D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2538

อาญา

พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสีคิ้ว โจทก์ นายไพศาล ชาญสมร จำเลย นายไพศาล ชาญสมร จำเลย ผู้ยื่นคำร้อง

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของ จำเลยเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า คดีนี้

2ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนลงโทษจำคุกจำเลย 8 ปี จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 72)

3ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคสอง 317 วรรคสาม ให้ เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 ฐานกระทำอานาจาร แก่เด็กอายุ ยังไม่เกินสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย จำคุก 3 ปี ฐานพราก เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากเหตุ อันสมควร เพื่อการอนาจารจำคุก 5 ปี รวมจำคุก จำเลยมีกำหนด 8 ปี ข้อหาอื่นให้ยก

4ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 71) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 72) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้

5ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกิน5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นย่อมต้อง ห้ามฎีกาโดยบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

(สมคิด ไตรโสรัส - พรชัย สมรรถเวช - สถิตย์ ไพเราะ)