ย่อ / หลักกฎหมาย
1ให้ชาวนากู้เงินโดยคิดดอกเบี้ยร้อยละสิบ และให้ชาวนาข้าวให้แก่ตนตามราคาตลาดนั้นไม่เป็นการจัดต่อประกาศห้ามตกข้าวแก่ชาวนาคดีที่ศาลยกฟ้องไป ครั้งหนึ่งแล้ว ดดยเหตุที่โจทก์ในคดีนั้นไม่มีสิทธิที่จะฟ้องร้องดังนี้ไม่ตัดสิทธิของบุคคลผู้มีสิทธิอันแท้จริงที่จะฟ้องร้องคดีนั้นใหม่คดีนี้ได้ความว่าเดิมบริษัทอิสเอเซียติกจำกัดได้มอบเงินให้โจทก์ในฐานเป็นหัวหน้าคณะชาวนาตำบลบ้านหนึ่งเพื่อนนำมาจ่ายแก่ชาวนาโจทก์ได้นำเงินนั้นมาจ่ายแก่ชาวนาซึ่งรวมทั้งจำเลยนี้ด้วย โดยจำเลยทำหนังสือกู้ให้โจทก์ไว้ ต่อมาจำเลยผิดสัญญา บริษัทอิสเอเซียติกจำกัดจึงเป็นโจทก์ฟ้องเรียกเงินรายนี้จากจำเลยศาลฎีกาได้
2พิพากษายกฟ้องเรียกเงินรายนี้จากจำเลยศาลฎีกาได้ พิพากษายกฟ้องของบริษัทเอเซียติกในคดีแพงเลขแดงที่ ๗๖/๒๔๘๑ นั้นเสียอ้างว่าบรษัทอิสเอเซัยติ๊กไม่มีหลักฐานแห่งการกู้กู้ยืมในการฟ้องเรียกเงินรายนี้จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ต่อมา ซึ่ง
3จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาตกข้าวซึ่งมีวัตถุประสงค์ขัดกฎหมายเป็นโมฆะและตัดฟ้องว่าเป็นโจทก์ฟ้องซ้ำไม่ได้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยไม่มีการเอารัดเอาเปรียบหาเป็นโมฆะไม่เป็นการที่ดจทก์ฟ้องคดีนี้ก็ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ จึงพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์
4จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลนฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญารายพิพาทนี้ไม่เป็นการขัดต่อประกาศห้ามตกข้าวแก่ชาวนาซึ่งประกาศในวันขึ้น ๑๐ คำเดือน ๗ ปีฉลูนพศักราช ๑๒๓๙ เพราะมิได้มีการเอาเปรียบแต่อย่างใด อนึ่งคดีนี้ไม่เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีก่อนซึ่งศาลฎีกาได้ยกฟ้องของบริษัทอิสเอเซียติ๊กเสียโดยที่บริษัทไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินไปจากโจทก์ ๆ จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้
5พิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1144/2484นายทองอยู่ เพ็ชร์รุ่งโจทก์นายอ่วม ปานขาวจำเลยให้ชาวนากู้เงินโดยคิดดอกเบี้ยร้อยละสิบ และให้ชาวนาข้าวให้แก่ตนตามราคาตลาดนั้นไม่เป็นการจัดต่อประกาศห้ามตกข้าวแก่ชาวนาคดีที่ศาลยกฟ้องไป ครั้งหนึ่งแล้ว ดดยเหตุที่โจทก์ในคดีนั้นไม่มีสิทธิที่จะฟ้องร้องดังนี้ไม่ตัดสิทธิของบุคคลผู้มีสิทธิอันแท้จริงที่จะฟ้องร้องคดีนั้นใหม่คดีนี้ได้ความว่าเดิมบริษัทอิสเอเซียติกจำกัดได้มอบเงินให้โจทก์ในฐานเป็นหัวหน้าคณะชาวนาตำบลบ้านหนึ่งเพื่อนนำมาจ่ายแก่ชาวนาโจทก์ได้นำเงินนั้นมาจ่ายแก่ชาวนาซึ่งรวมทั้งจำเลยนี้ด้วย โดยจำเลยทำหนังสือกู้ให้โจทก์ไว้ ต่อมาจำเลยผิดสัญญา บริษัทอิสเอเซียติกจำกัดจึงเป็นโจทก์ฟ้องเรียกเงินรายนี้จากจำเลยศาลฎีกาได้
2พิพากษายกฟ้องเรียกเงินรายนี้จากจำเลยศาลฎีกาได้ พิพากษายกฟ้องของบริษัทเอเซียติกในคดีแพงเลขแดงที่ ๗๖/๒๔๘๑ นั้นเสียอ้างว่าบรษัทอิสเอเซัยติ๊กไม่มีหลักฐานแห่งการกู้กู้ยืมในการฟ้องเรียกเงินรายนี้จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ต่อมา ซึ่ง
3จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาตกข้าวซึ่งมีวัตถุประสงค์ขัดกฎหมายเป็นโมฆะและตัดฟ้องว่าเป็นโจทก์ฟ้องซ้ำไม่ได้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยไม่มีการเอารัดเอาเปรียบหาเป็นโมฆะไม่เป็นการที่ดจทก์ฟ้องคดีนี้ก็ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ จึงพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์
4จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลนฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญารายพิพาทนี้ไม่เป็นการขัดต่อประกาศห้ามตกข้าวแก่ชาวนาซึ่งประกาศในวันขึ้น ๑๐ คำเดือน ๗ ปีฉลูนพศักราช ๑๒๓๙ เพราะมิได้มีการเอาเปรียบแต่อย่างใด อนึ่งคดีนี้ไม่เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีก่อนซึ่งศาลฎีกาได้ยกฟ้องของบริษัทอิสเอเซียติ๊กเสียโดยที่บริษัทไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินไปจากโจทก์ ๆ จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้
5พิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง ๒(พลางกูร-นิติศาสตร์-วิเศษ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: คดีนี้ได้ความว่าเดิมบริษัทอิสเอเซียติกจำกัดได้มอบเงินให้โจทก์ในฐานเป็นหัวหน้าคณะชาวนาตำบลบ้านหนึ่งเพื่อนนำมาจ่ายแก่ชาวนาโจทก์ได้นำเงินนั้นมาจ่ายแก่ชาวนาซึ่งรวมทั้งจำเลยนี้ด้วย โดยจำเลยทำหนังสือกู้ให้โจทก์ไว้ ต่อมาจำเลยผิดสัญญา บริษัทอิสเอเซียติกจำกัดจึงเป็นโจทก์ฟ้องเรียกเงินรายนี้จากจำเลยศาลฎีกาได้
6พิพากษายกฟ้องเรียกเงินรายนี้จากจำเลยศาลฎีกาได้ พิพากษายกฟ้องของบริษัทเอเซียติกในคดีแพงเลขแดงที่ ๗๖/๒๔๘๑ นั้นเสียอ้างว่าบรษัทอิสเอเซัยติ๊กไม่มีหลักฐานแห่งการกู้กู้ยืมในการฟ้องเรียกเงินรายนี้จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ต่อมา ซึ่ง
7จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาตกข้าวซึ่งมีวัตถุประสงค์ขัดกฎหมายเป็นโมฆะและตัดฟ้องว่าเป็นโจทก์ฟ้องซ้ำไม่ได้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยไม่มีการเอารัดเอาเปรียบหาเป็นโมฆะไม่เป็นการที่ดจทก์ฟ้องคดีนี้ก็ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ จึงพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์
8จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลนฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญารายพิพาทนี้ไม่เป็นการขัดต่อประกาศห้ามตกข้าวแก่ชาวนาซึ่งประกาศในวันขึ้น ๑๐ คำเดือน ๗ ปีฉลูนพศักราช ๑๒๓๙ เพราะมิได้มีการเอาเปรียบแต่อย่างใด อนึ่งคดีนี้ไม่เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีก่อนซึ่งศาลฎีกาได้ยกฟ้องของบริษัทอิสเอเซียติ๊กเสียโดยที่บริษัทไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินไปจากโจทก์ ๆ จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้
9พิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง ๒
(พลางกูร - นิติศาสตร์ - วิเศษ)