คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1049/2538
ผล: ยกคำร้อง อาญาคำสั่งคำร้องที่ 1049/2538พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์ นายศักดิ์นทีหรือศักดิ์ สังข์กลัดจำเลย นายศักดิ์นทีหรือศักดิ์ สังข์กลัด จำเลย ผู้ยื่นคำร้อง
ย่อ / หลักกฎหมาย
1ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกา ปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า การสอบสวนมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่
2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ให้จำคุก 2 ปี
3จำเลยให้การรับสารภาพ ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ส่วนข้อหาความผิดฐานลักทรัพย์ให้ยก
4ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 59) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยมิได้ โต้แย้งหรือคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นว่าคลาดเคลื่อนไม่ชอบด้วยกฎหมายประการใด คงอ้างเพียงว่าจำเลยไม่เห็นพ้องด้วย จำเลยได้ต่อสู้ในประเด็นเรื่องการสอบสวนไม่ชอบมา โดยตลอดเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของจำเลยเท่านั้นจึงไม่รับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ให้ยกคำร้อง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1049/2538พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายศักดิ์นทีหรือศักดิ์ สังข์กลัดจำเลยนายศักดิ์นทีหรือศักดิ์ สังข์กลัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า
5จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกา ปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า การสอบสวนมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาไว้พิจารณาต่อไป
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ให้จำคุก 2 ปี
2จำเลยให้การรับสารภาพ ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ส่วนข้อหาความผิดฐานลักทรัพย์ให้ยก
3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 59) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยมิได้ โต้แย้งหรือคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นว่าคลาดเคลื่อนไม่ชอบด้วยกฎหมายประการใด คงอ้างเพียงว่าจำเลยไม่เห็นพ้องด้วย จำเลยได้ต่อสู้ในประเด็นเรื่องการสอบสวนไม่ชอบมา โดยตลอดเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของจำเลยเท่านั้นจึงไม่รับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ให้ยกคำร้อง(ยรรยง ปานุราช-ยงยุทธ ธารีสาร-นิวัตน์ แก้วเกิดเคน)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:
(ยรรยง ปานุราช - ยงยุทธ ธารีสาร - นิวัตน์ แก้วเกิดเคน)