D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2428/2518

ผล: ยืน แพ่ง
รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1แม้ที่ดินที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1407 วรรค 2 บัญญัติให้ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน และการฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินและบ้านพิพาทที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินก็เป็นการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ดังนี้ ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่ได้เองโดยมิต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนเสียก่อน โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในขณะยื่นฟ้องย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นเพียงผู้อาศัยได้ แม้โจทก์จะมิได้มีคำบอกกล่าวให้คำเตือนแก่จำเลยก่อนยื่นฟ้องก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ต้องเสียไปแต่อย่างใด

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ ๒๖ จำเลยเข้าอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ บัดนี้โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่อาศัยต่อไป ขอบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปพร้อมกับส่งมอบบ้านคืนโจทก์

2จำเลยให้การว่า ที่ดินและบ้านกว้าง ๒ วา และยาว ๒ วา และทางเดินกว้าง ๑ วา ยาว ๔๐ วา ซึ่งเป็นที่ดินส่วนหนึ่งในโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยทางครอบครองปริปักษ์มากว่า ๑๐ ปี

3ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่พิพาท ให้ส่งมอบบ้านให้แก่โจทก์

4จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยอยู่ในบ้านหลังเล็กในฐานะผู้อาศัยฉันญาติ มิใช่ดังที่จำเลยอ้างว่าครอบครองเป็นปริปักษ์ต่อเจ้าของ ที่ดินและเรือนพิพาทจึงไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย

5จำเลยฎีกาเรื่องอำนาจฟ้อว่า โจทก์มีสิทธิเก็บกินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ ต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางเสียก่อนจึงจะฟ้องคดีได้ นั้น ศาลเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๐๗ วรรค ๒ บัญญัติให้ "ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน" การฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินและบ้านพิพาทที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินก็เป็นการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้เองโดยมิต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนเสียก่อน

6จำเลยฎีกาต่อไปว่า คำบอกกล่าวให้คำเตือนก่อนฟ้องคดีขับไล่ตามเอกสารหมาย จ.๔ โจทก์ออกหนังสือดังกล่าวในขณะที่โจทก์มิได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกิน ขณะโจทก์ออกหนังสือยังไม่เป็นเจ้าหนี้ ตามนับแห่งมาตรา ๒๐๔ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การฟ้องขับไล่ให้ออกจากที่พิพาท เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในขณะยื่นฟ้อง แม้ไม่ได้มีคำบอกกล่าวให้คำเตือนแก่จำเลยก่อนยื่นฟ้องก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ต้องเสียไปแต่อย่างใด

7พิพากษายืน (เดช วุฒิสิงห์ชัย บัญญัติ สุชีวะ ผสม จิตรชุ่ม) ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2428/2518นางงำมูน มหากาญจนะโจทก์นางจำปูน นามประทานจำเลย ป.พ.พ. ม. 204, ม. 1417 ป.วิ.พ. ม. 55แม้ที่ดินที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1407 วรรค 2 บัญญัติให้ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน และการฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินและบ้านพิพาทที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินก็เป็นการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ดังนี้ ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่ได้เองโดยมิต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนเสียก่อน โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในขณะยื่นฟ้องย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นเพียงผู้อาศัยได้ แม้โจทก์จะมิได้มีคำบอกกล่าวให้คำเตือนแก่จำเลยก่อนยื่นฟ้องก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ต้องเสียไปแต่อย่างใด

8โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ ๒๖ จำเลยเข้าอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ บัดนี้โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่อาศัยต่อไป ขอบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปพร้อมกับส่งมอบบ้านคืนโจทก์

9จำเลยให้การว่า ที่ดินและบ้านกว้าง ๒ วา และยาว ๒ วา และทางเดินกว้าง ๑ วา ยาว ๔๐ วา ซึ่งเป็นที่ดินส่วนหนึ่งในโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยทางครอบครองปริปักษ์มากว่า ๑๐ ปี

10ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่พิพาท ให้ส่งมอบบ้านให้แก่โจทก์

11จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยอยู่ในบ้านหลังเล็กในฐานะผู้อาศัยฉันญาติ มิใช่ดังที่จำเลยอ้างว่าครอบครองเป็นปริปักษ์ต่อเจ้าของ ที่ดินและเรือนพิพาทจึงไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย

12จำเลยฎีกาเรื่องอำนาจฟ้อว่า โจทก์มีสิทธิเก็บกินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ ต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางเสียก่อนจึงจะฟ้องคดีได้ นั้น ศาลเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๐๗ วรรค ๒ บัญญัติให้ "ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน" การฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินและบ้านพิพาทที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินก็เป็นการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้เองโดยมิต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนเสียก่อน

13จำเลยฎีกาต่อไปว่า คำบอกกล่าวให้คำเตือนก่อนฟ้องคดีขับไล่ตามเอกสารหมาย จ.๔ โจทก์ออกหนังสือดังกล่าวในขณะที่โจทก์มิได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกิน ขณะโจทก์ออกหนังสือยังไม่เป็นเจ้าหนี้ ตามนับแห่งมาตรา ๒๐๔ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การฟ้องขับไล่ให้ออกจากที่พิพาท เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในขณะยื่นฟ้อง แม้ไม่ได้มีคำบอกกล่าวให้คำเตือนแก่จำเลยก่อนยื่นฟ้องก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ต้องเสียไปแต่อย่างใด

14พิพากษายืน (เดช วุฒิสิงห์ชัย บัญญัติ สุชีวะ ผสม จิตรชุ่ม)()ศาลชั้นต้น - นายมณเฑียร ตู้จินดาศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:

15โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ ๒๖ จำเลยเข้าอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ บัดนี้โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่อาศัยต่อไป ขอบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปพร้อมกับส่งมอบบ้านคืนโจทก์

16จำเลยให้การว่า ที่ดินและบ้านกว้าง ๒ วา และยาว ๒ วา และทางเดินกว้าง ๑ วา ยาว ๔๐ วา ซึ่งเป็นที่ดินส่วนหนึ่งในโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยทางครอบครองปริปักษ์มากว่า ๑๐ ปี

17ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่พิพาท ให้ส่งมอบบ้านให้แก่โจทก์

18จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยอยู่ในบ้านหลังเล็กในฐานะผู้อาศัยฉันญาติ มิใช่ดังที่จำเลยอ้างว่าครอบครองเป็นปริปักษ์ต่อเจ้าของ ที่ดินและเรือนพิพาทจึงไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย

19จำเลยฎีกาเรื่องอำนาจฟ้อว่า โจทก์มีสิทธิเก็บกินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ ต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางเสียก่อนจึงจะฟ้องคดีได้ นั้น ศาลเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๐๗ วรรค ๒ บัญญัติให้ "ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน" การฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินและบ้านพิพาทที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินก็เป็นการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้เองโดยมิต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนเสียก่อน

20จำเลยฎีกาต่อไปว่า คำบอกกล่าวให้คำเตือนก่อนฟ้องคดีขับไล่ตามเอกสารหมาย จ.๔ โจทก์ออกหนังสือดังกล่าวในขณะที่โจทก์มิได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกิน ขณะโจทก์ออกหนังสือยังไม่เป็นเจ้าหนี้ ตามนับแห่งมาตรา ๒๐๔ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การฟ้องขับไล่ให้ออกจากที่พิพาท เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในขณะยื่นฟ้อง แม้ไม่ได้มีคำบอกกล่าวให้คำเตือนแก่จำเลยก่อนยื่นฟ้องก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ต้องเสียไปแต่อย่างใด

21พิพากษายืน (เดช วุฒิสิงห์ชัย บัญญัติ สุชีวะ ผสม จิตรชุ่ม) ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2428/2518นางงำมูน มหากาญจนะโจทก์นางจำปูน นามประทานจำเลย ป.พ.พ. ม. 204, ม. 1417 ป.วิ.พ. ม. 55แม้ที่ดินที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1407 วรรค 2 บัญญัติให้ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน และการฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินและบ้านพิพาทที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินก็เป็นการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ดังนี้ ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่ได้เองโดยมิต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนเสียก่อน โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในขณะยื่นฟ้องย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นเพียงผู้อาศัยได้ แม้โจทก์จะมิได้มีคำบอกกล่าวให้คำเตือนแก่จำเลยก่อนยื่นฟ้องก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ต้องเสียไปแต่อย่างใด

22โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ ๒๖ จำเลยเข้าอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ บัดนี้โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่อาศัยต่อไป ขอบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปพร้อมกับส่งมอบบ้านคืนโจทก์

23จำเลยให้การว่า ที่ดินและบ้านกว้าง ๒ วา และยาว ๒ วา และทางเดินกว้าง ๑ วา ยาว ๔๐ วา ซึ่งเป็นที่ดินส่วนหนึ่งในโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยทางครอบครองปริปักษ์มากว่า ๑๐ ปี

24ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่พิพาท ให้ส่งมอบบ้านให้แก่โจทก์

25จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยอยู่ในบ้านหลังเล็กในฐานะผู้อาศัยฉันญาติ มิใช่ดังที่จำเลยอ้างว่าครอบครองเป็นปริปักษ์ต่อเจ้าของ ที่ดินและเรือนพิพาทจึงไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย

26จำเลยฎีกาเรื่องอำนาจฟ้อว่า โจทก์มีสิทธิเก็บกินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ ต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางเสียก่อนจึงจะฟ้องคดีได้ นั้น ศาลเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๐๗ วรรค ๒ บัญญัติให้ "ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน" การฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินและบ้านพิพาทที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินก็เป็นการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้เองโดยมิต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนเสียก่อน

27จำเลยฎีกาต่อไปว่า คำบอกกล่าวให้คำเตือนก่อนฟ้องคดีขับไล่ตามเอกสารหมาย จ.๔ โจทก์ออกหนังสือดังกล่าวในขณะที่โจทก์มิได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกิน ขณะโจทก์ออกหนังสือยังไม่เป็นเจ้าหนี้ ตามนับแห่งมาตรา ๒๐๔ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การฟ้องขับไล่ให้ออกจากที่พิพาท เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในขณะยื่นฟ้อง แม้ไม่ได้มีคำบอกกล่าวให้คำเตือนแก่จำเลยก่อนยื่นฟ้องก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ต้องเสียไปแต่อย่างใด

28พิพากษายืน (เดช วุฒิสิงห์ชัย บัญญัติ สุชีวะ ผสม จิตรชุ่ม)()ศาลชั้นต้น - นายมณเฑียร ตู้จินดาศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์