D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2531

อาญา

พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์ นายวินัย สาคะศุภฤกษ์ จำเลย นายวินัย สาคะศุภฤกษ์ จำเลย ผู้ยื่นคำร้อง

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.ก ที่ จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 391 มิใช่เป็นความผิดตามมาตรา 295 นั้น เป็นฎีกาข้อกฎหมายแต่ข้อกฎหมายดังกล่าวมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งมิใช่ข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยหรือที่เกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอันว่าด้วยอุทธรณ์หรือฎีกา ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 225 ประกอบมาตรา 195 ส่วนฎีกาข้อ 2.ข ฯลฯ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฯลฯ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า แม้ฎีกาของจำเลยข้อ 2.ก จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ตาม จำเลยก็มีสิทธิยื่นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวได้ เนื่องจากตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาลักษณะ 2 ว่าด้วยฎีกา ไม่มีบทบัญญัติมาตราใดที่บัญญัติห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แต่อย่างใดและตามมาตรา 225 ว่าด้วยฎีกาก็หาได้บัญญัติไว้ว่าให้นำบทบัญญัติ มาตรา 195 ว่าด้วยอุทธรณ์มาใช้บังคับในชั้นฎีกาไม่โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 36)

2ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 จำคุก 4 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 5 เดือน

3จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 เดือน 15 วัน ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 34,35) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 36) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องและจำเลยรับสารภาพตามฟ้องว่า จำเลยใช้มีดแทงทำร้าย นายมงคล ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ บาดแผลรักษาหายภายในเวลา 7 วัน

4ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนลงโทษความผิดกระทงนี้จำคุก 2 เดือน จำเลยฎีกา ข้อ 2.ก ว่าจำเลยเพียงแต่ชกต่อยผู้เสียหายและบาดแผลก็เล็กน้อยอาจหายได้ภายในเวลาไม่ถึง 7 วันขัดกับที่

5จำเลยให้การรับสารภาพเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังมา จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

(ประชา บุญวนิช - ดุสิต วราโห - คำนึง อุไรรัตน์)