คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2492
ผล: ยกฎีกา อาญาอัยการประจำศาลจังหวัดปากพนังโจทก์ นายฝาก รอดสีเพ็ง ที่ 1 นายเหลือ อินนวล ที่ 2 นายสิน คำทอง ที่ 3 นายจ้ง อินนวล ที่ 4จำเลย
ย่อ / หลักกฎหมาย
1โจทก์ฎีกาขอให้ริบของกลาง อ้างเหตุว่า เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับเล่นการพนัน ดังนี้ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งศาลชั้นต้นและ
2ศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับจำเลยคนละ 50 บาท โจทก์จะฎีกาต่อไปไม่ได้ เพราะต้องด้วยข้อห้ามตามมาตรา 220 แห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(อ้างฎีกาที่ 824/2490)โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันเล่นพนันไพ่ผ่องไทย พนันเอาทรัพย์สินกัน โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษและริบของกลาง จำเลยรับสารภาพ
3ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 ปรับคนละ 50 บาท ของกลางริบ ศาลอุทธรณ์แก้ให้คืนเสื่อ และตะเกียงของกลางให้จำเลยไป นอกนั้นยืนตาม
4โจทก์ฎีกาขอให้ริบเสื่อและตะเกียงของกลาง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาให้ริบของกลางอ้างเหตุว่า เป็นเครื่องมือใช้สำหรับเล่นการพนันซึ่งเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง และศาลชั้นต้นและ
5ศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับจำเลยคนละ 50 บาท จะฎีกาต่อไปไม่ได้ ต้องด้วยข้อห้ามตามมาตรา 220 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงไม่รับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณาให้ยกฎีกาโจทก์เสีย ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2492อัยการประจำศาลจังหวัดปากพนังโจทก์นายฝาก รอดสีเพ็ง ที่ 1 นายเหลือ อินนวล ที่ 2 นายสิน คำทอง ที่ 3 นายจ้ง อินนวล ที่ 4จำเลย ป.วิ.อ. ม. 220 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 12
6โจทก์ฎีกาขอให้ริบของกลาง อ้างเหตุว่า เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับเล่นการพนัน ดังนี้ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งศาลชั้นต้นและ
7ศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับจำเลยคนละ 50 บาท โจทก์จะฎีกาต่อไปไม่ได้ เพราะต้องด้วยข้อห้ามตามมาตรา 220 แห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(อ้างฎีกาที่ 824/2490)โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันเล่นพนันไพ่ผ่องไทย พนันเอาทรัพย์สินกัน
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษและริบของกลาง จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 ปรับคนละ 50 บาท ของกลางริบ ศาลอุทธรณ์แก้ให้คืนเสื่อ และตะเกียงของกลางให้จำเลยไป นอกนั้นยืนตาม
2โจทก์ฎีกาขอให้ริบเสื่อและตะเกียงของกลาง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาให้ริบของกลางอ้างเหตุว่า เป็นเครื่องมือใช้สำหรับเล่นการพนันซึ่งเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง และศาลชั้นต้นและ
3ศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับจำเลยคนละ 50 บาท จะฎีกาต่อไปไม่ได้ ต้องด้วยข้อห้ามตามมาตรา 220 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงไม่รับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณาให้ยกฎีกาโจทก์เสีย(เลขวณิชธรรมวิทักษ์-มนูภันย์วิมลสาร-ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันเล่นพนันไพ่ผ่องไทย พนันเอาทรัพย์สินกัน โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษและริบของกลาง จำเลยรับสารภาพ
4ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 ปรับคนละ 50 บาท ของกลางริบ ศาลอุทธรณ์แก้ให้คืนเสื่อ และตะเกียงของกลางให้จำเลยไป นอกนั้นยืนตาม
5โจทก์ฎีกาขอให้ริบเสื่อและตะเกียงของกลาง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาให้ริบของกลางอ้างเหตุว่า เป็นเครื่องมือใช้สำหรับเล่นการพนันซึ่งเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง และศาลชั้นต้นและ
6ศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับจำเลยคนละ 50 บาท จะฎีกาต่อไปไม่ได้ ต้องด้วยข้อห้ามตามมาตรา 220 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงไม่รับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณาให้ยกฎีกาโจทก์เสีย
(เลขวณิชธรรมวิทักษ์ - มนูภันย์วิมลสาร - ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ)