ย่อ / หลักกฎหมาย
1บริษัทจำกัดมีลวดเก็บไว้ในโกดังของบริษัท โดยมีแขกยามเฝ้ารักษา ย่อมถือว่าลวดอยู่ในความครอบครองของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคล เมื่อไม่มีการแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯลฯ ในกรณีเช่นนี้ต้องถือว่า บริษัทเป็นผู้กระทำผิดกรรมการหรือผู้จัดการไม่มีความผิดเป็นส่วนตัวข้อเท็จจริงได้ความไม่ตรงกับที่บรรยายฟ้องหรือไม่นำสืบให้สมฟ้อง ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องของกลางและเรื่องจ่ายเงินรางวัล ให้คืนของกลางไปโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ โดยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บลวดสังกะสี ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค
2ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมลวดของกลางเป็นของบริษัทอิสต์เอเชียติ๊ก ๆ ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการฯ ให้ขายได้ ครั้นวันที่ 26 ตุลาคม 2491 ลวดรายนี้จึงตกไปอยู่ในโกดังของบริษัทอันเชี้ยง จำกัด ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการและกรรมการบริษัทอันเชียง จำกัดซื้อในนามบริษัท ชำระราคาโดยเช็คของบริษัทและลงบัญชีเงินสดของบริษัท จึงเห็นว่า ลวดของกลางรายนี้เป็นของบริษัทอันเชียง จำกัด ได้เก็บไว้ในโกดังของบริษัทโดยมีแขกยามเฝ้ารักษา ก็ย่อมเห็นได้ประจักษ์ว่าอยู่ในความครอบครองของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ในกรณีเช่นนี้บริษัทเป็นผู้กระทำผิดได้จะโอนความผิดให้ไปตกอยู่แก่กรรมการหรือผู้จัดการเป็นส่วนตัวหาได้ไม่จำเลยจึงไม่มีความผิด ทั้งข้อเท็จจริงที่ได้ความตาม
3ทางพิจารณาก็ไม่ตรงกับข้อที่บรรยายในฟ้องจึง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องในส่วนตัวจำเลยที่ 2ของกลางคืนไป ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1144/2493พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายซิวเต็ง
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1แซ่เตีย ที่ 1 นายม่วงเตี้ย แซ่เตีย ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ม. 69, ม. 70, ม. 72 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 27, ม. 28 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ.2488 ป.วิ.อ. ม. 192บริษัทจำกัดมีลวดเก็บไว้ในโกดังของบริษัท โดยมีแขกยามเฝ้ารักษา ย่อมถือว่าลวดอยู่ในความครอบครองของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคล เมื่อไม่มีการแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯลฯ ในกรณีเช่นนี้ต้องถือว่า บริษัทเป็นผู้กระทำผิดกรรมการหรือผู้จัดการไม่มีความผิดเป็นส่วนตัวข้อเท็จจริงได้ความไม่ตรงกับที่บรรยายฟ้องหรือไม่นำสืบให้สมฟ้อง ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องของกลางและเรื่องจ่ายเงินรางวัล ให้คืนของกลางไปโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ โดยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บลวดสังกะสี ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค
2ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมลวดของกลางเป็นของบริษัทอิสต์เอเชียติ๊ก ๆ ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการฯ ให้ขายได้ ครั้นวันที่ 26 ตุลาคม 2491 ลวดรายนี้จึงตกไปอยู่ในโกดังของบริษัทอันเชี้ยง จำกัด ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการและกรรมการบริษัทอันเชียง จำกัดซื้อในนามบริษัท ชำระราคาโดยเช็คของบริษัทและลงบัญชีเงินสดของบริษัท จึงเห็นว่า ลวดของกลางรายนี้เป็นของบริษัทอันเชียง จำกัด ได้เก็บไว้ในโกดังของบริษัทโดยมีแขกยามเฝ้ารักษา ก็ย่อมเห็นได้ประจักษ์ว่าอยู่ในความครอบครองของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ในกรณีเช่นนี้บริษัทเป็นผู้กระทำผิดได้จะโอนความผิดให้ไปตกอยู่แก่กรรมการหรือผู้จัดการเป็นส่วนตัวหาได้ไม่จำเลยจึงไม่มีความผิด ทั้งข้อเท็จจริงที่ได้ความตาม
3ทางพิจารณาก็ไม่ตรงกับข้อที่บรรยายในฟ้องจึง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องในส่วนตัวจำเลยที่ 2ของกลางคืนไป(เลขวณิชธรรมวิทักษ์-ประมูล สุวรรณศร-นาถปริญญา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ โดยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บลวดสังกะสี ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค
4ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมลวดของกลางเป็นของบริษัทอิสต์เอเชียติ๊ก ๆ ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการฯ ให้ขายได้ ครั้นวันที่ 26 ตุลาคม 2491 ลวดรายนี้จึงตกไปอยู่ในโกดังของบริษัทอันเชี้ยง จำกัด ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการและกรรมการบริษัทอันเชียง จำกัดซื้อในนามบริษัท ชำระราคาโดยเช็คของบริษัทและลงบัญชีเงินสดของบริษัท จึงเห็นว่า ลวดของกลางรายนี้เป็นของบริษัทอันเชียง จำกัด ได้เก็บไว้ในโกดังของบริษัทโดยมีแขกยามเฝ้ารักษา ก็ย่อมเห็นได้ประจักษ์ว่าอยู่ในความครอบครองของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ในกรณีเช่นนี้บริษัทเป็นผู้กระทำผิดได้จะโอนความผิดให้ไปตกอยู่แก่กรรมการหรือผู้จัดการเป็นส่วนตัวหาได้ไม่จำเลยจึงไม่มีความผิด ทั้งข้อเท็จจริงที่ได้ความตาม
5ทางพิจารณาก็ไม่ตรงกับข้อที่บรรยายในฟ้องจึง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องในส่วนตัวจำเลยที่ 2ของกลางคืนไป
(เลขวณิชธรรมวิทักษ์ - ประมูล สุวรรณศร - นาถปริญญา)