D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1144/2493

ผล: แก้

พนักงานอัยยการ

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1บริษัทจำกัดมีลวดเก็บไว้ในโกดังของบริษัท โดยมีแขกยามเฝ้ารักษา ย่อมถือว่าลวดอยู่ในความครอบครองของบริษัท ซึ่งเป็นนิติบุคคล เมื่อไม่มีการแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ ในกรณีเช่นนี้ต้องถือว่า บริษัทเป็นผู้กระทำผิดกรรมการหรือผู้จัดการไม่มีความผิดเป็นส่วนตัว ข้อเท็จจริงได้ความไม่ตรงกับที่บรรยายฟ้องหรือไม่นำสืบให้สมฟ้อง ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องของกลางและเรื่องจ่ายเงินรางวัล ให้คืนของกลางไปโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ โดยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บลวดสังกะสีขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค

2ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมลวดของกลางเป็นของบริษัทอิสต์เอชียติ๊ก ๆ ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการฯให้ขายได้ครั้นวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๔๙๑ ลวดรายนี้จึงตกไปอยู่ในโกดังของบริษัทอันเชี้ยงจำกัด ซึ่งจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการและกรรมการบริษัทอันเชียง จำกัดซื้อในนามบริษัท ชำระราคาโดยเช็คของบริษัทและลงบัญชีเงินสดของบริษัท จึงเห็นว่าลวดของกลางรายนี้เป็นของบริษัทอันเชียง จำกัด ได้เก็บไว้ในโกดังของบริษัทโดยมีแขกยามเฝ้ารักษา ก็ย่อมเห็นได้ประจักษ์ว่าอยู่ในความครอบครองของบริษัท ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ในกรณีเช่นนี้บริษัทเป็นผู้กระทำผิดได้ จะโอนความผิดให้ไปตกอยู่แก่กรรมการหรือผู้จัดการเป็นส่วนตัวหาได้ไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิด ทั้งข้อเท็จจริงที่ได้ความตาม

3ทางพิจารณาก็ไม่ตรงกับข้อที่บรรยายในฟ้อง จึง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องในส่วนตัวจำเลยที่ ๒ ของกลางคืนไป ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1144/2493พนักงานอัยยการ

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1กรมอัยยการโจทก์นายซิวเต็ง แซ่เตีย ที่ 1, นายม่วงเตี้ย แซ่เตีย ที่ 2ล. ป.วิ.พ. ม. 69, ม. 70, ม. 72 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 27, ม. 28 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ.2488 ป.วิ.อ. ม. 192บริษัทจำกัดมีลวดเก็บไว้ในโกดังของบริษัท โดยมีแขกยามเฝ้ารักษา ย่อมถือว่าลวดอยู่ในความครอบครองของบริษัท ซึ่งเป็นนิติบุคคล เมื่อไม่มีการแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ ในกรณีเช่นนี้ต้องถือว่า บริษัทเป็นผู้กระทำผิดกรรมการหรือผู้จัดการไม่มีความผิดเป็นส่วนตัว ข้อเท็จจริงได้ความไม่ตรงกับที่บรรยายฟ้องหรือไม่นำสืบให้สมฟ้อง ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องของกลางและเรื่องจ่ายเงินรางวัล ให้คืนของกลางไปโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ โดยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บลวดสังกะสีขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค

2ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมลวดของกลางเป็นของบริษัทอิสต์เอชียติ๊ก ๆ ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการฯให้ขายได้ครั้นวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๔๙๑ ลวดรายนี้จึงตกไปอยู่ในโกดังของบริษัทอันเชี้ยงจำกัด ซึ่งจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการและกรรมการบริษัทอันเชียง จำกัดซื้อในนามบริษัท ชำระราคาโดยเช็คของบริษัทและลงบัญชีเงินสดของบริษัท จึงเห็นว่าลวดของกลางรายนี้เป็นของบริษัทอันเชียง จำกัด ได้เก็บไว้ในโกดังของบริษัทโดยมีแขกยามเฝ้ารักษา ก็ย่อมเห็นได้ประจักษ์ว่าอยู่ในความครอบครองของบริษัท ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ในกรณีเช่นนี้บริษัทเป็นผู้กระทำผิดได้ จะโอนความผิดให้ไปตกอยู่แก่กรรมการหรือผู้จัดการเป็นส่วนตัวหาได้ไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิด ทั้งข้อเท็จจริงที่ได้ความตาม

3ทางพิจารณาก็ไม่ตรงกับข้อที่บรรยายในฟ้อง จึง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องในส่วนตัวจำเลยที่ ๒ ของกลางคืนไป(เลขวณิชธรรมวิทักษ์-เลขวณิชธรรมวิทักษ์-)ศาลชั้นต้น - นายเพ็ญ สุวรรณเสถียรศาลอุทธรณ์ - หลวงประจักษ์ศุภอรรถแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ โดยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บลวดสังกะสีขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค

4ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมลวดของกลางเป็นของบริษัทอิสต์เอชียติ๊ก ๆ ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการฯให้ขายได้ครั้นวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๔๙๑ ลวดรายนี้จึงตกไปอยู่ในโกดังของบริษัทอันเชี้ยงจำกัด ซึ่งจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการและกรรมการบริษัทอันเชียง จำกัดซื้อในนามบริษัท ชำระราคาโดยเช็คของบริษัทและลงบัญชีเงินสดของบริษัท จึงเห็นว่าลวดของกลางรายนี้เป็นของบริษัทอันเชียง จำกัด ได้เก็บไว้ในโกดังของบริษัทโดยมีแขกยามเฝ้ารักษา ก็ย่อมเห็นได้ประจักษ์ว่าอยู่ในความครอบครองของบริษัท ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ในกรณีเช่นนี้บริษัทเป็นผู้กระทำผิดได้ จะโอนความผิดให้ไปตกอยู่แก่กรรมการหรือผู้จัดการเป็นส่วนตัวหาได้ไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิด ทั้งข้อเท็จจริงที่ได้ความตาม

5ทางพิจารณาก็ไม่ตรงกับข้อที่บรรยายในฟ้อง จึง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องในส่วนตัวจำเลยที่ ๒ ของกลางคืนไป

(เลขวณิชธรรมวิทักษ์ - เลขวณิชธรรมวิทักษ์)

ศาลชั้นต้น - นายเพ็ญ สุวรรณเสถียรศาลอุทธรณ์ - หลวงประจักษ์ศุภอรรถ