คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 107/2492 อาญา มี 2 ฉบับ
พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์
คดีที่ศาลล่างลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 7 ปีนั้นไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแต่อย่างใด
ระบบตอบช้ากว่าปกติ ยังทำงานอยู่
พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์
คดีที่ศาลล่างลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 7 ปีนั้นไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแต่อย่างใด
นางระ นาคสมัย โจทก์
คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าการครอบครองของโจทก์ไม่เป็นการครอบครองปรปักษ์ ดังนั้นการที่โจทก์ฎีกาว่าเป็นการครอบครองปรปักษ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
นายสถิตย์ หังสพฤกษ์ โจทก์
คดีที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันไม่ให้จำเลยคืนค่าภาษีจำนวน 15 บาทให้ดังโจทก์ขอ แม้ว่าศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้ศาลชั้นต้นก็มิใช่เป็นการแก้ไขมาก จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ส่วนเรื่องที่จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเมื่อโจทก์มิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นไว้จึงต้องห้ามฎีกาตามมาตรา…
นายเจริญ รุ่งเรือง โจทก์
ฎีกาที่โต้เถียงการชั่งน้ำหนักคำพยานของศาลนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
นางเอก ทิสันเที้ยะ โจทก์
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับเงินกู้ 145 บาท และคืนที่บ้านและที่นาซึ่งโจทก์วางประกันเงินกู้คืน การที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยคืนที่บ้านและรับเงิน 100 บาทจากโจทก์นั้นเป็นการแก้ไขเล็กน้อย เมื่อทุนทรัพย์ในคดีไม่เกิน 2,000 บาทจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง…
พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง โจทก์
ฎีกาโจทก์ในปัญหาเรื่องการแปลฟ้องนั้นเป็นฎีกาปัญหาในข้อกฎหมาย
พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์
เมื่อคดีเรื่องนี้มีประเด็นสำคัญที่จะต้องวินิจฉัยคือยางของกลางนั้นเป็นของพ.ตามที่โจทก์อ้างมาในฟ้อง หรือเป็นของซ.ตามจำเลยต่อสู้ซึ่งหากศาลวินิจฉั้ยว่าเป็นของพ.คดีจึงจะมีปัญหาในเรื่องการร้องทุกข์ แต่เมื่อศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่ายางของกลางเป็นของซ.จริงตามที่จำเลยต่อสู้แล้ว…
นายเส็ง แซ่โค้ว โจทก์
เมื่อโจทก์เห็นว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นขัดแย้งกับคำพิพากษาศาลฎีกาก็ชอบที่จะดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความจะมาร้องต่อศาลฎีกาไม่ได้
ร.อ.เจือ พ่วงภักดี กับพวก จำเลย
การที่ศาลทหารกลางได้พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่างทั้งตัวบทกฎหมายและข้อกำหนดโทษนั้นเป็นการแก้ไขมาก
พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์
เมื่อศาลชั้นต้นยังไม่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ จำเลยฟังเพราะเหตุว่าจำเลยหลบหนีจากเรือนจำ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิฎีกา
พ.ต.ต.พุ่ม เรืองวุฒิ ผู้ร้อง
เมื่อจำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายอยู่จึงเป็นเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวไปในระหว่างฎีกาได้
นายนรินทร์ ภาษิต ผู้ร้อง
คำสั่งศาลแพ่งที่ไม่เปิดหีบบัตรประจำหน่วยลงคะแนน วัดจันทร์สโมสรนั้นเป็นคำสั่งในการพิจารณาของศาลนั้นตามอำนาจแห่งมาตรา52 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งผู้ร้องไม่มีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งนั้น
นายปอย แย้มมณฑา กับพวก จำเลย
ฎีกาจำเลยที่ว่าโจทก์ไม่อยู่ในฐานะที่จะจดทะเบียนสิทธิได้ ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
นางละออง น้ำจันทร์ โจทก์
คำร้องโจทก์ที่ขอโอนคดีไปยังศาลจังหวัดสุพรรณบุรีโดยอ้างว่าจำเลยบางคนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจโจทก์และพยานโจทก์ได้พากันหลบหนีไปอยู่ในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี ถ้าโจทก์นำพยานมาสืบที่จังหวัดชัยนาท จำเลยอาจใช้อิทธิพลขัดขวางได้นั้น ไม่เป็นเหตุอันควรที่จะโอนคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 26
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ โดยนายสถิตย์นิยมศิลป์ ผู้รับมอบ อำนาจ โจทก์ นายฟุ้ยซัน แซ่เหลียง จำเลย
สัญญาเช่ามีข้อความว่า "เมื่อผู้เช่าชำระค่าเช่าให้ตามกำหนดและปฏิบัติตามข้อสัญญาที่ปรากฎอยู่ในนี้แล้วผู้เช่าจะอยู่ในสถานที่เช่าได้ โดยปรกติสุขตลอดระยะเวลาเช่า" เป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาเช่า ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ตามประมวลแพ่งฯ มาตรา566.
