D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 23/2502

อาญา
รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1การอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยนั้น เมื่อศาลปฏิบัติถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 182 วรรคสามแล้ว ก็ถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาโดยชอบแล้วอายุความที่จะอุทธรณ์ หรือฎีกาย่อมนับตั้งแต่วันที่ถือว่าได้ฟังคำพิพากษานั้นเป็นต้นไป ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 23/2502อัยการจังหวัดพิจิตรโจทก์นายละออง แก้วพนม กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 182การอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยนั้น เมื่อศาลปฏิบัติถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 182 วรรคสามแล้ว ก็ถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาโดยชอบแล้วอายุความที่จะอุทธรณ์ หรือฎีกาย่อมนับตั้งแต่วันที่ถือว่าได้ฟังคำพิพากษานั้นเป็นต้นไป(มนูภันย์วิมลสาร-ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ-ประศาสน์วินิจฉัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 23/2502อัยการจังหวัดพิจิตรโจทก์นายละออง แก้วพนม กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 182การอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยนั้น เมื่อศาลปฏิบัติถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 182 วรรคสามแล้ว ก็ถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาโดยชอบแล้วอายุความที่จะอุทธรณ์ หรือฎีกาย่อมนับตั้งแต่วันที่ถือว่าได้ฟังคำพิพากษานั้นเป็นต้นไป

(มนูภันย์วิมลสาร - ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ - ประศาสน์วินิจฉัย)