ ผ. โดยใช้อำนาจทำร้ายด้วยกำลังกายข่มขืนใจให้จำเลยควบคุมและยอมกระทำตาม โดยจำเลยไม่มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้วจำเลยบังคับเรียกและรับเงิน 1,200 บาท จาก ฝ. และ ศ. เพื่อจำเลยจะปล่อยตัวไป ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีแล้ว จำเลยปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อหาฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ ไม่ปรากฎว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์อัยการไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนฐานทุจริตต่อหน้าที่พยานโจทก์ไม่พอลงโทษจำเลย

3พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ฟังว่า ผู้เสียหายทั้ง 2 คนได้ไปแจ้งความต่ออำเภอคนหนึ่งว่า ตำรวจซ้อม อีกคนหนึ่งว่าตำรวจทำร้าย เป็นการแจ้งเฉพาะความผิดฐานทำร้ายร่างกายฐานเดียว และเพียงเท่านั้นยังไม่พอฟังว่าได้ร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121, 123

4พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า คดีเฉพาะความผิดส่วนตัวนี้ได้สอบสวนแล้วทั้งได้กล่าวไว้ในฟ้องและจำเลยก็ไม่ได้ว่าไม่มีการร้องทุกข์ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม

5ทางพิจารณาปรากฏข้อเท็จจริงจากพยานโจทก์ว่าผู้เสียหายแจ้งต่อเจ้าพนักงานเฉพาะเรื่องถูกทำร้ายเท่านั้นยังฟังไม่ได้ว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ในความผิดต่อส่วนตัวตามระเบียบแล้วด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในความผิดฐานนี้

6พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 622/2493อัยการกำแพงเพ็ชรโจทก์นายสิบตำรวจโทพร ห้องเพ็ชรจำเลย ป.วิ.อ. ม. 121, ม. 123,

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1ม. 192ในคดีฐานทำให้เสียอิสรภาพนั้นแม้โจทก์จะกล่าวในฟ้องว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์แล้ว และจำเลยไม่ได้ต่อสู้ว่าไม่มีการร้องทุกข์ก็ดีหาก

2ทางพิจารณาได้ความเพียงผู้เสียหายไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานเฉพาะเรื่องถูกทำร้ายยังฟังไม่ได้ว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ในความผิดส่วนตัว อัยการไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้บังอาจจับกุม ฝ. และ ผ. โดยใช้อำนาจทำร้ายด้วยกำลังกายข่มขืนใจให้จำเลยควบคุมและยอมกระทำตาม โดยจำเลยไม่มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้วจำเลยบังคับเรียกและรับเงิน 1,200 บาท จาก ฝ. และ ศ. เพื่อจำเลยจะปล่อยตัวไป ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีแล้ว จำเลยปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อหาฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ ไม่ปรากฎว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์อัยการไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนฐานทุจริตต่อหน้าที่พยานโจทก์ไม่พอลงโทษจำเลย

3พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ฟังว่า ผู้เสียหายทั้ง 2 คนได้ไปแจ้งความต่ออำเภอคนหนึ่งว่า ตำรวจซ้อม อีกคนหนึ่งว่าตำรวจทำร้าย เป็นการแจ้งเฉพาะความผิดฐานทำร้ายร่างกายฐานเดียว และเพียงเท่านั้นยังไม่พอฟังว่าได้ร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121, 123

4พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า คดีเฉพาะความผิดส่วนตัวนี้ได้สอบสวนแล้วทั้งได้กล่าวไว้ในฟ้องและจำเลยก็ไม่ได้ว่าไม่มีการร้องทุกข์ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม

5ทางพิจารณาปรากฏข้อเท็จจริงจากพยานโจทก์ว่าผู้เสียหายแจ้งต่อเจ้าพนักงานเฉพาะเรื่องถูกทำร้ายเท่านั้นยังฟังไม่ได้ว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ในความผิดต่อส่วนตัวตามระเบียบแล้วด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในความผิดฐานนี้

6พิพากษายืน(นนทปัญญา-ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร-ศิลปสิทธิวินิจฉัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้บังอาจจับกุม ฝ. และ ผ. โดยใช้อำนาจทำร้ายด้วยกำลังกายข่มขืนใจให้จำเลยควบคุมและยอมกระทำตาม โดยจำเลยไม่มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้วจำเลยบังคับเรียกและรับเงิน 1,200 บาท จาก ฝ. และ ศ. เพื่อจำเลยจะปล่อยตัวไป ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีแล้ว จำเลยปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อหาฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ ไม่ปรากฎว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์อัยการไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนฐานทุจริตต่อหน้าที่พยานโจทก์ไม่พอลงโทษจำเลย

7พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ฟังว่า ผู้เสียหายทั้ง 2 คนได้ไปแจ้งความต่ออำเภอคนหนึ่งว่า ตำรวจซ้อม อีกคนหนึ่งว่าตำรวจทำร้าย เป็นการแจ้งเฉพาะความผิดฐานทำร้ายร่างกายฐานเดียว และเพียงเท่านั้นยังไม่พอฟังว่าได้ร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121, 123

8พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า คดีเฉพาะความผิดส่วนตัวนี้ได้สอบสวนแล้วทั้งได้กล่าวไว้ในฟ้องและจำเลยก็ไม่ได้ว่าไม่มีการร้องทุกข์ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม

9ทางพิจารณาปรากฏข้อเท็จจริงจากพยานโจทก์ว่าผู้เสียหายแจ้งต่อเจ้าพนักงานเฉพาะเรื่องถูกทำร้ายเท่านั้นยังฟังไม่ได้ว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ในความผิดต่อส่วนตัวตามระเบียบแล้วด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในความผิดฐานนี้

10พิพากษายืน

(นนทปัญญา - ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร - ศิลปสิทธิวินิจฉัย)