D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2492

ผล: ยืน

นางหัด อาจศรีโจทก์ นายหล้า วรรณโพจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 118, ม. 157

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องว่าความจริงของเรื่องมีอย่างไร โจทก์จะมากล่าวเสนอความจริงในชั้นฎีกาว่าความจริงของเรื่องที่โจทก์ฟ้องเป็นอย่างไรนั้นศาลรับฟังไม่ได้แม้ศาลจะได้ประทับฟ้องของโจทก์และเรียกจำเลยแก้คดีแล้วก็ตาม เมื่อความจริงในที่สุดปรากฏว่าฟ้องขาดองค์ความผิด ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ฐานแจ้งความเท็จและกระทำพยานเท็จ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องของโจทก์ไม่ครบองค์ความผิด ให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อหาตามมาตรา 118 โจทก์ขาดการบรรยายในฟ้องว่า ข้อความอย่างใดที่โจทก์ถือเป็นความจริงส่วนข้อหาตามมาตรา 157 โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องว่าจำเลยทำบันทึกการรับแจ้งความนั้นไว้ อันอาจใช้เป็นสักขีพยานในข้อสำคัญแห่งการพิจารณาคดีอันใด และจำเลยได้นำบันทึกมาอ้างในคดีที่พิจารณาคดีได้ฟ้องของโจทก์จึงไม่สมบูรณ์

2พิพากษายืน โจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาโจทก์เพิ่งมาเสนอข้อเท็จจริงในชั้นฎีกานี้ว่าความจริงของเรื่องที่โจทก์ฟ้องนี้เป็นอย่างไร ฉะนั้น จะรับฟังไม่ได้ ส่วนฎีกาอีกข้อหนึ่งว่าฟ้องของโจทก์พอเจ้าใจข้อหาได้ดีแล้วนั้น ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้ละเอียดแล้ว ส่วนฎีกาข้อที่ 3 ที่ว่า ศาลล่างประทับฟ้องของโจทก์ เรียกจำเลยมาแก้คดีแล้ว ต้องถือว่าฟ้องถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมาย จะกลับว่าบรรยายไม่ครบองค์ความผิดและไม่สมบูรณ์ไม่ได้นั้น ต้องเป็นไปตามกฎหมายเมื่อฟ้องขาดองค์ความผิด ก็จะลงโทษจำเลยไม่ได้

3พิพากษายืน

(ลัดพลีธรรมประคัลภ์ - ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร - นาถปรีชา)