D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2561

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13/2561

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1คดีนี้ แม้จำเลยที่ ๑ เป็นหน่วยงานทางปกครอง และจำเลยที่ ๒ จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องโจทก์อ้างว่า จำเลยทั้งสองสร้างสะพานไม้และศาลาที่พักรุกล้ำเข้าไปในที่ดินพิพาทของโจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตาม น.ส. ๓ ร่วมกับผู้มีชื่ออีกหลายคน ขอให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทและห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องรบกวนการครอบครองที่ดินดังกล่าว การที่

2จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทเกิน ๕ ปีติดต่อกัน ที่ดินพิพาทจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ทั้งสามได้ จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสามตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 13/2561ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองระยองศาลผู้รับความเห็นนายเชิดพงษ์ เกตุจินดา ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนโจทก์จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ป.พ.พ. คดีนี้ แม้จำเลยที่ ๑ เป็นหน่วยงานทางปกครอง และจำเลยที่ ๒ จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องโจทก์อ้างว่า จำเลยทั้งสองสร้างสะพานไม้และศาลาที่พักรุกล้ำเข้าไปในที่ดินพิพาทของโจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตาม

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1น.ส. ๓ ร่วมกับผู้มีชื่ออีกหลายคน ขอให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทและห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องรบกวนการครอบครองที่ดินดังกล่าว การที่

2จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทเกิน ๕ ปีติดต่อกัน ที่ดินพิพาทจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ทั้งสามได้ จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสามตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม()