D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 916/2540

ผล: ยกคำร้อง ยาเสพติด
รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1คดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การรับรองให้ ฎีกาข้อเท็จจริงเป็นอำนาจของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นศาลฎีกาไม่อาจสั่งให้ผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นรับรอง หรือไม่รับรองให้ได้ความว่า

2จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาของ จำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้คำเบิกความของพยานโจทก์ และเอกสารที่ประกอบการเบิกความของพยานโจทก์ขัด แย้งกัน จึงสมควรให้ศาลได้พิจารณาเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป ขอให้ศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งให้รับรองฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงและมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว หรือไม่

3ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 62 วรรคหนึ่ง, 89, 106 ทวิ การกระทำของจำเลย เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีน ไว้ในครอบครองเพื่อขายกับมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดมีอัตราโทษเท่ากัน จึงให้ ลงโทษมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณตามมาตรา 106 ทวิจำคุก 5 ปี

4จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน ริบของกลางที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์

5ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดี ในศาลชั้นต้นรับรองฎีกา ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นจึงมี คำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 54, 53)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 55)คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การรับรองให้ฎีกาข้อเท็จจริงเป็นอำนาจของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นศาลฎีกาไม่อาจสั่งให้ผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นรับรองหรือไม่รับรองให้ได้ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 916/2540พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรีโจทก์นางนงเยาว์ กลิ่นโฉมจำเลยนางนงเยาว์ กลิ่นโฉม จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 221คดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การรับรองให้ ฎีกาข้อเท็จจริงเป็นอำนาจของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นศาลฎีกาไม่อาจสั่งให้ผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นรับรอง หรือไม่รับรองให้ได้ความว่า

2จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาของ จำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้คำเบิกความของพยานโจทก์ และเอกสารที่ประกอบการเบิกความของพยานโจทก์ขัด แย้งกัน จึงสมควรให้ศาลได้พิจารณาเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป ขอให้ศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งให้รับรองฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงและมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว หรือไม่

3ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 62 วรรคหนึ่ง, 89, 106 ทวิ การกระทำของจำเลย เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีน ไว้ในครอบครองเพื่อขายกับมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดมีอัตราโทษเท่ากัน จึงให้ ลงโทษมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณตามมาตรา 106 ทวิจำคุก 5 ปี

4จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน ริบของกลางที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์

5ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดี ในศาลชั้นต้นรับรองฎีกา ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นจึงมี คำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 54, 53)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 55)คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การรับรองให้ฎีกาข้อเท็จจริงเป็นอำนาจของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นศาลฎีกาไม่อาจสั่งให้ผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นรับรองหรือไม่รับรองให้ได้ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง(ชวลิต ศรีสง่า-ไพโรจน์ คำอ่อน-วิเทพ ศิริพากย์)แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ความว่า

6จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาของ จำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้คำเบิกความของพยานโจทก์ และเอกสารที่ประกอบการเบิกความของพยานโจทก์ขัด แย้งกัน จึงสมควรให้ศาลได้พิจารณาเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป ขอให้ศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งให้รับรองฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงและมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว หรือไม่

7ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 62 วรรคหนึ่ง, 89, 106 ทวิ การกระทำของจำเลย เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีน ไว้ในครอบครองเพื่อขายกับมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดมีอัตราโทษเท่ากัน จึงให้ ลงโทษมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณตามมาตรา 106 ทวิจำคุก 5 ปี

8จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน ริบของกลางที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์

9ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดี ในศาลชั้นต้นรับรองฎีกา ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นจึงมี คำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 54, 53)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 55)คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การรับรองให้ฎีกาข้อเท็จจริงเป็นอำนาจของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นศาลฎีกาไม่อาจสั่งให้ผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นรับรองหรือไม่รับรองให้ได้ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 916/2540พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรีโจทก์นางนงเยาว์ กลิ่นโฉมจำเลยนางนงเยาว์ กลิ่นโฉม จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 221คดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การรับรองให้ ฎีกาข้อเท็จจริงเป็นอำนาจของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นศาลฎีกาไม่อาจสั่งให้ผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นรับรอง หรือไม่รับรองให้ได้ความว่า

10จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาของ จำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้คำเบิกความของพยานโจทก์ และเอกสารที่ประกอบการเบิกความของพยานโจทก์ขัด แย้งกัน จึงสมควรให้ศาลได้พิจารณาเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป ขอให้ศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งให้รับรองฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงและมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว หรือไม่

11ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 62 วรรคหนึ่ง, 89, 106 ทวิ การกระทำของจำเลย เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีน ไว้ในครอบครองเพื่อขายกับมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดมีอัตราโทษเท่ากัน จึงให้ ลงโทษมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณตามมาตรา 106 ทวิจำคุก 5 ปี

12จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน ริบของกลางที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์

13ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดี ในศาลชั้นต้นรับรองฎีกา ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นจึงมี คำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 54, 53)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 55)คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การรับรองให้ฎีกาข้อเท็จจริงเป็นอำนาจของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นศาลฎีกาไม่อาจสั่งให้ผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นรับรองหรือไม่รับรองให้ได้ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

(ชวลิต ศรีสง่า - ไพโรจน์ คำอ่อน - วิเทพ ศิริพากย์)