D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1633/2499

ผล: กลับ อาญา

พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์ นายเฉลิม บุญประชา ที่ 1 นายสมาน อุชชิน ที่ 2 นายสุวิทย์ วัมนพงษ์ ที่ 3จำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1เมื่อข้อเท็จจริงในห้องสำนวนปรากฏว่า ผู้เสียหายมอบเงินให้แก่ผู้แทนผู้เสียหายไปรับจำนองแทนผู้เสียหายเพราะเชื่อตามที่ผู้แทนบอกเช่นนี้และศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าผู้เสียหายหลงเชื่อจำเลยดังนี้เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงไม่ตรงกับความจริง ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยเสียใหม่ให้ตรงความจริงได้ เมื่อผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ร้องทุกข์ มิได้เสียหายเนื่องจากหลงเชื่อการกระทำของจำเลยแล้วก็ย่อมขาดองค์สำคัญแห่งความผิดฐานฉ้อโกง จะลงโทษจำเลยหาได้ไม่.

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๒ เช่าโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๘๕ จากนายพัน นางสด เพื่อให้เป็นหลักทรัพย์ประกันและได้ยักยอกลายมือชื่อนายพัน นางสุดซึ่งเซ็นและพิมพ์ใบมอบอำนาจที่ยังไม่ได้กรอกข้อความ ไปกรอกข้อความให้ผู้อื่นทำสัญญาขายแทนและยักยอกโฉนดนั้นไปทำสัญญาขายกรรมสิทธิ์ให้จำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสามสมคบกันจะเอาโฉนดดังกล่าวไปหลอกลวงจำนองผู้อื่นโดยจำเลยที่ ๒ ไปติดต่อกับพันโทสลับ ๆ ไปหานายสมพงษ์ ๆ ไปหานายชิน ๆ ให้พระราชเสวกไปดูที่ จำเลยที่ ๑ นำชี้หลักเขตซึ่งทำขึ้นแล้วไปปักในที่ของพลตำรวจทองหล่อและนายสวงตามริมถนน พระราชเสวกหลงเชื่อไปแจ้งนายชิน ๆ ไปหานางอุ่น ๆ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงตกลงรับจำนองในราคาสองแสนบาทมอบเงินและเช็คไปให้นายชินเป็นผู้รับจำนองแทนที่หอทะเบียน นายชินมอบเงินและเช็คให้จำเลยที่ ๑ สมเจตนาของจำเลยทั้งสาม

2จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลแขวงพระนครเหนือพิจารณาทำความเห็นส่งศาลอาญา ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามผิดตาม ม.๓๐๘,๖๓ จำคุกคนละ ๑ ปีและให้ใช้เงินแก่ผู้เสียหาย

3จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกาว่าความผิดฐานฉ้อโกงต้องประกอบด้วยองค์ความผิดว่าผู้เสียหายหลงเชื่อและส่งทรัพย์ให้จำเลย เรื่องนี้นางอุ่นผู้เสียหายเชื่อคำหลอกลวงของนายชินมิใช่เชื่อจำเลย และผู้เสียหายส่งทรัพย์ให้นายชินไม่ได้ส่งให้แก่จำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าการที่นางอุ่นมอบเงินให้แก่นายชินไปเพื่อรับจำนองแทนนางอุ่นนั้นเพราะเชื่อนายชิน ความยังปรากฏตามคำนางอุ่นอีกว่าความจริงนางอุ่นไม่รู้จักจำเลยและไม่ได้พบตัวจำเลย ตามที่ศาลทั้งสองวินิจฉัยว่านางอุ่นหลงเชื่อจำเลยจึงไม่ตรงกับความจริงที่ปรากฏในสำนวนศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยได้ แม้จะปรากฏว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามในคดีนี้ส่อแสดงให้เห็นอุบายอันเกิดจากความไม่สุจริตของจำเลยดังที่ศาลทั้งสองวินิจฉัยมาก็ดี เมื่อปรากฏว่านางอุ่นซึ่งเป็นผู้ร้องทุกข์ในคดีนี้มิได้เสียหายเนื่องจากหลงเชื่อการกระทำของจำเลย ซึ่งขาดองค์สำคัญแห่งความผิดฐานฉ้อโกง อันศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายหาได้ไม่ จึง

4พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

(มนูภันย์วิมลสาร - พิบูลย์ไอศวรรย์ - ประศาสน์วินิจฉัย)

ศาลชั้นต้น - ศาลอาญา - นายมานิต จั่นสัญจัยศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศาลโสภณ