ย่อ / หลักกฎหมาย
1พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522มาตรา 35 บัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนที่อาจจะได้รับความเสียหายจากการถูกจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่ผู้ที่จูงใจหรือผู้อื่นโดยไม่สมัครใจอันเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนเป็นส่วนรวม ไม่ได้คุ้มครองโจทก์โดยตรงเป็นพิเศษ หากการกระทำของจำเลยเป็นความผิดก็ต้องถือว่าเป็นความผิดต่อรัฐไม่ใช่กระทำความผิดต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามป.วิ.อ. มาตรา 2(4).
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35, 84 และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยตามกฎหมายศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง
2จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35, 84 จำคุก1 ปี และปรับ 2,000 บาท จำเลยไม่เคยกระทำผิด รวมทั้งเคยประกอบคุณงามความดีและรับใช้ประเทศชาติมาก่อนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับบังคับตามมาตรา29 และ 30 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 10 ปีโจทก์และจำเลยต่างอุทธรณ์
3ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่
4โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งให้สัญญาว่า ถ้าหากได้รบความไว้วางใจในการเลือกตั้งจะสละเงินเดือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้เพื่อประโยชน์ต่อลูกหลานชาวแปดริ้ว อันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นว่าจำเลยเป็นผู้เสียสละเพื่อส่วนรวม จึงลงคะแนนเลือกตตั้งให้จำเลยมากกว่าโจทก์ ถ้าหากจำเลยไม่ฝ่าฝืนต่อกฏหมายดังกล่าว โจทก์จะได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา และเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2522 มาตรา 35 ไม่ได้จำกัดเฉพาะเจ้าพนักงานของรัฐเท่านั้นที่จะเป็นผู้เสียหาย โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องจำเลยได้ นั้นเห็นว่า ถึงแม้จะฟังข้อเท็จจริงได้ว่าจำเลยกระทำความผิดต่อกฏหมายดังที่โจทก์กล่าวอ้าง กฎหมายดังกล่าวก็บัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนที่อาจจะได้รับความเสียหายจากการถูกจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่ผู้ที่จูงใจหรือผู้อื่นโดยไม่สมัครใจ อันเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนเป็นส่วนรวม ไม่ได้คุ้มครองโจทก์โดยตรงเป็นพิเศษแต่อย่างใด ถ้าหากการกระทำของจำเลยเป็นความผิดก็ต้องถือว่า กระทำความผิดต่อรัฐไไม่ใช่กระทำความผิดต่อโจทก์ดังนั้นโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4)..."
5พิพากษายืน. ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5660/2533นาย อนันต์ ฉาย แสงโจทก์นาย อาทิตย์ อุไรรัตน์จำเลย พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 ม. 35 ป.พ.พ. ม. 2 (4), ม. 28 (2)พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522มาตรา 35 บัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนที่อาจจะได้รับความเสียหายจากการถูกจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่ผู้ที่จูงใจหรือผู้อื่นโดยไม่สมัครใจอันเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนเป็นส่วนรวม ไม่ได้คุ้มครองโจทก์โดยตรงเป็นพิเศษ หากการกระทำของจำเลยเป็นความผิดก็ต้องถือว่าเป็นความผิดต่อรัฐไม่ใช่กระทำความผิดต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามป.วิ.อ. มาตรา 2(4).
6โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35, 84 และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยตามกฎหมายศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง
7จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35, 84 จำคุก1 ปี และปรับ 2,000 บาท จำเลยไม่เคยกระทำผิด รวมทั้งเคยประกอบคุณงามความดีและรับใช้ประเทศชาติมาก่อนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับบังคับตามมาตรา29 และ 30 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 10 ปีโจทก์และจำเลยต่างอุทธรณ์
8ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่
9โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งให้สัญญาว่า ถ้าหากได้รบความไว้วางใจในการเลือกตั้งจะสละเงินเดือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้เพื่อประโยชน์ต่อลูกหลานชาวแปดริ้ว อันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นว่าจำเลยเป็นผู้เสียสละเพื่อส่วนรวม จึงลงคะแนนเลือกตตั้งให้จำเลยมากกว่าโจทก์ ถ้าหากจำเลยไม่ฝ่าฝืนต่อกฏหมายดังกล่าว โจทก์จะได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา และเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2522 มาตรา 35 ไม่ได้จำกัดเฉพาะเจ้าพนักงานของรัฐเท่านั้นที่จะเป็นผู้เสียหาย โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องจำเลยได้ นั้นเห็นว่า ถึงแม้จะฟังข้อเท็จจริงได้ว่าจำเลยกระทำความผิดต่อกฏหมายดังที่โจทก์กล่าวอ้าง กฎหมายดังกล่าวก็บัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนที่อาจจะได้รับความเสียหายจากการถูกจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่ผู้ที่จูงใจหรือผู้อื่นโดยไม่สมัครใจ อันเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนเป็นส่วนรวม ไม่ได้คุ้มครองโจทก์โดยตรงเป็นพิเศษแต่อย่างใด ถ้าหากการกระทำของจำเลยเป็นความผิดก็ต้องถือว่า กระทำความผิดต่อรัฐไไม่ใช่กระทำความผิดต่อโจทก์ดังนั้นโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4)..."
