D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2485

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 350/2485

ถูกอ้าง 3 ฉบับ
รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ฟ้องเรียกค่าจ้างทำทำนบปิดปากห้วยตามสัญญา คู่สัญญาโต้เถียงกันข้อเดียวว่าทำถูกต้องตามสัญญาหรือไม่ และ+การก็มิได้เข้ามาเกี่ยวข้องดั่งนี้ ศาลไม่ควรยกประเด็นเรื่องทำโดยไม่ได้ขออนุญาตมาตัดสิน. ผู้จ้างเพียงบางคนได้ลงชื่อรับ+การสร้างทำนบ ย่อมผูกมัดผู้จ้างคนอื่น ๆ ซึ่งมีชื่อในสัญญาจ้างด้วย.

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1โจทก์ฟ้องว่าจำเลยตกลงทำหนังสือคู่สัญญาจ้างโจทก์ทำทำนบปิดห้วยยาง โดยราคาค้าจ้าง ๓,๐๐๐ บาทกำหนดแล้วเสร็จภายใน ๒๐ เดือน จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ไปบ้างแล้ว ๗๐๐ บาท ครั้นโจทก์ทำทำนบเสร็จและส่งมอบให้จำเลยแล้ว จำเลยกลับหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าจ้างตามสัญญา

2จำเลยให้การรับข้อทำสัญญจ้าง แต่ปฏิเสธความรับผิดอ้างว่ายังมิได้รับส่งมอบทำนบจากโจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการสร้างทำนบรายนี้ได้ความจากคณะกรมการจังหวัดซึ่งเป็นพะยานศาลว่า มิได้มีการขอรับอนุญาตจากทางการ ทั้งนี้เป็นการผิดต่อพระราชบัญญัติควบคุมเหมืองฝายและพนัง พ.ศ.๒๔๗๗ และกฎหมายอาญา สัญญารายนี้จึงเป็นโมฆะไม่อาจใช้บังคับได้ และเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์

3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน แต่มีความเห็นแย้ง. โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าทำนบรายนี้ทำเพื่อสาธารณประโยชน์ เพราะค่าจ้างก็เรี่ยรายจากราษฎรตำบลนั้นเอง คู่ความโต้เถียงกันในประเด็นข้อเดียวว่า การทำทำนบถูกต้องตามสัญญาหรือไม่ ทั้งไม่ปรากฏว่าทางการได้เข้าเกี่ยวข้องกล่าวหาว่ากระทำโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างใด จึงไม่มีประเด็นถึงเรื่องความไม่สมบูรณ์ของสัญญา และไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน คดีได้ความว่าโจทก์ปฏิบัติตามสัญญาถูกต้องแล้ว จำเลยไม่ได้นำสืบว่ามีข้อบกพร่องผิดสัญญาประการใด ทั้งได้รัยมอบหมายกันแล้ว ส่วนจำเลยที่มิได้ลงชื่อรับมอบก็ปรากฏว่า มีชื่อในสัญญาจ้างด้วยกันจึงไม่พ้นความรับผิดเพราะเป็นหนี้ร่วม ซึ่งโจทก์จะส่งมอบให้คนหนึ่งคนใดก็ได้ การที่จำเลยที่ ๑ และ + เป็นผู้ลงนามรับมอบทำนบรายนี้ จึงผูกมัดถึงจำเลยอื่น ๆ ด้วยพร้อมกันพิพากษาให้โจทก์ชะนะคดีตามฟ้อง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 350/2485นายบุญพิ่ง พรหมพงษ์โจทก์หมื่นกรประชานันท์ กับพวกจำเลยฟ้องเรียกค่าจ้างทำทำนบปิดปากห้วยตามสัญญา คู่สัญญาโต้เถียงกันข้อเดียวว่าทำถูกต้องตามสัญญาหรือไม่ และ+การก็มิได้เข้ามาเกี่ยวข้องดั่งนี้ ศาลไม่ควรยกประเด็นเรื่องทำโดยไม่ได้ขออนุญาตมาตัดสิน. ผู้จ้างเพียงบางคนได้ลงชื่อรับ+การสร้างทำนบ ย่อมผูกมัดผู้จ้างคนอื่น ๆ ซึ่งมีชื่อในสัญญาจ้างด้วย.

