คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 352/2511
ผล: ยืนนายจก ณ ระนอง ในฐานะส่วนตัวและในฐานะหุ้นส่วนโจทก์ ไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทหว่าไทยโจทก์ ธนาคารแห่งกรุงศรีอยุธยา จำกัดจำเลย
ย่อ / หลักกฎหมาย
1ห้างหุ้นส่วนจำกัดเปิดบัญชีฝากเงินไว้กับธนาคารจำเลยต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัดถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลาย แม้ต่อมาศาลจะมีคำสั่งให้ปลดจากการล้มละลายแล้วก็ตามผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในฐานะนี้ก็ดี หรือในฐานะส่วนตัวก็ดีย่อมไม่มีอำนาจที่จะฟ้องธนาคารจำเลยเกี่ยวกับเรื่องบัญชีฝากเงินนี้ได้โจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัวและในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทหว่าไทย อ้างว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้ได้เปิดบัญชีฝากเงินไว้กับจำเลย ต่อมาห้างหุ้นส่วนถูกพิพากษาล้มละลายและได้รับการปลดจากการล้มละลาย ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยส่งบัญชีและแสดงหลักฐานการฝากและเบิกจ่ายเงินของห้างหุ้นส่วนนี้ตั้งแต่ก่อนห้างหุ้นส่วนนี้ล้มละลายตลอดมาจนถึงเวลาที่ห้างหุ้นส่วนล้มละลายแล้วจำเลยต่อสู้ว่าเมื่อห้างหุ้นส่วนถูกพิพากษาให้ล้มละลายแล้วจำเลยได้แจ้งบัญชีฝากเงินของห้างหุ้นส่วนและส่งหลักฐานต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ไม่มีนิติสัมพันธ์อันใดที่โจทก์จะมาฟ้องจำเลยได้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว
2พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้เป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดล้มละลาย ห้างหุ้นส่วนนั้นต้องเลิกกัน และต้องมีการชำระบัญชีตามกฎหมายลักษณะล้มละลาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
3พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 352/2511นายจก ณ ระนอง ในฐานะส่วนตัวและในฐานะหุ้นส่วนโจทก์ไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทหว่าไทยโจทก์ธนาคารแห่งกรุงศรีอยุธยา จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 ป.พ.พ. ม. 1015, ม. 1061 วรรคหนึ่ง, ม. 1069, ม. 1247 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 79ห้างหุ้นส่วนจำกัดเปิดบัญชีฝากเงินไว้กับธนาคารจำเลยต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัดถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลาย
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1แม้ต่อมาศาลจะมีคำสั่งให้ปลดจากการล้มละลายแล้วก็ตามผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในฐานะนี้ก็ดี หรือในฐานะส่วนตัวก็ดีย่อมไม่มีอำนาจที่จะฟ้องธนาคารจำเลยเกี่ยวกับเรื่องบัญชีฝากเงินนี้ได้โจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัวและในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทหว่าไทย อ้างว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้ได้เปิดบัญชีฝากเงินไว้กับจำเลย ต่อมาห้างหุ้นส่วนถูกพิพากษาล้มละลายและได้รับการปลดจากการล้มละลาย ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยส่งบัญชีและแสดงหลักฐานการฝากและเบิกจ่ายเงินของห้างหุ้นส่วนนี้ตั้งแต่ก่อนห้างหุ้นส่วนนี้ล้มละลายตลอดมาจนถึงเวลาที่ห้างหุ้นส่วนล้มละลายแล้วจำเลยต่อสู้ว่าเมื่อห้างหุ้นส่วนถูกพิพากษาให้ล้มละลายแล้วจำเลยได้แจ้งบัญชีฝากเงินของห้างหุ้นส่วนและส่งหลักฐานต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ไม่มีนิติสัมพันธ์อันใดที่โจทก์จะมาฟ้องจำเลยได้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว
2พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้เป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดล้มละลาย ห้างหุ้นส่วนนั้นต้องเลิกกัน และต้องมีการชำระบัญชีตามกฎหมายลักษณะล้มละลาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
3พิพากษายืน(วงษ์ วีระพงศ์-โชค จารุจินดา-บัญญัติ สุขารมณ์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัวและในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทหว่าไทย อ้างว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้ได้เปิดบัญชีฝากเงินไว้กับจำเลย ต่อมาห้างหุ้นส่วนถูกพิพากษาล้มละลายและได้รับการปลดจากการล้มละลาย ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยส่งบัญชีและแสดงหลักฐานการฝากและเบิกจ่ายเงินของห้างหุ้นส่วนนี้ตั้งแต่ก่อนห้างหุ้นส่วนนี้ล้มละลายตลอดมาจนถึงเวลาที่ห้างหุ้นส่วนล้มละลายแล้วจำเลยต่อสู้ว่าเมื่อห้างหุ้นส่วนถูกพิพากษาให้ล้มละลายแล้วจำเลยได้แจ้งบัญชีฝากเงินของห้างหุ้นส่วนและส่งหลักฐานต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ไม่มีนิติสัมพันธ์อันใดที่โจทก์จะมาฟ้องจำเลยได้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว
4พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้เป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดล้มละลาย ห้างหุ้นส่วนนั้นต้องเลิกกัน และต้องมีการชำระบัญชีตามกฎหมายลักษณะล้มละลาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
5พิพากษายืน
(วงษ์ วีระพงศ์ - โชค จารุจินดา - บัญญัติ สุขารมณ์)