ย่อ / หลักกฎหมาย
1แม้ที่ดินที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1407 วรรค 2 บัญญัติให้ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน และการฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินและบ้านพิพาทที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินก็เป็นการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ดังนี้ ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่ได้เองโดยมิต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนเสียก่อน โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในขณะยื่นฟ้องย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นเพียงผู้อาศัยได้ แม้โจทก์จะมิได้มีคำบอกกล่าวให้คำเตือนแก่จำเลยก่อนยื่นฟ้องก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ต้องเสียไปแต่อย่างใด
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ ๒๖ จำเลยเข้าอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ บัดนี้โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่อาศัยต่อไป ขอบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปพร้อมกับส่งมอบบ้านคืนโจทก์
2จำเลยให้การว่า ที่ดินและบ้านกว้าง ๒ วา และยาว ๒ วา และทางเดินกว้าง ๑ วา ยาว ๔๐ วา ซึ่งเป็นที่ดินส่วนหนึ่งในโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยทางครอบครองปริปักษ์มากว่า ๑๐ ปี
3ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่พิพาท ให้ส่งมอบบ้านให้แก่โจทก์
4จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยอยู่ในบ้านหลังเล็กในฐานะผู้อาศัยฉันญาติ มิใช่ดังที่จำเลยอ้างว่าครอบครองเป็นปริปักษ์ต่อเจ้าของ ที่ดินและเรือนพิพาทจึงไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย
5จำเลยฎีกาเรื่องอำนาจฟ้อว่า โจทก์มีสิทธิเก็บกินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ ต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางเสียก่อนจึงจะฟ้องคดีได้ นั้น ศาลเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๐๗ วรรค ๒ บัญญัติให้ "ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน" การฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินและบ้านพิพาทที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินก็เป็นการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้เองโดยมิต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนเสียก่อน
6จำเลยฎีกาต่อไปว่า คำบอกกล่าวให้คำเตือนก่อนฟ้องคดีขับไล่ตามเอกสารหมาย จ.๔ โจทก์ออกหนังสือดังกล่าวในขณะที่โจทก์มิได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกิน ขณะโจทก์ออกหนังสือยังไม่เป็นเจ้าหนี้ ตามนับแห่งมาตรา ๒๐๔ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การฟ้องขับไล่ให้ออกจากที่พิพาท เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในขณะยื่นฟ้อง แม้ไม่ได้มีคำบอกกล่าวให้คำเตือนแก่จำเลยก่อนยื่นฟ้องก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ต้องเสียไปแต่อย่างใด
7พิพากษายืน (เดช วุฒิสิงห์ชัย บัญญัติ สุชีวะ ผสม จิตรชุ่ม) ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2428/2518นางงำมูน มหากาญจนะโจทก์นางจำปูน นามประทานจำเลย ป.พ.พ. ม. 204, ม. 1417 ป.วิ.พ. ม. 55แม้ที่ดินที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1407 วรรค 2 บัญญัติให้ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน และการฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินและบ้านพิพาทที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินก็เป็นการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ดังนี้ ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่ได้เองโดยมิต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนเสียก่อน โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในขณะยื่นฟ้องย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นเพียงผู้อาศัยได้ แม้โจทก์จะมิได้มีคำบอกกล่าวให้คำเตือนแก่จำเลยก่อนยื่นฟ้องก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ต้องเสียไปแต่อย่างใด
8โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ ๒๖ จำเลยเข้าอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ บัดนี้โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่อาศัยต่อไป ขอบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปพร้อมกับส่งมอบบ้านคืนโจทก์
9จำเลยให้การว่า ที่ดินและบ้านกว้าง ๒ วา และยาว ๒ วา และทางเดินกว้าง ๑ วา ยาว ๔๐ วา ซึ่งเป็นที่ดินส่วนหนึ่งในโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยทางครอบครองปริปักษ์มากว่า ๑๐ ปี
10ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่พิพาท ให้ส่งมอบบ้านให้แก่โจทก์
11จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยอยู่ในบ้านหลังเล็กในฐานะผู้อาศัยฉันญาติ มิใช่ดังที่จำเลยอ้างว่าครอบครองเป็นปริปักษ์ต่อเจ้าของ ที่ดินและเรือนพิพาทจึงไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย
12จำเลยฎีกาเรื่องอำนาจฟ้อว่า โจทก์มีสิทธิเก็บกินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ ต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางเสียก่อนจึงจะฟ้องคดีได้ นั้น ศาลเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๐๗ วรรค ๒ บัญญัติให้ "ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน" การฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินและบ้านพิพาทที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินก็เป็นการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้เองโดยมิต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนเสียก่อน
13จำเลยฎีกาต่อไปว่า คำบอกกล่าวให้คำเตือนก่อนฟ้องคดีขับไล่ตามเอกสารหมาย จ.๔ โจทก์ออกหนังสือดังกล่าวในขณะที่โจทก์มิได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกิน ขณะโจทก์ออกหนังสือยังไม่เป็นเจ้าหนี้ ตามนับแห่งมาตรา ๒๐๔ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การฟ้องขับไล่ให้ออกจากที่พิพาท เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในขณะยื่นฟ้อง แม้ไม่ได้มีคำบอกกล่าวให้คำเตือนแก่จำเลยก่อนยื่นฟ้องก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ต้องเสียไปแต่อย่างใด
