D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2091/2531

ผล: กลับ แพ่ง

คำสั่งคำร้องที่ 2091/2531นายปราณีต เพ็งขันธ์โจทก์ นายดาบตำรวจสวงษ์ นิลสวัสดิ์หรือนิลสกุล กับพวกจำเลย นายปราณีต เพ็งขันธ์ โจทก์ ผู้ยื่นคำร้อง

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ความว่า โจทก์ฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 59 แผ่นที่ 3) สืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเงินสดของจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 140,000 บาท เพื่อบังคับตามคำพิพากษาตามยอมจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินบำเหน็จที่กรมตำรวจจ่ายให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งลาออกจากราชการเงินดังกล่าวจึงไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 286(2) ขอให้ศาลสั่งคืนเงินดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ปรากฏว่าทางราชการได้จ่ายเงินบำเหน็จให้จำเลยที่ 1 ไปแล้ว โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเงินของจำเลยมาบางส่วน เงินที่โจทก์นำยึดไปจึงไม่ใช่บำเหน็จของข้าราชการที่จะไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286(2) ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1

2ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการยึดและคืนเงินที่โจทก์นำยึดให้จำเลยที่ 1

3โจทก์ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 54,55) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คำร้องของผู้ร้องพอแปลได้ว่าผู้ร้องขอคุ้มครองประโยชน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264เห็นสมควรให้งดการคืนเงินที่โจทก์นำยึดให้จำเลยที่ 1 ไว้ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2091/2531นายปราณีต เพ็งขันธ์โจทก์นายดาบตำรวจสวงษ์ นิลสวัสดิ์หรือนิลสกุล กับพวกจำเลยนายปราณีต เพ็งขันธ์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.พ.พ. ม. 231, ม. 247, ม. 264ความว่า

4โจทก์ฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 59 แผ่นที่ 3) สืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเงินสดของจำเลยที่

คำพิพากษาฉบับเต็ม

11 เป็นเงิน 140,000 บาท เพื่อบังคับตามคำพิพากษาตามยอมจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินบำเหน็จที่กรมตำรวจจ่ายให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งลาออกจากราชการเงินดังกล่าวจึงไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 286(2) ขอให้ศาลสั่งคืนเงินดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ปรากฏว่าทางราชการได้จ่ายเงินบำเหน็จให้จำเลยที่ 1 ไปแล้ว โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเงินของจำเลยมาบางส่วน เงินที่โจทก์นำยึดไปจึงไม่ใช่บำเหน็จของข้าราชการที่จะไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286(2) ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1

2ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการยึดและคืนเงินที่โจทก์นำยึดให้จำเลยที่ 1

3โจทก์ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 54,55) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คำร้องของผู้ร้องพอแปลได้ว่าผู้ร้องขอคุ้มครองประโยชน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264เห็นสมควรให้งดการคืนเงินที่โจทก์นำยึดให้จำเลยที่ 1 ไว้ชั่วคราวในระหว่างฎีกา(ปชา วรธรรมพินิจ-เสียง ตรีวิมล-วีระชัย สูตรสุวรรณ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:

(ปชา วรธรรมพินิจ - เสียง ตรีวิมล - วีระชัย สูตรสุวรรณ)