D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 136/2538

แพ่ง

วัดโพธิ์ไทร โจทก์ นายเรืองศิลป์ ศรีหาตา กับพวก ผู้ร้อง นายมนลาหรือมลลา พลกล้า จำเลย นายเรืองศิลป์ ศรีหาตา ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน ผู้ร้อง ผู้ยื่นคำร้อง

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ความว่า ผู้ร้องทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกา ของผู้ร้องเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง

2ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกคำร้อง จึงต้องห้ามฎีกาใน ข้อเท็จจริงส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่าโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารเกินระยะเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375กำหนดไว้ และศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ (ที่ถูกควรเป็นศาลอุทธรณ์ภาค 1) พิพากษาเกินคำขอของโจทก์ เป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวในคดีเดิมซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว คดีมีประเด็นเพียงว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ ปัญหาดังกล่าวจึงไม่เกี่ยวกับประเด็นในคดีนี้ และเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหา ดังกล่าว ไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมด ผู้ร้องทั้งห้าเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลจะถือเอาผลของคำพิพากษาที่ถึงที่สุดมาใช้บังคับกับผู้ร้องทั้งห้าซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้หรือไม่ และโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารเกินระยะเวลาตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375กำหนดไว้ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของผู้ร้องทั้งห้าด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง กรณีเป็นชั้นขอแสดงอำนาจพิเศษ คดีสืบเนื่องมาจาก

3ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ตามศาลชั้นต้นให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก)เลขที่ 1505 ตำบลคุ้มเก่า อำเภอเขาวงจังหวัดกาฬสินธุ์และให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมทั้งให้จำเลยรื้อรั้วลวดหนามและยุ้งข้าว 2 หลังออกไปจากที่พิพาท คดีถึงที่สุด ต่อมาจำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยและบริวาร ผู้ร้องทั้งห้ายื่นคำร้องว่า ผู้ร้องทั้งห้าอาศัยในที่พิพาทในฐานะเจ้าของ ผู้ร้องทั้งห้ามิใช่บริวารของจำเลย ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

4ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(ถ้อยคำสำนวน อันดับ 2) ผู้ร้องทั้งห้าจึงยื่นคำร้องนี้ (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 1) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ข้อที่ว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ เป็นปัญหาในข้อเท็จจริง เมื่อฟังว่าผู้ร้องเป็นบริวารของ จำเลยแล้ว ผลของคดีย่อมใช้บังคับถึงผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(1) ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารเกินระยะเวลาตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 นั้น เป็นข้อที่ไม่ได้ ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลล่างทั้งสอง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของผู้ร้องทั้งห้านั้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง

(เสริม บุญทรงสันติกุล - อุระ หวังอ้อมกลาง - วินัย วิมลเศรษฐ)