ย่อ / หลักกฎหมาย
1ใช้มือชกหนึ่งทีถูกที่จมูกเลือดกำเดาไหล ไม่ปรากฎว่าเลือดกำเดาออกเพราะเหตุใดและชกแรงแค่ไหน ย่อมมีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายไม่ถึงบาดเจ็บเท่านั้น สำนวนการสอบสวนที่ศาลเรียกมาเองนั้นศาลจะยกขึ้นให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยไม่ได้.
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองฝ่ายหนึ่งและนายแสวงอีกฝ่ายหนึ่งได้วิวาทกัน จำเลยได้ทำร้ายนายแสวงถึงแก่ความตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษ จำเลยทั้งสองปฏิเสธข้อหาว่าจำเลยป้องกันตัวและผู้ตายมิได้ตายโดยจำเลยทำร้าย ศาลชั้นต้นฟังว่าที่จำเลยทั้ง ๒ ได้ชกผู้ตาย ๑ ทีถูกดั้งจมูกเลือดกำเดาไหลแล้วได้กอดปล้ำกันจนตกน้ำแล้วจำเลยที่ ๑ ใช้เหล็กคันโยก สูบน้ำเรือตีผู้ตาย ๑ ที ผู้ตายจมน้ำหายไป พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ ผิด ก.ม. อาญา ม.๒๔๙ จำคุก ๑๖ ปี ส่วนจำเลยที่ ๒ ผิด ม.๒๕๔,๓๒ จำคุก ๑ ปี ๔ เดือนแล้วส่งไปกักกันอีก ๓ ปี
2จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เฉพาะจำเลยที่ ๒ ว่า ผิด ก.ม.อาญาม.๓๓๘ (๓) จำคุก ๑ เดือนปรับ ๑๐๐ บาทไม่กักกัน นอกนั้น
3พิพากษายืน โจทก์และจำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาคงฟังว่าจำเลยที่ ๑ ได้ฆ่านายแสวงตายโดยเจตนา แต่สำหรับจำเลยที่ ๒ นั้นเห็นว่าจำเลยใช้มือชกไปเพียง ๑ ทีเลือดกำเดาใหล เลือดกำเดานี้อาจใหลได้เองเพราะร้อนหรือกระทบกระเทือนไม่จำเป็นต้องมีบาดแผลจึงยังไม่พอชี้ขาดว่าถึงบาดเจ็บ การที่ศาลอุทธรณ์เรียกสำนวนการสอบสวนและรายงานการชัณสูตรบาดแผลไปดูเองโดยโจทก์มิได้อ้างเป็นพยานมานั้น โจทก์จะขอให้ศาลยกขึ้นมาเพื่อเป็นผลร้ายแก่จำเลยไม่ได้
4ศาลฎีกา พิพากษายืน.
(ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ - ประมูล สุวรรณศร - วิเทศจรรยารักษ์)
ศาลอาญา - นายภักดิ์ บัพย์ภักดี - ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุธรรมานุวัฒน -