D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2493

ผล: ยืน

อัยการเชียงใหม่โจทก์ นายสม สารภีล. กฎหมายลักษณะอาญา ม. 118

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยแจ้งความเท็จ จำเลยปฏิเสธ ทางพิจารณามีปลัดอำเภอพยานปากเดียวเบิกความว่า คำให้การที่จำเลยให้ไว้ชั้นสอบสวนไม่ตรงกับถ้อยคำที่จำเลยเบิกความเป็นพยานต่อศาล ทั้งไม่ได้ยืนยันว่าคำให้การของจำเลยอันไหนเป็นความจริงอันไหนเป็นความเท็จ เพียงเท่านี้จะชี้ขาดว่าคำให้การจำเลยที่ให้การไว้ชั้นสอบสวนเป็นความเท็จยังไมได้โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยแจ้งความเท็จขอให้ลงโทษจำเลยปฏิเสธ

2ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๑๘ ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

3โจทก์ฎีกา ศาลฏีกาเห็นว่า ทางพิจารณาโจทก์คงมีนายจำรัสปลัดอำเภอเป็นพยานปากเดียวว่า

4จำเลยให้การชั้นสอบสวนว่า นางสาวต๋าไม่ได้อยู่บ้านจำเลยในคืนวันที่ ๑๒ มีนาคม นางสาวต๋ากลับมาลบ้านจำเลยเป็นเวลาดึกแล้ว ซึ่งไม่ตรงกับถ้อยคำของจำเลยที่เบิกความเป็นพยานต่อศาลว่า นางสาวต๋าอยู่บ้านจำเลยตลอดคืนไม่ได้ไปไหนเลย เพียงเท่านี้จะชี้ขาดว่าคำให้การของจำเลยที่ให้การไวชั้นสอบสวนเป็นความเท็จยังไม่ได้ และนายจำรัสก็ไม่ได้ยืนยันว่าคำให้การของจำเลยอันไหนเป็นความจริง อันไหนเป็นเท็จ รูปคดียังไม่พอฟังลงโทษจำเลยได้ จึง

5พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2493อัยการเชียงใหม่โจทก์นายสม สารภีล. กฎหมายลักษณะอาญา ม. 118 ป.วิ.อ. ม. 227โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยแจ้งความเท็จ จำเลยปฏิเสธ

6ทางพิจารณามีปลัดอำเภอพยานปากเดียวเบิกความว่า คำให้การที่จำเลยให้ไว้ชั้นสอบสวนไม่ตรงกับถ้อยคำที่จำเลยเบิกความเป็นพยานต่อศาล ทั้งไม่ได้ยืนยันว่าคำให้การของจำเลยอันไหนเป็นความจริงอันไหนเป็นความเท็จ เพียงเท่านี้จะชี้ขาดว่าคำให้การจำเลยที่ให้การไว้ชั้นสอบสวนเป็นความเท็จยังไมได้โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยแจ้งความเท็จขอให้ลงโทษจำเลยปฏิเสธ

7ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๑๘ ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฏีกาเห็นว่า

2ทางพิจารณาโจทก์คงมีนายจำรัสปลัดอำเภอเป็นพยานปากเดียวว่า จำเลยให้การชั้นสอบสวนว่า นางสาวต๋าไม่ได้อยู่บ้านจำเลยในคืนวันที่ ๑๒ มีนาคม นางสาวต๋ากลับมาลบ้านจำเลยเป็นเวลาดึกแล้ว ซึ่งไม่ตรงกับถ้อยคำของจำเลยที่เบิกความเป็นพยานต่อศาลว่า นางสาวต๋าอยู่บ้านจำเลยตลอดคืนไม่ได้ไปไหนเลย เพียงเท่านี้จะชี้ขาดว่าคำให้การของจำเลยที่ให้การไวชั้นสอบสวนเป็นความเท็จยังไม่ได้ และนายจำรัสก็ไม่ได้ยืนยันว่าคำให้การของจำเลยอันไหนเป็นความจริง อันไหนเป็นเท็จ รูปคดียังไม่พอฟังลงโทษจำเลยได้ จึง

3พิพากษายืน(นาถปริญญา-เลขวณิชธรรมวิทักษ์-มนูกิจวิมลอรรถ)ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยแจ้งความเท็จขอให้ลงโทษจำเลยปฏิเสธ

4ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๑๘ ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

5โจทก์ฎีกา ศาลฏีกาเห็นว่า ทางพิจารณาโจทก์คงมีนายจำรัสปลัดอำเภอเป็นพยานปากเดียวว่า

6จำเลยให้การชั้นสอบสวนว่า นางสาวต๋าไม่ได้อยู่บ้านจำเลยในคืนวันที่ ๑๒ มีนาคม นางสาวต๋ากลับมาลบ้านจำเลยเป็นเวลาดึกแล้ว ซึ่งไม่ตรงกับถ้อยคำของจำเลยที่เบิกความเป็นพยานต่อศาลว่า นางสาวต๋าอยู่บ้านจำเลยตลอดคืนไม่ได้ไปไหนเลย เพียงเท่านี้จะชี้ขาดว่าคำให้การของจำเลยที่ให้การไวชั้นสอบสวนเป็นความเท็จยังไม่ได้ และนายจำรัสก็ไม่ได้ยืนยันว่าคำให้การของจำเลยอันไหนเป็นความจริง อันไหนเป็นเท็จ รูปคดียังไม่พอฟังลงโทษจำเลยได้ จึง

7พิพากษายืน

(นาถปริญญา - เลขวณิชธรรมวิทักษ์ - มนูกิจวิมลอรรถ)

ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - ศาลอุทธรณ์ -