D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2491

ผล: แก้

อัยยการกาญจนบุรีโจทก์ นายเบิ้ม ประทุมสูตรจำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ฟ้องหาว่าจำเลยหน่วงเหนี่ยวกักขังคนเพื่อเอาสินไถ+บทก.ม. ขอให้ลงโทษ+เพียง ก.ม.อาญามาตรา 270 เท่านั้น ย่อมต้องเข้าใจว่าหมายถึงมาตรา 270 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย(ฉบับ ที่ 4)477 แล้ว ศาลงโทษตามพ.ร.บ.ที่แก้ไขเพิ่มเติมได้ไม่เป็นการเกินคำขอท้ายฟ้อง.โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันบังอาจหน่วงเหนี่ยวกักขังนางคล้อย เด็กชายบุญส่งโดยมิบังควรเพื่อเอาสินไถและใช้อำนาจดวยกำลังกายหรือข่มขู่ด้วยวาจาขู่เข็ญข่มขืนกระทำชำเรานางคล้อย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญามาตรา ๒๔๓,๒๗๐.

2ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามก.ม.อาญา ม.๒๔๓,๒๗๐ ละพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.ลักษณะอาญาตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.ลักษณะอาญา ๒๔๗๗ (ฉฉบับที่ ๔)มาตรา ๓,๔ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม. ลักษณะอาญา (ฉบับที่ ๔)๒๔๗๗ มาตรา ๓,๔ ซึ่งโจทก์มิได้ระบุท้ายฟ้องนั้นมิชอบ จึงแก้เป็นว่าให้ลงโทษตาม ม.๒๔๓,๒๗๐ โจทก์,

3จำเลยฎีกา ศาลฎีกา เห็นว่า แต่เดิมเรื่องจับคนเพื่อสินไถ่นี้ไม่มีบัญญัติไว้ใน ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๗๐ โดยเฉพาะต่อมา พ.ร.บ.ที่กล่าวนั้นให้เติมความเรื่องนี้ลงในมาตรา ๒๗๐ เมื่อเป็นดังนี้ เพียงแต่ระบุก.ม.ลักษณะอาญา ๒๗๐ เท่านั้นก็ต้องเข้าใจว่า หมายถึงมาตรา ๒๗๐ ที่ได้แก้ไขเพิ่มแล้ว จึง

4พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดตามมาตรา ๒๔๓ และมาตรา ๒๗๐ ที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2491อัยยการกาญจนบุรีโจทก์นายเบิ้ม ประทุมสูตรจำเลย ป.อ. ม. 270, ม. 71 ป.วิ.อ. ม. 158, ม. 192ฟ้องหาว่าจำเลยหน่วงเหนี่ยวกักขังคนเพื่อเอาสินไถ+บทก.ม. ขอให้ลงโทษ+เพียง ก.ม.อาญามาตรา 270 เท่านั้น ย่อมต้องเข้าใจว่าหมายถึงมาตรา 270 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย(ฉบับ ที่ 4)477 แล้ว ศาลงโทษตามพ.ร.บ.ที่แก้ไขเพิ่มเติมได้ไม่เป็นการเกินคำขอท้ายฟ้อง.โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันบังอาจหน่วงเหนี่ยวกักขังนางคล้อย

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1เด็กชายบุญส่งโดยมิบังควรเพื่อเอาสินไถและใช้อำนาจดวยกำลังกายหรือข่มขู่ด้วยวาจาขู่เข็ญข่มขืนกระทำชำเรานางคล้อย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญามาตรา ๒๔๓,๒๗๐.

2ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามก.ม.อาญา ม.๒๔๓,๒๗๐ ละพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.ลักษณะอาญาตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.ลักษณะอาญา ๒๔๗๗ (ฉฉบับที่ ๔)มาตรา ๓,๔ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม. ลักษณะอาญา (ฉบับที่ ๔)๒๔๗๗ มาตรา ๓,๔ ซึ่งโจทก์มิได้ระบุท้ายฟ้องนั้นมิชอบ จึงแก้เป็นว่าให้ลงโทษตาม ม.๒๔๓,๒๗๐ โจทก์,

3จำเลยฎีกา ศาลฎีกา เห็นว่า แต่เดิมเรื่องจับคนเพื่อสินไถ่นี้ไม่มีบัญญัติไว้ใน ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๗๐ โดยเฉพาะต่อมา พ.ร.บ.ที่กล่าวนั้นให้เติมความเรื่องนี้ลงในมาตรา ๒๗๐ เมื่อเป็นดังนี้ เพียงแต่ระบุก.ม.ลักษณะอาญา ๒๗๐ เท่านั้นก็ต้องเข้าใจว่า หมายถึงมาตรา ๒๗๐ ที่ได้แก้ไขเพิ่มแล้ว จึง

4พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดตามมาตรา ๒๔๓ และมาตรา ๒๗๐ ที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว(ศิลปสิทธิวินิจฉัย-จำรูญเนติศาสตร์-มนูภันย์วิมลสาร)ศาลชั้นต้น - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสน์วินิจฉัยแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันบังอาจหน่วงเหนี่ยวกักขังนางคล้อย เด็กชายบุญส่งโดยมิบังควรเพื่อเอาสินไถและใช้อำนาจดวยกำลังกายหรือข่มขู่ด้วยวาจาขู่เข็ญข่มขืนกระทำชำเรานางคล้อย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญามาตรา ๒๔๓,๒๗๐.

5ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามก.ม.อาญา ม.๒๔๓,๒๗๐ ละพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.ลักษณะอาญาตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.ลักษณะอาญา ๒๔๗๗ (ฉฉบับที่ ๔)มาตรา ๓,๔ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม. ลักษณะอาญา (ฉบับที่ ๔)๒๔๗๗ มาตรา ๓,๔ ซึ่งโจทก์มิได้ระบุท้ายฟ้องนั้นมิชอบ จึงแก้เป็นว่าให้ลงโทษตาม ม.๒๔๓,๒๗๐ โจทก์,

6จำเลยฎีกา ศาลฎีกา เห็นว่า แต่เดิมเรื่องจับคนเพื่อสินไถ่นี้ไม่มีบัญญัติไว้ใน ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๗๐ โดยเฉพาะต่อมา พ.ร.บ.ที่กล่าวนั้นให้เติมความเรื่องนี้ลงในมาตรา ๒๗๐ เมื่อเป็นดังนี้ เพียงแต่ระบุก.ม.ลักษณะอาญา ๒๗๐ เท่านั้นก็ต้องเข้าใจว่า หมายถึงมาตรา ๒๗๐ ที่ได้แก้ไขเพิ่มแล้ว จึง

7พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดตามมาตรา ๒๔๓ และมาตรา ๒๗๐ ที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว

(ศิลปสิทธิวินิจฉัย - จำรูญเนติศาสตร์ - มนูภันย์วิมลสาร)

ศาลชั้นต้น - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสน์วินิจฉัย