คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 35/2565
อาญาคำวินิจฉัยที่ 35/2565ศาลจังหวัดปัตตานีศาลผู้ส่งความเห็นศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๖ศาลผู้รับความเห็นนางสาว ย.โจทก์ นาย ม.จำเลย
ย่อ / หลักกฎหมาย
1คดีที่ นางสาว ย. โจทก์ ยื่นฟ้องนาย ม. จำเลย ต่อศาลจังหวัดปัตตานีเป็นคดีอาญา ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 40, 43 (4) (8), 44 วรรคสอง, 46 (4), 67 ขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง จำเลยแถลงข้อเท็จจริงว่าขณะเกิดเหตุจำเลยรับราชการทหารโดยเป็นนายทหารสัญญาบัตรประจำการ และขับรถยนต์ไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา เห็นว่า พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 13 บัญญัติว่า ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาวางบทลงโทษผู้กระทำผิดต่อกฎหมายทหารหรือกฎหมายอื่นในทางอาญาในคดีซึ่งผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในขณะกระทำผิด จากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายในการที่ให้มีศาลทหารแยกต่างหากจากศาลพลเรือนก็เพื่อให้บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารที่กระทำความผิดต่อกฎหมายทหารหรือกฎหมายอื่นที่มีโทษทางอาญา ต้องได้รับการพิจารณาพิพากษาคดีในอำนาจของศาลทหารเพื่อวัตถุประสงค์ในการปกครองบังคับบัญชาและส่งเสริมอำนาจของผู้บังคับบัญชาทหาร ดังนั้น คดีในส่วนที่
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา และตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 จึงอยู่ในอำนาจของศาลทหาร ตามมาตรา 13 และ 16 (1) แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 ส่วนที่โจทก์มีคำขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำละเมิดในทางแพ่งนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 53 บัญญัติว่า ผู้เสียหายจะร้องขอให้จำเลยคืนทรัพย์ ใช้ราคาทรัพย์ หรือใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในศาลทหารไม่ได้ ดังนี้คำขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำละเมิดจึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลทหารที่จะพิจารณา แต่เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
(ไม่มี)
- -