D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1107/2503

ผล: แก้ อาญา

อัยการจังหวัดอ่างทองโจทก์ พลตำรวจสมัครสำรวย งามสอาดจำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1จำเลยทำผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนาเหตุเกิดก่อนใช้ประมวลกฎหมายอาญาต้องลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 จะลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 หาได้ไม่ เพราะอัตราโทษเท่ากันกับกฎหมายเก่า ไม่มีส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยประการใด และเมื่อคำให้การจำเลยมีประโยชน์ในการพิจารณาอยู่บ้าง จะปรานีลดโทษให้จำเลย ก็ต้องอ้างกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 59 จะมาอ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ไม่ได้ได้ความว่า เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2498 เวลากลางคืน จำเลยได้ใช้ปืนของกลางยิงนายสิบตำรวจตรีสำรวล เกตุทอง ถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่าศาลชั้นต้นและ

2ศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 15 ปี คำให้การจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยไว้ 10 ปี ปืนของกลางริบศาลฎีกาเห็นว่า ที่

3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 นั้น ยังไม่ถูกต้อง เพราะคดีนี้เหตุเกิดก่อนการใช้ประมวลกฎหมายอาญา อัตราโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ตามที่โจทก์ขอให้ลงโทษแก่จำเลย เท่ากับอัตราโทษตามมาตรา 288 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ไม่มีส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยประการใด จึง

4พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ให้จำคุกจำเลย 15 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 คงจำคุกจำเลยไว้ 10 ปี นอกจากที่แก้ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1107/2503อัยการจังหวัดอ่างทองโจทก์พลตำรวจสมัครสำรวย งามสอาดจำเลย ป.อ. ม. 3, ม. 78, ม. 288 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 59, ม. 249จำเลยทำผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนาเหตุเกิดก่อนใช้ประมวลกฎหมายอาญาต้องลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1มาตรา 249 จะลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 หาได้ไม่ เพราะอัตราโทษเท่ากันกับกฎหมายเก่า ไม่มีส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยประการใด และเมื่อคำให้การจำเลยมีประโยชน์ในการพิจารณาอยู่บ้าง จะปรานีลดโทษให้จำเลย ก็ต้องอ้างกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 59 จะมาอ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ไม่ได้ได้ความว่า เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2498 เวลากลางคืน จำเลยได้ใช้ปืนของกลางยิงนายสิบตำรวจตรีสำรวล เกตุทอง ถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่าศาลชั้นต้นและ

2ศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 15 ปี คำให้การจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยไว้ 10 ปี ปืนของกลางริบศาลฎีกาเห็นว่า ที่

3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 นั้น ยังไม่ถูกต้อง เพราะคดีนี้เหตุเกิดก่อนการใช้ประมวลกฎหมายอาญา อัตราโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ตามที่โจทก์ขอให้ลงโทษแก่จำเลย เท่ากับอัตราโทษตามมาตรา 288 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ไม่มีส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยประการใด จึง

4พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ให้จำคุกจำเลย 15 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 คงจำคุกจำเลยไว้ 10 ปี นอกจากที่แก้ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์(สนิท สุมาวงศ์-ประมูล สุวรรณศร-โพยม เลขยานนท์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ได้ความว่า เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2498 เวลากลางคืน จำเลยได้ใช้ปืนของกลางยิงนายสิบตำรวจตรีสำรวล เกตุทอง ถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่าศาลชั้นต้นและ

5ศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 15 ปี คำให้การจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยไว้ 10 ปี ปืนของกลางริบศาลฎีกาเห็นว่า ที่

6ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 นั้น ยังไม่ถูกต้อง เพราะคดีนี้เหตุเกิดก่อนการใช้ประมวลกฎหมายอาญา อัตราโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ตามที่โจทก์ขอให้ลงโทษแก่จำเลย เท่ากับอัตราโทษตามมาตรา 288 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ไม่มีส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยประการใด จึง

7พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ให้จำคุกจำเลย 15 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 คงจำคุกจำเลยไว้ 10 ปี นอกจากที่แก้ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

(สนิท สุมาวงศ์ - ประมูล สุวรรณศร - โพยม เลขยานนท์)