D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 581/2495

ผล: แก้

นายจาบ ศรแผลง โจทก์ นายเปลี่ยน จุลศร จำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1จำเลยเอาที่ดินของโจทก์ไปจำนองไว้กับสหกรณ์โดยจำเลยใช้อุบายหลอกลวงกล่าวเท็จกับพนักงานสหกรณ์ว่าเป็นที่ดินของจำเลย พนักงานสหกรณ์หลงเชื่อจึงยอมรับจำนองที่ดินไว้ และจ่ายเงินแก่จำเลยไป ดังนี้ เป็นเรื่องจำเลยฉ้อโกงสหกรณ์ โจทก์ไม่ได้เป็นผู้ถูกหลอกลวงฉ้อโกง โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงได้ แต่ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ ต่อพนักงานสหกรณ์นั้น ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายเหมือนกัน โจทก์จึงมีอำนาจเป็น

2โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งความเท็จ ต่อเจ้าพนักงานได้

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยแจ้งความเท็จต่อพนักงานสหกรณ์ว่า ที่ดินของโจทก์แปลงหนึ่งเป็นของจำเลยแล้วจำเลยขอจำนองที่ดินนั้นไว้แก่สหกรณ์ พนักงานสหกรณ์หลงเช่อยอมรับจำนองไว้ และจ่ายเงินให้จำเลยไปแล้วทั้งนี้โดยจำเลยใช้อุบายหลอกลวงประกอบด้วยเอาความเท็จมากล่าวโดยเจตนาทุจริตคิดฉ้อโกงโจทก์ ขอให้ลงโทษฐานแจ้งความเท็จ และฉ้อโกงตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๑๘, ๓๐๖. ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ไม่ครบองค์ความผิด

2พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์ฐานแจ้งความเท็จ โจทก์ได้บรรยายให้เห็นได้แล้วว่า โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยจำเลยเอาที่ดินของโจทก์ ไปจำนองไว้กับสหกรณ์ โจทก์ไม่จำเป็นต้องยกในฟ้องโดยตรงอีกว่า โจทก์ได้รับความเสียหายฟ้องฐานนี้ เป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนฟ้องของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงนั้น เฉพาะเรื่องนี้ โจทก์ไม่ได้ถูกหลอกลวงฉ้อโกงโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจเป็น

3โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานนี้ได้ พิพากษาแก้ ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องในฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา ๑๑๘ ฐานเดียว

(นาถปริญญา - เลขวณิชธรรมวิทักษ์ - ศิลปสิทธิวินิจฉัย)

ศาลจังหวัดปากพนัง - นายชุ่ม สุนทรวชัย ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท