D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1886/2492

ผล: ยืน

นางสาวบุญมา สุวรรณะผู้ร้อง นายทวี นิลพันธ์ผู้ค้าน

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ผู้ร้องซึ่งเป็นน้า มิใช่บุคคลซึ่งระบุไว้ในมาตรา 29 และการรับบุตรบุญธรรมมิได้จะทะเบียน บัดนี้ผู้ที่เลี้ยงมานั้นได้แยกเรือนอยู่กับภริยาแล้ว ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งตั้งตนเป็นผู้พิทักษ์.ผู้ร้องได้ร้องขอให้ศาลสั่งตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้พิทักษ์นายทวี ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าเป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นน้า ได้เลี้ยงนายทวีเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่เล็ก แต่มิได้จดทะเบียน บัดนี้นายทวีมีภริยาแยกเรือนไปแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องมิใช่บุคคลตามมาตรา ๒๙ เป็นน้าจะอนุโลมเป็นมารดามิได้ เพราะการรับบุตรบุญธรรมมิได้จดทะเบียน ให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้ร้องมิได้แสดงเหตุสำคัญที่ควรตั้งผู้อื่นตามมาตรา ๑๔๕๗ ซึ่งให้ภริยาเท่านั้นเป็นผู้พิทักษ์ได้

2พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลชั้นต้นว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอ เพราะมิใช่บุคคลดังที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๙ ขณะร้องขอ นายทวีอยู่กับภริยา ไม่ได้อยู่ในอนุบาลหรือพิทักษ์ของผู้ร้อง จะถือว่าผู้ร้องเป็นมารดาก็ไม่ได้ เพราะการรับบุตรบุญธรรมไม่ได้จดทะเบียน

3พิพากษายืน. ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1886/2492นางสาวบุญมา สุวรรณะผู้ร้องนายทวี นิลพันธ์ผู้ค้าน ป.พ.พ. ม. 29, ม. 1457.ผู้ร้องซึ่งเป็นน้า มิใช่บุคคลซึ่งระบุไว้ในมาตรา 29 และการรับบุตรบุญธรรมมิได้จะทะเบียน บัดนี้ผู้ที่เลี้ยงมานั้นได้แยกเรือนอยู่กับภริยาแล้ว ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งตั้งตนเป็นผู้พิทักษ์.ผู้ร้องได้ร้องขอให้ศาลสั่งตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้พิทักษ์นายทวี ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าเป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นน้า ได้เลี้ยงนายทวีเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่เล็ก แต่มิได้จดทะเบียน บัดนี้นายทวีมีภริยาแยกเรือนไปแล้ว

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องมิใช่บุคคลตามมาตรา ๒๙ เป็นน้าจะอนุโลมเป็นมารดามิได้ เพราะการรับบุตรบุญธรรมมิได้จดทะเบียน ให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้ร้องมิได้แสดงเหตุสำคัญที่ควรตั้งผู้อื่นตามมาตรา ๑๔๕๗ ซึ่งให้ภริยาเท่านั้นเป็นผู้พิทักษ์ได้

2พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลชั้นต้นว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอ เพราะมิใช่บุคคลดังที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๙ ขณะร้องขอ นายทวีอยู่กับภริยา ไม่ได้อยู่ในอนุบาลหรือพิทักษ์ของผู้ร้อง จะถือว่าผู้ร้องเป็นมารดาก็ไม่ได้ เพราะการรับบุตรบุญธรรมไม่ได้จดทะเบียน

3พิพากษายืน.(ปรีชาวินิจฉัย-ประวัติ ปัตตพงศ์-ศิลปสิทธิวินิจฉัย)ศาลจังหวัดนครปฐม - นายละออง จุลเกษียรศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิมนต์นฤนาทแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ผู้ร้องได้ร้องขอให้ศาลสั่งตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้พิทักษ์นายทวี ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าเป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นน้า ได้เลี้ยงนายทวีเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่เล็ก แต่มิได้จดทะเบียน บัดนี้นายทวีมีภริยาแยกเรือนไปแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องมิใช่บุคคลตามมาตรา ๒๙ เป็นน้าจะอนุโลมเป็นมารดามิได้ เพราะการรับบุตรบุญธรรมมิได้จดทะเบียน ให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้ร้องมิได้แสดงเหตุสำคัญที่ควรตั้งผู้อื่นตามมาตรา ๑๔๕๗ ซึ่งให้ภริยาเท่านั้นเป็นผู้พิทักษ์ได้

4พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลชั้นต้นว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอ เพราะมิใช่บุคคลดังที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๙ ขณะร้องขอ นายทวีอยู่กับภริยา ไม่ได้อยู่ในอนุบาลหรือพิทักษ์ของผู้ร้อง จะถือว่าผู้ร้องเป็นมารดาก็ไม่ได้ เพราะการรับบุตรบุญธรรมไม่ได้จดทะเบียน

5พิพากษายืน.

(ปรีชาวินิจฉัย - ประวัติ ปัตตพงศ์ - ศิลปสิทธิวินิจฉัย)

ศาลจังหวัดนครปฐม - นายละออง จุลเกษียรศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิมนต์นฤนาท