คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2569
แพ่งศาลแพ่ง ศาลผู้ส่งความเห็น ศาลปกครองกลาง ศาลผู้รับความเห็น บริษัท ห. จำกัด โจทก์ กรมศุลกากร จำเลย
ย่อ / หลักกฎหมาย
1บริษัท จก. โจทก์ ยื่นฟ้องกรมศุลกากร จำเลย ความว่า เจ้าหน้าที่งานกำกับเรือค้าต่างประเทศ ฝ่ายตรวจรับเรือในท่า ส่วนปราบปรามทางทะเล สำนักสืบสวนและปราบปรามซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดจำเลยได้ยึดทองคำรูปพรรณเครื่องประดับของโจทก์จากที่ทำการของโจทก์ จำนวนทั้งสิ้น 49 รายการ ตามบันทึกจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า โจทก์และนาย อ. กระทำความผิดฐานซื้อหรือรับไว้เพื่อประการใด ๆ ซึ่งของอันควรรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรข้อจํากัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวแก่ของนั้น ตามมาตรา 27 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปยังพนักงานอัยการ แต่ไม่มีการจับกุมโจทก์และนาย อ. มายื่นฟ้องต่อศาลอาญาภายในกำหนดอายุความตามกฎหมาย ต่อมา สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากรมีคำสั่งยุติการดำเนินคดีโจทก์ในข้อหาดังกล่าวเนื่องจากคดีขาดอายุความ การกระทำของโจทก์จึงยังไม่ได้รับการพิจารณาโดยศาลอาญาว่าโจทก์ได้กระทำความผิดตามมาตรา 27 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 หรือไม่ และของกลางที่ยึดไว้จะต้องถูกริบทรัพย์ตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของทองรูปพรรณย่อมมีสิทธิติดตามและเอาคืนทรัพย์สินดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้จำเลยคืนทองรูปพรรณของกลาง ที่อายัดไว้ทั้งหมดตามบัญชีรายละเอียดของกลางแนบท้ายบันทึกตรวจค้น - จับกุม จำนวนทั้งสิ้น 49 รายการ หากจำเลยไม่อาจคืนทรัพย์ของกลางให้แก่โจทก์ได้ให้ชดใช้ราคาแทนเป็นเงินตามราคาทรัพย์ของกลางที่สูญหายหรือเสียหายพร้อมดอกเบี้ย ส่วน
2จำเลยให้การว่า ไม่ได้กระทำละเมิด เจ้าหน้าที่ของจำเลยได้ดำเนินการตรวจค้นและยึดทองคำรูปพรรณของกลางโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว และก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์เคยนำข้อเท็จจริงเดียวกันไปฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำสั่งไม่คืนทองคำรูปพรรณของกลางให้แก่ผู้ฟ้องคดีและคำสั่งของจำเลยที่ยกอุทธรณ์คำสั่งไม่คืนทองคำรูปพรรณของกลาง กับขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองมีคำสั่งให้คืนทองคำรูปพรรณของกลางให้แก่ผู้ฟ้องคดีโดยครบถ้วน ในกรณีที่ไม่อาจคืนได้ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชดใช้เงินแทนทรัพย์ของกลางที่สูญหายหรือเสียหายพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง และศาลปกครองสูงสุด
3พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลแพ่งพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ประกอบกับข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์เคยยื่นฟ้องกรมศุลกากรเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และอธิบดีกรมศุลกากรเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำสั่งและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองที่ไม่คืนทองคำรูปพรรณทรัพย์ของกลาง และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองมีคำสั่งคืนทองคำรูปพรรณของกลางให้แก่ตน และศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง คณะกรรมการพิจารณาแล้ว มูลความแห่งคดีนี้จึงเป็นเรื่องเดียวกันกับคดีของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นกรณีที่โจทก์ใช้สิทธิของตนในการยื่นฟ้องคดีต่อศาลแพ่งในความเสียหายจากมูลเหตุเดียวกันที่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ข้อพิพาทในคดีนี้จึงควรได้รับการพิจารณาโดยศาลในระบบเดียวกัน คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
(ไม่มี)
- -