4โจทก์ฟ้องว่าจำเลยตกลงทำหนังสือคู่สัญญาจ้างโจทก์ทำทำนบปิดห้วยยาง โดยราคาค้าจ้าง ๓,๐๐๐ บาทกำหนดแล้วเสร็จภายใน ๒๐ เดือน จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ไปบ้างแล้ว ๗๐๐ บาท ครั้นโจทก์ทำทำนบเสร็จและส่งมอบให้จำเลยแล้ว จำเลยกลับหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าจ้างตามสัญญา

5จำเลยให้การรับข้อทำสัญญจ้าง แต่ปฏิเสธความรับผิดอ้างว่ายังมิได้รับส่งมอบทำนบจากโจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการสร้างทำนบรายนี้ได้ความจากคณะกรมการจังหวัดซึ่งเป็นพะยานศาลว่า มิได้มีการขอรับอนุญาตจากทางการ ทั้งนี้เป็นการผิดต่อพระราชบัญญัติควบคุมเหมืองฝายและพนัง พ.ศ.๒๔๗๗ และกฎหมายอาญา สัญญารายนี้จึงเป็นโมฆะไม่อาจใช้บังคับได้ และเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์

6ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน แต่มีความเห็นแย้ง. โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าทำนบรายนี้ทำเพื่อสาธารณประโยชน์ เพราะค่าจ้างก็เรี่ยรายจากราษฎรตำบลนั้นเอง คู่ความโต้เถียงกันในประเด็นข้อเดียวว่า การทำทำนบถูกต้องตามสัญญาหรือไม่ ทั้งไม่ปรากฏว่าทางการได้เข้าเกี่ยวข้องกล่าวหาว่ากระทำโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างใด จึงไม่มีประเด็นถึงเรื่องความไม่สมบูรณ์ของสัญญา และไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน คดีได้ความว่าโจทก์ปฏิบัติตามสัญญาถูกต้องแล้ว จำเลยไม่ได้นำสืบว่ามีข้อบกพร่องผิดสัญญาประการใด ทั้งได้รัยมอบหมายกันแล้ว ส่วนจำเลยที่มิได้ลงชื่อรับมอบก็ปรากฏว่า มีชื่อในสัญญาจ้างด้วยกันจึงไม่พ้นความรับผิดเพราะเป็นหนี้ร่วม ซึ่งโจทก์จะส่งมอบให้คนหนึ่งคนใดก็ได้ การที่จำเลยที่ ๑ และ + เป็นผู้ลงนามรับมอบทำนบรายนี้ จึงผูกมัดถึงจำเลยอื่น ๆ ด้วยพร้อมกันพิพากษาให้โจทก์ชะนะคดีตามฟ้อง()ศาลชั้นต้น - นายอรุณ +ศาลอุทธรณ์ - พระสารนิติ+ -พระทิพย์เบญญาแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:

7โจทก์ฟ้องว่าจำเลยตกลงทำหนังสือคู่สัญญาจ้างโจทก์ทำทำนบปิดห้วยยาง โดยราคาค้าจ้าง ๓,๐๐๐ บาทกำหนดแล้วเสร็จภายใน ๒๐ เดือน จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ไปบ้างแล้ว ๗๐๐ บาท ครั้นโจทก์ทำทำนบเสร็จและส่งมอบให้จำเลยแล้ว จำเลยกลับหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าจ้างตามสัญญา

8จำเลยให้การรับข้อทำสัญญจ้าง แต่ปฏิเสธความรับผิดอ้างว่ายังมิได้รับส่งมอบทำนบจากโจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการสร้างทำนบรายนี้ได้ความจากคณะกรมการจังหวัดซึ่งเป็นพะยานศาลว่า มิได้มีการขอรับอนุญาตจากทางการ ทั้งนี้เป็นการผิดต่อพระราชบัญญัติควบคุมเหมืองฝายและพนัง พ.ศ.๒๔๗๗ และกฎหมายอาญา สัญญารายนี้จึงเป็นโมฆะไม่อาจใช้บังคับได้ และเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์

9ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน แต่มีความเห็นแย้ง. โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าทำนบรายนี้ทำเพื่อสาธารณประโยชน์ เพราะค่าจ้างก็เรี่ยรายจากราษฎรตำบลนั้นเอง คู่ความโต้เถียงกันในประเด็นข้อเดียวว่า การทำทำนบถูกต้องตามสัญญาหรือไม่ ทั้งไม่ปรากฏว่าทางการได้เข้าเกี่ยวข้องกล่าวหาว่ากระทำโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างใด จึงไม่มีประเด็นถึงเรื่องความไม่สมบูรณ์ของสัญญา และไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน คดีได้ความว่าโจทก์ปฏิบัติตามสัญญาถูกต้องแล้ว จำเลยไม่ได้นำสืบว่ามีข้อบกพร่องผิดสัญญาประการใด ทั้งได้รัยมอบหมายกันแล้ว ส่วนจำเลยที่มิได้ลงชื่อรับมอบก็ปรากฏว่า มีชื่อในสัญญาจ้างด้วยกันจึงไม่พ้นความรับผิดเพราะเป็นหนี้ร่วม ซึ่งโจทก์จะส่งมอบให้คนหนึ่งคนใดก็ได้ การที่จำเลยที่ ๑ และ + เป็นผู้ลงนามรับมอบทำนบรายนี้ จึงผูกมัดถึงจำเลยอื่น ๆ ด้วยพร้อมกันพิพากษาให้โจทก์ชะนะคดีตามฟ้อง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 350/2485นายบุญพิ่ง พรหมพงษ์โจทก์หมื่นกรประชานันท์ กับพวกจำเลยฟ้องเรียกค่าจ้างทำทำนบปิดปากห้วยตามสัญญา คู่สัญญาโต้เถียงกันข้อเดียวว่าทำถูกต้องตามสัญญาหรือไม่ และ+การก็มิได้เข้ามาเกี่ยวข้องดั่งนี้ ศาลไม่ควรยกประเด็นเรื่องทำโดยไม่ได้ขออนุญาตมาตัดสิน. ผู้จ้างเพียงบางคนได้ลงชื่อรับ+การสร้างทำนบ ย่อมผูกมัดผู้จ้างคนอื่น ๆ ซึ่งมีชื่อในสัญญาจ้างด้วย.

10โจทก์ฟ้องว่าจำเลยตกลงทำหนังสือคู่สัญญาจ้างโจทก์ทำทำนบปิดห้วยยาง โดยราคาค้าจ้าง ๓,๐๐๐ บาทกำหนดแล้วเสร็จภายใน ๒๐ เดือน จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ไปบ้างแล้ว ๗๐๐ บาท ครั้นโจทก์ทำทำนบเสร็จและส่งมอบให้จำเลยแล้ว จำเลยกลับหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าจ้างตามสัญญา

11จำเลยให้การรับข้อทำสัญญจ้าง แต่ปฏิเสธความรับผิดอ้างว่ายังมิได้รับส่งมอบทำนบจากโจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการสร้างทำนบรายนี้ได้ความจากคณะกรมการจังหวัดซึ่งเป็นพะยานศาลว่า มิได้มีการขอรับอนุญาตจากทางการ ทั้งนี้เป็นการผิดต่อพระราชบัญญัติควบคุมเหมืองฝายและพนัง พ.ศ.๒๔๗๗ และกฎหมายอาญา สัญญารายนี้จึงเป็นโมฆะไม่อาจใช้บังคับได้ และเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์

12ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน แต่มีความเห็นแย้ง. โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าทำนบรายนี้ทำเพื่อสาธารณประโยชน์ เพราะค่าจ้างก็เรี่ยรายจากราษฎรตำบลนั้นเอง คู่ความโต้เถียงกันในประเด็นข้อเดียวว่า การทำทำนบถูกต้องตามสัญญาหรือไม่ ทั้งไม่ปรากฏว่าทางการได้เข้าเกี่ยวข้องกล่าวหาว่ากระทำโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างใด จึงไม่มีประเด็นถึงเรื่องความไม่สมบูรณ์ของสัญญา และไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน คดีได้ความว่าโจทก์ปฏิบัติตามสัญญาถูกต้องแล้ว จำเลยไม่ได้นำสืบว่ามีข้อบกพร่องผิดสัญญาประการใด ทั้งได้รัยมอบหมายกันแล้ว ส่วนจำเลยที่มิได้ลงชื่อรับมอบก็ปรากฏว่า มีชื่อในสัญญาจ้างด้วยกันจึงไม่พ้นความรับผิดเพราะเป็นหนี้ร่วม ซึ่งโจทก์จะส่งมอบให้คนหนึ่งคนใดก็ได้ การที่จำเลยที่ ๑ และ + เป็นผู้ลงนามรับมอบทำนบรายนี้ จึงผูกมัดถึงจำเลยอื่น ๆ ด้วยพร้อมกันพิพากษาให้โจทก์ชะนะคดีตามฟ้อง()ศาลชั้นต้น - นายอรุณ +ศาลอุทธรณ์ - พระสารนิติ+ -พระทิพย์เบญญา