10พิพากษายืน.(ไพฑูรย์ เนติโพธิ์-นาม ยิ้มแย้ม-โสภณ จันเทรมะ)แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:
11โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35, 84 และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยตามกฎหมายศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง
12จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35, 84 จำคุก1 ปี และปรับ 2,000 บาท จำเลยไม่เคยกระทำผิด รวมทั้งเคยประกอบคุณงามความดีและรับใช้ประเทศชาติมาก่อนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับบังคับตามมาตรา29 และ 30 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 10 ปีโจทก์และจำเลยต่างอุทธรณ์
13ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่
14โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งให้สัญญาว่า ถ้าหากได้รบความไว้วางใจในการเลือกตั้งจะสละเงินเดือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้เพื่อประโยชน์ต่อลูกหลานชาวแปดริ้ว อันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นว่าจำเลยเป็นผู้เสียสละเพื่อส่วนรวม จึงลงคะแนนเลือกตตั้งให้จำเลยมากกว่าโจทก์ ถ้าหากจำเลยไม่ฝ่าฝืนต่อกฏหมายดังกล่าว โจทก์จะได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา และเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2522 มาตรา 35 ไม่ได้จำกัดเฉพาะเจ้าพนักงานของรัฐเท่านั้นที่จะเป็นผู้เสียหาย โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องจำเลยได้ นั้นเห็นว่า ถึงแม้จะฟังข้อเท็จจริงได้ว่าจำเลยกระทำความผิดต่อกฏหมายดังที่โจทก์กล่าวอ้าง กฎหมายดังกล่าวก็บัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนที่อาจจะได้รับความเสียหายจากการถูกจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่ผู้ที่จูงใจหรือผู้อื่นโดยไม่สมัครใจ อันเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนเป็นส่วนรวม ไม่ได้คุ้มครองโจทก์โดยตรงเป็นพิเศษแต่อย่างใด ถ้าหากการกระทำของจำเลยเป็นความผิดก็ต้องถือว่า กระทำความผิดต่อรัฐไไม่ใช่กระทำความผิดต่อโจทก์ดังนั้นโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4)..."
15พิพากษายืน. ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5660/2533นาย อนันต์ ฉาย แสงโจทก์นาย อาทิตย์ อุไรรัตน์จำเลย พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 ม. 35 ป.พ.พ. ม. 2 (4), ม. 28 (2)พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522มาตรา 35 บัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนที่อาจจะได้รับความเสียหายจากการถูกจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่ผู้ที่จูงใจหรือผู้อื่นโดยไม่สมัครใจอันเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนเป็นส่วนรวม ไม่ได้คุ้มครองโจทก์โดยตรงเป็นพิเศษ หากการกระทำของจำเลยเป็นความผิดก็ต้องถือว่าเป็นความผิดต่อรัฐไม่ใช่กระทำความผิดต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามป.วิ.อ. มาตรา 2(4).
16โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35, 84 และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยตามกฎหมายศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง
17จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35, 84 จำคุก1 ปี และปรับ 2,000 บาท จำเลยไม่เคยกระทำผิด รวมทั้งเคยประกอบคุณงามความดีและรับใช้ประเทศชาติมาก่อนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับบังคับตามมาตรา29 และ 30 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 10 ปีโจทก์และจำเลยต่างอุทธรณ์
18ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่
19โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งให้สัญญาว่า ถ้าหากได้รบความไว้วางใจในการเลือกตั้งจะสละเงินเดือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้เพื่อประโยชน์ต่อลูกหลานชาวแปดริ้ว อันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นว่าจำเลยเป็นผู้เสียสละเพื่อส่วนรวม จึงลงคะแนนเลือกตตั้งให้จำเลยมากกว่าโจทก์ ถ้าหากจำเลยไม่ฝ่าฝืนต่อกฏหมายดังกล่าว โจทก์จะได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา และเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2522 มาตรา 35 ไม่ได้จำกัดเฉพาะเจ้าพนักงานของรัฐเท่านั้นที่จะเป็นผู้เสียหาย โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องจำเลยได้ นั้นเห็นว่า ถึงแม้จะฟังข้อเท็จจริงได้ว่าจำเลยกระทำความผิดต่อกฏหมายดังที่โจทก์กล่าวอ้าง กฎหมายดังกล่าวก็บัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนที่อาจจะได้รับความเสียหายจากการถูกจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่ผู้ที่จูงใจหรือผู้อื่นโดยไม่สมัครใจ อันเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนเป็นส่วนรวม ไม่ได้คุ้มครองโจทก์โดยตรงเป็นพิเศษแต่อย่างใด ถ้าหากการกระทำของจำเลยเป็นความผิดก็ต้องถือว่า กระทำความผิดต่อรัฐไไม่ใช่กระทำความผิดต่อโจทก์ดังนั้นโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4)..."
20พิพากษายืน.
(ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ - นาม ยิ้มแย้ม - โสภณ จันเทรมะ)