คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 111/2569
ศาลแพ่งพระโขนง ศาลผู้ส่งความเห็น ศาลปกครองกลาง ศาลผู้รับความเห็น บริษัท ช. จำกัด โจทก์ บริษัท อ. (สาขาประเทศไทย) จำเลย บริษัท ป. จำกัด (มหาชน) จำเลยร่วม
ย่อ / หลักกฎหมาย
1คดีที่ บจก. ช. โจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท อ. (สาขาประเทศไทย) จำเลย และต่อมาศาลแพ่งพระโขนงมีคำสั่งเรียก บจม. ป. เข้ามาเป็นจำเลยร่วมในคดีนี้ ความว่า เดิมจำเลยเป็นผู้รับจ้างงานก่อสร้างโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ 5 ส่วนที่ 2 งานส่วนเอ จากจำเลยร่วม แต่จำเลยไม่สามารถทำงานได้ตามกำหนดเวลา โจทก์จึงได้รับการติดต่อจากจำเลยและจำเลยร่วม ให้เข้ามารับงานในส่วนเอต่อจากจำเลย จำเลยได้ทำสัญญาว่าจ้างช่วง งานวิศวกรรม จัดซื้อจัดจ้าง และก่อสร้างสำหรับโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ 5 ระยะที่ 2 งานปรับปรุงความคืบหน้าเดิม – ส่วนเอ กับโจทก์ ระหว่างการทำงานโจทก์ได้รับการสั่งงานจากจำเลยและจำเลยร่วมให้ทำงานเพิ่มเติม จำนวน 21 รายการ โจทก์ส่งมอบงานตามสัญญาและงานเพิ่มเติมนอกเหนือจากสัญญาว่าจ้างช่วงและเรียกเก็บเงินจากจำเลย แต่จำเลยเพิกเฉยและแจ้งบอกเลิกสัญญาโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้จำเลยชำระหนี้ 285,443,015.53 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จำเลยร่วมขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การและยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง จำเลยร่วมยื่นคำแถลงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 จำเลยในคดีนี้ได้ยื่นฟ้องจำเลยร่วมต่อศาลปกครองกลางเป็นคดีหมายเลขดำที่ 476/2568 เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาการก่อสร้างระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติตามโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก เส้นที่ 5 ระยะที่ 2 โดยมีคำขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยร่วมรับผิดคืนเงินค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ค่างานและค่าทดแทน โดยส่วนหนึ่งของคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง จำเลยได้หยิบยกข้อเท็จจริงและข้อโต้แย้งในคำฟ้อง คำให้การและคำร้องขอให้เรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดี โดยจำเลยเรียกให้จำเลยร่วมรับผิดคืนเงินค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ค่างานและค่าทดแทนจากการต้องผูกพันในการว่าจ้างโจทก์เป็นเงิน 285,443,015.53 บาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนเดียวกันกับที่โจทก์เรียกให้จำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์ในคดีนี้ ศาลแพ่งพระโขนงพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาว่าจ้างช่วงในคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจ้างช่วงระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นข้อพิพาททางแพ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม คณะกรรมการพิจารณาแล้ว แม้สัญญาว่าจ้างช่วงงานวิศวกรรม จัดซื้อจัดจ้าง และก่อสร้างสำหรับโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ 5 ระยะที่ 2 งานปรับปรุงความคืบหน้าเดิม – ส่วนเอ ระหว่างโจทก์กับจำเลยจะเป็นสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกัน โดยไม่มีคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐอันจะถือว่าเป็นสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำฟ้องและคำให้การว่า สัญญาว่าจ้างช่วงฉบับพิพาทจัดทำขึ้นโดยความตกลงร่วมกันระหว่างโจทก์ จำเลย และจำเลยร่วม โดยมีวัตถุประสงค์ให้โจทก์ดำเนินงานตามสัญญาโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ 5 ระยะที่ 2 ระหว่างจำเลยและจำเลยร่วม และเมื่อพิจารณาลักษณะของสัญญาซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อขนส่งก๊าซธรรมชาติ อันเป็นการจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคและสิ่งจำเป็นที่ทำให้การบริการสาธารณะตามขอบวัตถุประสงค์ของจำเลยร่วมบรรลุผล สัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยในคดีนี้จึงมีความเกี่ยวพันกับสัญญาหลักซึ่งเป็นสัญญาทางปกครอง ประกอบกับปรากฏข้อเท็จจริงตามคำแถลงของจำเลยร่วมว่า จำเลยในคดีนี้ยื่นฟ้องจำเลยร่วมต่อศาลปกครองกลางเป็นคดีหมายเลขดำที่ 476/2568 ตามสัญญาหลักซึ่งเป็นสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ 5 ส่วนที่ 2 งานส่วนเอ ระหว่างจำเลย ผู้รับจ้าง กับ จำเลยร่วม ผู้ว่าจ้าง โดยจำเลยมีคำขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยร่วมรับผิดคืนเงินค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ค่างานและค่าทดแทนจากการต้องผูกพันในการว่าจ้างโจทก์เป็นเงินจำนวน 285,443,015.53 บาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนเดียวกันกับที่โจทก์เรียกให้จำเลยชำระหนี้ในคดีนี้ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงมีมูลความแห่งคดีเดียวกันกับคดีหมายเลขดำที่ 476/2568 ของศาลปกครองกลาง ควรที่จะได้ดำเนินกระบวนพิจารณาที่ศาลเดียวกัน ชอบที่จะได้รับการพิจารณาพิพากษาที่ศาลปกครอง คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
(ไม่มี)
- -