D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2565

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 28/2565

ศาลแรงงานภาค ๑ ศาลผู้ส่งความเห็น ศาลปกครองกลาง ศาลผู้รับความเห็น นาวาเอก ศ. โจทก์ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) จำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1คดีที่ นาวาเอก ศ. โจทก์ ยื่นฟ้อง สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) จำเลย ว่า โจทก์ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้อำนวยการส่วนความร่วมมือระหว่างประเทศของจำเลย จำเลยทำสัญญาว่าจ้างทดลองงานกับโจทก์ โดยมีหนังสือถึงผู้บัญชาการทหารเรือขอให้โจทก์ลาออกจากราชการชั่วคราว โจทก์ผ่านการประเมินผลการทดลองงานตามระเบียบของจำเลย จำเลยจึงทำสัญญาว่าจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างในตำแหน่งดังกล่าว ต่อมาโจทก์ได้รับการพิจารณาต่ออายุสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาการจ้างไม่เกิน 4 ปี โดยอาจต่ออายุสัญญาจ้างได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่จำเลยกำหนด เมื่อใกล้ครบกำหนดการลาออกจากราชการชั่วคราว โจทก์ได้แจ้งความประสงค์ต่อจำเลยว่าจะมาปฏิบัติงานกับจำเลยต่อเนื่อง จำเลยมีหนังสือแจ้งโจทก์ว่ายังไม่มีข้อบังคับ ระเบียบใด กำหนดหลักเกณฑ์ให้รับเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวกลับไปปฏิบัติงานกับจำเลยต่อเนื่อง หากโจทก์มีความประสงค์จะปฏิบัติงานกับจำเลย โจทก์สามารถดำเนินการได้โดยผ่านกระบวนการสรรหาตามข้อบังคับ ระเบียบที่จำเลยกำหนด โจทก์ขอให้จำเลยทบทวนผลการพิจารณา แต่จำเลยยืนยันผลการพิจารณาเช่นเดิม

2โจทก์อุทธรณ์ผลการพิจารณาประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศมีหนังสือตอบโจทก์ว่า เมื่อโจทก์กลับไปบรรจุเข้ารับราชการมีผลให้สัญญาจ้างสิ้นสุดลง การกระทำของจำเลยเป็นการผิดสัญญาและเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำเลยจ่ายค่าจ้างรายเดือนค้างจ่าย ค่ารักษาพยาบาล ค่าช่วยเหลือบุตรและค่าชดเชยเป็นเงินพร้อมดอกเบี้ย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมพร้อมดอกเบี้ย กรณีมีปัญหาต้องพิจารณาว่า สัญญาว่าจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างในตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นสัญญาทางปกครองหรือไม่ เห็นว่า มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 บัญญัติว่า "สัญญาทางปกครอง" หมายความรวมถึง สัญญาที่คู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเป็นบุคคลซึ่งกระทำการแทนรัฐ และมีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทานสัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และบัญญัติว่า "หน่วยงานทางปกครอง" หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่นอื่น รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือให้ดำเนินกิจการทางปกครอง เมื่อคดีนี้ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจการด้านศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เป็นศูนย์ข้อมูลความรู้ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้แก่กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานของรัฐเพื่อใช้ในการกำหนดนโยบายและแผนการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ อันเป็นหน้าที่สำคัญและเกี่ยวเนื่องกับภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ อันเป็นการจัดทำบริการสาธารณะ ตามความในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน จำเลยจึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 การที่จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์โดยมีวัตถุประสงค์ให้โจทก์ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนความร่วมมือระหว่างประเทศมีหน้าที่และอำนาจ ตามมาตรา 37 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 และมาตรา 21 วรรคสาม บัญญัติว่า กิจการของสถาบันไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ดังนั้นสัญญาจ้างโจทก์ในตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนความร่วมมือระหว่างประเทศระหว่างจำเลยกับโจทก์จึงเป็นสัญญาที่มีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง และเป็นสัญญาเพื่อจัดหาบุคคลมาปฏิบัติงานเพื่อให้การดำเนินงานของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศบรรลุผล มีลักษณะเป็นสัญญาที่จำเลยตกลงให้โจทก์เข้าร่วมจัดทำบริการสาธารณะโดยตรง โจทก์และจำเลยมีสถานะและความสัมพันธ์กันตามกฎหมายมหาชน ไม่ใช่ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างตามกฎหมายเอกชน สัญญาพิพาทจึงเป็นสัญญาทางปกครอง ดังนั้น ข้อพิพาทตามสัญญาในคดีนี้กรณีเกี่ยวกับค่าจ้างรายเดือนค้างจ่าย ค่ารักษาพยาบาลและค่าช่วยเหลือบุตร ค่าชดเชย ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง

(ไม่มี)

- -