นายจวง จันทรดึก โจทก์ บริษัทวิชชุสาหะมัคคีไฟฟ้าตรัง จำกัด โดยนายพร้อม รักษ์ทองหล่อ ผู้จัดการ ที่ 1, นางไล้ สรสุชาติ ที่ 2 จำเลย
จำเลยฎีกา แต่ฝ่ายโจทก์มิได้ให้การแก้ฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่น ศาลฎีกาย่อมฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลล่างฟังมา โจทก์สั่งให้จำเลยที่ 1 โอนหุ้นให้ ร.ต.อ.ประดิษฐ์เมื่อ วันที่ 27 ต.ค.79จำเลยที่ 1 จัดการโอนโดยแก้ทะเบียนให้ ต่อมา 11 ม.ค. 79 ร.ต.อ.ประดิษฐ์ได้เข้าประชุมในฐานะผู้ถือหุ้นเป็นครั้งแรก…
นายทัย สุขนาวา โจทก์ นางน่อม เลื่อมอารมณ์ จำเลย
ผู้ตายได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินของผู้ตายได้แก่บุคคลอื่น แต่ผู้เดียวทายาทโดยธรรมของเจ้ามฤดกจึงถูกตัดมิให้รับมฤดก ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1608 วรรคท้าย ฉะนั้นทายาทโดยธรรมของเจ้ามฤดกจึงไม่อยู่ในฐานะที่เป็นทายาทของผู้ตายตาม ม. 1755 จะอ้างอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1754 มายันกับผู้รับพินัยกรรม์ในทรัพย์สินนั้นไม่ได้…
อัยการกรมอัยการ โจทก์ นายเหลียง แซ่หว่อง จำเลย
คำว่า ครั้ง ในมาตรา 8แห่ง พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย หมายถึง ครั้งตามคำพิพากษา ไม่ใช่ ครั้ง แห่งการหลุดพ้นโทษจำคุกมาแล้ว (อ้างฎีกาที่ 1514/2482) จำเลยต้องคำพิพากษาจำคุก ฐานพยายามลักทรัพย์ พ้นโทษมาแล้วได้ต้องคำพิพากษาจำคุกฐานลักทรัพย์ แต่ต้องจำคุกไม่ครบกำหนดโทษได้หลบหนีเรือนจำมากระทำผิดฐานลักทรัพย์อีกดังนี้…
อัยยการประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ นายเภา โถแก้ว ที่ 1, นายแพว โถแก้วที่ 2, นายยวน แพรสี ที่ 3, นายทน หมู่ น้อย ที่ 4. จำเลย
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันฆ่าคนตายโดยเจตนาแต่ทางพิจารณาได้ความว่า ผู้ตายทั้งสองคนเป็น ปรปักษ์คู่ต่อสู้กัน จำเลยเป็นพรรคพวกผู้ตายฝ่ายหนึ่ง ได้เข้าต่อสู้กับผู้ตายอีกฝ่ายหนึ่งกับพรรคพวก โดยใจสมัครเพราะมีการท้ายทายกันก่อน รูปคดีไม่แน่ว่า จำเลยมีเจตนาจะฆ่ากัน จำเลยบางคนต่างวิ่งมาช่วยในที่เกิดเหตุ…
อัยการประจำศาลจังหวัดเบตง โจทก์ นายตั้งกี่เล่า แซ่ตั้ง จำเลย
คำว่าข้าวใน พระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าวไม่ได้หมายถึงข้าวเหนียวด้วย