14พิพากษายืน (เดช วุฒิสิงห์ชัย บัญญัติ สุชีวะ ผสม จิตรชุ่ม)()ศาลชั้นต้น - นายมณเฑียร ตู้จินดาศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:
15โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ ๒๖ จำเลยเข้าอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ บัดนี้โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่อาศัยต่อไป ขอบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปพร้อมกับส่งมอบบ้านคืนโจทก์
16จำเลยให้การว่า ที่ดินและบ้านกว้าง ๒ วา และยาว ๒ วา และทางเดินกว้าง ๑ วา ยาว ๔๐ วา ซึ่งเป็นที่ดินส่วนหนึ่งในโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยทางครอบครองปริปักษ์มากว่า ๑๐ ปี
17ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่พิพาท ให้ส่งมอบบ้านให้แก่โจทก์
18จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยอยู่ในบ้านหลังเล็กในฐานะผู้อาศัยฉันญาติ มิใช่ดังที่จำเลยอ้างว่าครอบครองเป็นปริปักษ์ต่อเจ้าของ ที่ดินและเรือนพิพาทจึงไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย
19จำเลยฎีกาเรื่องอำนาจฟ้อว่า โจทก์มีสิทธิเก็บกินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ ต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางเสียก่อนจึงจะฟ้องคดีได้ นั้น ศาลเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๐๗ วรรค ๒ บัญญัติให้ "ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน" การฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินและบ้านพิพาทที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินก็เป็นการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้เองโดยมิต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนเสียก่อน
20จำเลยฎีกาต่อไปว่า คำบอกกล่าวให้คำเตือนก่อนฟ้องคดีขับไล่ตามเอกสารหมาย จ.๔ โจทก์ออกหนังสือดังกล่าวในขณะที่โจทก์มิได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกิน ขณะโจทก์ออกหนังสือยังไม่เป็นเจ้าหนี้ ตามนับแห่งมาตรา ๒๐๔ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การฟ้องขับไล่ให้ออกจากที่พิพาท เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในขณะยื่นฟ้อง แม้ไม่ได้มีคำบอกกล่าวให้คำเตือนแก่จำเลยก่อนยื่นฟ้องก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ต้องเสียไปแต่อย่างใด
21พิพากษายืน (เดช วุฒิสิงห์ชัย บัญญัติ สุชีวะ ผสม จิตรชุ่ม) ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2428/2518นางงำมูน มหากาญจนะโจทก์นางจำปูน นามประทานจำเลย ป.พ.พ. ม. 204, ม. 1417 ป.วิ.พ. ม. 55แม้ที่ดินที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1407 วรรค 2 บัญญัติให้ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน และการฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินและบ้านพิพาทที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินก็เป็นการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ดังนี้ ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่ได้เองโดยมิต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนเสียก่อน โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในขณะยื่นฟ้องย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นเพียงผู้อาศัยได้ แม้โจทก์จะมิได้มีคำบอกกล่าวให้คำเตือนแก่จำเลยก่อนยื่นฟ้องก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ต้องเสียไปแต่อย่างใด
22โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ ๒๖ จำเลยเข้าอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ บัดนี้โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่อาศัยต่อไป ขอบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปพร้อมกับส่งมอบบ้านคืนโจทก์
23จำเลยให้การว่า ที่ดินและบ้านกว้าง ๒ วา และยาว ๒ วา และทางเดินกว้าง ๑ วา ยาว ๔๐ วา ซึ่งเป็นที่ดินส่วนหนึ่งในโฉนดเลขที่ ๕๖๑๗ เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยทางครอบครองปริปักษ์มากว่า ๑๐ ปี
24ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่พิพาท ให้ส่งมอบบ้านให้แก่โจทก์
25จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยอยู่ในบ้านหลังเล็กในฐานะผู้อาศัยฉันญาติ มิใช่ดังที่จำเลยอ้างว่าครอบครองเป็นปริปักษ์ต่อเจ้าของ ที่ดินและเรือนพิพาทจึงไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย
26จำเลยฎีกาเรื่องอำนาจฟ้อว่า โจทก์มีสิทธิเก็บกินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ ต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางเสียก่อนจึงจะฟ้องคดีได้ นั้น ศาลเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๐๗ วรรค ๒ บัญญัติให้ "ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน" การฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินและบ้านพิพาทที่อยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินก็เป็นการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้เองโดยมิต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนเสียก่อน
27จำเลยฎีกาต่อไปว่า คำบอกกล่าวให้คำเตือนก่อนฟ้องคดีขับไล่ตามเอกสารหมาย จ.๔ โจทก์ออกหนังสือดังกล่าวในขณะที่โจทก์มิได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกิน ขณะโจทก์ออกหนังสือยังไม่เป็นเจ้าหนี้ ตามนับแห่งมาตรา ๒๐๔ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การฟ้องขับไล่ให้ออกจากที่พิพาท เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในขณะยื่นฟ้อง แม้ไม่ได้มีคำบอกกล่าวให้คำเตือนแก่จำเลยก่อนยื่นฟ้องก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ต้องเสียไปแต่อย่างใด
28พิพากษายืน (เดช วุฒิสิงห์ชัย บัญญัติ สุชีวะ ผสม จิตรชุ่ม)()ศาลชั้นต้น - นายมณเฑียร ตู้จินดาศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์