คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 622/2493 ย่อ (หลักกฎหมาย) ในคดีฐานทำให้เสียอิสรภาพนั้นแม้โจทก์จะกล่าวในฟ้องว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์แล้ว และจำเลยไม่ได้ต่อสู้ว่าไม่มีการร้องทุกข์ก็ดีหากทางพิจารณาได้ความเพียงผู้เสียหายไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานเฉพาะเรื่องถูกทำร้ายยังฟังไม่ได้ว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ในความผิดส่วนตัว อัยการไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้บังอาจจับกุม ฝ. และ ผ. โดยใช้อำนาจทำร้ายด้วยกำลังกายข่มขืนใจให้จำเลยควบคุมและยอมกระทำตาม โดยจำเลยไม่มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้วจำเลยบังคับเรียกและรับเงิน 1,200 บาท จาก ฝ. และ ศ. เพื่อจำเลยจะปล่อยตัวไป ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีแล้ว จำเลยปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อหาฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ ไม่ปรากฎว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์อัยการไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนฐานทุจริตต่อหน้าที่พยานโจทก์ไม่พอลงโทษจำเลย พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ฟังว่า ผู้เสียหายทั้ง 2 คนได้ไปแจ้งความต่ออำเภอคนหนึ่งว่า ตำรวจซ้อม อีกคนหนึ่งว่าตำรวจทำร้าย เป็นการแจ้งเฉพาะความผิดฐานทำร้ายร่างกายฐานเดียว และเพียงเท่านั้นยังไม่พอฟังว่าได้ร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121, 123 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาว่า คดีเฉพาะความผิดส่วนตัวนี้ได้สอบสวนแล้วทั้งได้กล่าวไว้ในฟ้องและจำเลยก็ไม่ได้ว่าไม่มีการร้องทุกข์ศาลฎีกาเห็นว่า ตามทางพิจารณาปรากฏข้อเท็จจริงจากพยานโจทก์ว่าผู้เสียหายแจ้งต่อเจ้าพนักงานเฉพาะเรื่องถูกทำร้ายเท่านั้นยังฟังไม่ได้ว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ในความผิดต่อส่วนตัวตามระเบียบแล้วด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในความผิดฐานนี้พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 622/2493อัยการกำแพงเพ็ชรโจทก์นายสิบตำรวจโทพร ห้องเพ็ชรจำเลย ป.วิ.อ. ม. 121, ม. 123, คำพิพากษา ม. 192ในคดีฐานทำให้เสียอิสรภาพนั้นแม้โจทก์จะกล่าวในฟ้องว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์แล้ว และจำเลยไม่ได้ต่อสู้ว่าไม่มีการร้องทุกข์ก็ดีหากทางพิจารณาได้ความเพียงผู้เสียหายไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานเฉพาะเรื่องถูกทำร้ายยังฟังไม่ได้ว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ในความผิดส่วนตัว อัยการไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้บังอาจจับกุม ฝ. และ ผ. โดยใช้อำนาจทำร้ายด้วยกำลังกายข่มขืนใจให้จำเลยควบคุมและยอมกระทำตาม โดยจำเลยไม่มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้วจำเลยบังคับเรียกและรับเงิน 1,200 บาท จาก ฝ. และ ศ. เพื่อจำเลยจะปล่อยตัวไป ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีแล้ว จำเลยปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อหาฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ ไม่ปรากฎว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์อัยการไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนฐานทุจริตต่อหน้าที่พยานโจทก์ไม่พอลงโทษจำเลย พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ฟังว่า ผู้เสียหายทั้ง 2 คนได้ไปแจ้งความต่ออำเภอคนหนึ่งว่า ตำรวจซ้อม อีกคนหนึ่งว่าตำรวจทำร้าย เป็นการแจ้งเฉพาะความผิดฐานทำร้ายร่างกายฐานเดียว และเพียงเท่านั้นยังไม่พอฟังว่าได้ร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121, 123 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาว่า คดีเฉพาะความผิดส่วนตัวนี้ได้สอบสวนแล้วทั้งได้กล่าวไว้ในฟ้องและจำเลยก็ไม่ได้ว่าไม่มีการร้องทุกข์ศาลฎีกาเห็นว่า ตามทางพิจารณาปรากฏข้อเท็จจริงจากพยานโจทก์ว่าผู้เสียหายแจ้งต่อเจ้าพนักงานเฉพาะเรื่องถูกทำร้ายเท่านั้นยังฟังไม่ได้ว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ในความผิดต่อส่วนตัวตามระเบียบแล้วด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในความผิดฐานนี้พิพากษายืน(นนทปัญญา-ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร-ศิลปสิทธิวินิจฉัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้บังอาจจับกุม ฝ. และ ผ. โดยใช้อำนาจทำร้ายด้วยกำลังกายข่มขืนใจให้จำเลยควบคุมและยอมกระทำตาม โดยจำเลยไม่มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้วจำเลยบังคับเรียกและรับเงิน 1,200 บาท จาก ฝ. และ ศ. เพื่อจำเลยจะปล่อยตัวไป ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีแล้ว จำเลยปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อหาฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ ไม่ปรากฎว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์อัยการไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนฐานทุจริตต่อหน้าที่พยานโจทก์ไม่พอลงโทษจำเลย พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ฟังว่า ผู้เสียหายทั้ง 2 คนได้ไปแจ้งความต่ออำเภอคนหนึ่งว่า ตำรวจซ้อม อีกคนหนึ่งว่าตำรวจทำร้าย เป็นการแจ้งเฉพาะความผิดฐานทำร้ายร่างกายฐานเดียว และเพียงเท่านั้นยังไม่พอฟังว่าได้ร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121, 123 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาว่า คดีเฉพาะความผิดส่วนตัวนี้ได้สอบสวนแล้วทั้งได้กล่าวไว้ในฟ้องและจำเลยก็ไม่ได้ว่าไม่มีการร้องทุกข์ศาลฎีกาเห็นว่า ตามทางพิจารณาปรากฏข้อเท็จจริงจากพยานโจทก์ว่าผู้เสียหายแจ้งต่อเจ้าพนักงานเฉพาะเรื่องถูกทำร้ายเท่านั้นยังฟังไม่ได้ว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ในความผิดต่อส่วนตัวตามระเบียบแล้วด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในความผิดฐานนี้พิพากษายืน องค์คณะ: นนทปัญญา - ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร - ศิลปสิทธิวินิจฉัย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 121, ป.วิ.อ. มาตรา 123 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา