คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 247/2531
อาญานายแก้ว เลิศนา โจทก์ นายสมบัติ ประสาทพิธพรชัย กับพวก จำเลย นายแก้ว เลิศนา โจทก์ ผู้ยื่นคำร้อง
ย่อ / หลักกฎหมาย
1ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2 เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับ โจทก์เห็นว่า ฎีกาข้อ 2 ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าขณะเกิดเหตุโจทก์ครอบครองที่พิพาท แม้ที่พิพาทจะเป็นของจำเลยที่ 1โจทก์ก็ครอบครองปรปักษ์มาเกิน 1 ปี เมื่อจำเลยกับพวกเข้ามารบกวนการครอบครองโดยปกติสุขของโจทก์ จำเลยกับพวกจะมีความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ ทนายจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 32)
2โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362,363,365,358,359,309,83,84,90 และ 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีของโจทก์ไม่มีมูล
3พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 31) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 32) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นและ
4ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า ที่พิพาทมิใช่ของโจทก์ โจทก์มิได้ครอบครองที่พิพาท จำเลยไม่มีความผิดทุกข้อหา เป็นการยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง
5โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ครอบครองที่พิพาท การกระทำของจำเลยเป็นความผิด เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
(สง่า ศิลปประสิทธิ์ - ชูเชิด รักตะบุตร์ - ถาวร ตันตราภรณ์)