คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20/2565
คำวินิจฉัยที่ 20/2565ศาลปกครองระยองศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดฉะเชิงเทราศาลผู้รับความเห็นนาง ป. ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนผู้ฟ้องคดีนายอำเภอพนมสารคาม ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนผู้ถูกฟ้องคดี
ย่อ / หลักกฎหมาย
1คดีที่เอกชน ยื่นฟ้องนายอำเภอพนมสารคาม ที่ 1 กรมที่ดิน ที่ 2 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา สาขาพนมสารคาม ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนผู้ฟ้องคดีที่ 1 เป็นเจ้าของบ้านซึ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าว ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้แทนผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 เข้ารังวัดที่ดินแนวเขตทางสาธารณประโยชน์ แล้วอ้างว่ากำแพงคอนกรีตที่ปลูกสร้างบนที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ 2 รุกล้ำเขตทางสาธารณประโยชน์ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 คัดค้านการรังวัด ขอให้ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดีที่ 2 ให้ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่อยู่ในโฉนด และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 แก้ไขหลักเขต รูปแผนที่ และจำนวนเนื้อที่ดินให้ถูกต้องตามที่ผู้ฟ้องคดีที่ 2 ครอบครองจริง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ให้การว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ตรวจสอบกรณีมีการร้องเรียนว่าผู้ฟ้องคดีที่ 1 สร้างกำแพงคอนกรีตรุกล้ำถนนสาธารณะ ผลการรังวัดปรากฏว่า ที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ จึงแจ้งให้เทศบาลตำบลท่าถ่านดำเนินคดีผู้ฟ้องคดีที่ 1 ตามกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า ที่ดินพิพาทเจ้าของเดิมได้จดทะเบียนแบ่งหักเป็นทางสาธารณประโยชน์ จึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ได้รังวัดโดยชอบด้วยระเบียบและกฎหมาย และไม่มีเหตุให้แก้ไขหลักเขต รูปแผนที่และเนื้อที่ดิน ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า คดีนี้ แม้นายอำเภอพนมสารคาม ที่ 1 กรมที่ดิน ที่ 2 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา สาขาพนมสารคาม ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้สืบเนื่องมาจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่
คำพิพากษาฉบับเต็ม
11 ในฐานะผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินขอรังวัดสอบเขตทางสาธารณประโยชน์กรณีมีการร้องเรียนว่าผู้ฟ้องคดีที่ 1 สร้างกำแพงรุกล้ำทางสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แต่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 คัดค้านการรังวัดที่ดินดังกล่าวอ้างว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ทางสาธารณประโยชน์ หากแต่เป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิ ในที่ดิน และเมื่อพิจารณาความมุ่งหมายในการใช้สิทธิทางศาลก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ 2 เป็นสำคัญ การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ 2 ตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นทางสาธารณประโยชน์สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันเป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
(ไม่มี)
- -