D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2492

ผล: แก้

อัยยการ กรมอัยยการโจทก์ นายเหลียง แซ่หว่องจำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1คำว่า ครั้ง ในมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย หมายถึง ครั้งตามคำพิพากษา ไม่ใช่ครั้งแห่งการหลุดพ้นโทษจำคุกมาแล้ว (อ้างฎีกาที่ 1514/82) จำเลยต้องคำพิพากษาจำคุก ฐานพยายามลักทรัพย์ พ้นโทษมาแล้ว ได้ต้องคำพิพากษาจำคุกฐานลักทรัพย์ แต่ต้องจำคุกไม่ครบกำหนดโทษ ได้หลบหนีเรือนจำมากระทำผิดฐานลักทรัพย์อีก ดังนี้ มีเหตุสมควรที่จะใช้ พ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายแก่จำเลยเพราะประพฤติตนเป็นโจรเสมอมานับได้ว่ามีสันดานเป็นผู้ร้าย./ความว่าจำเลยได้ต้องคำพิพากษาให้ลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ จำเลยและหลบหนีที่คุมขัง จำคุก ๑ ปี ๒ เดือน พ้นโทษแล้ว ต่อมาต้องคำพิพากษาให้ลงโทษฐานลักทรัพย์กำหนดโทษ ๑ ปี ๔ เดือน ๒๑ วัน จำเลยต้องจำยังไม่ครบกำหนดโทษ ได้หลบหนีเรือนจำ มากระทำผิดฐานลักทรัพย์อีก จะเรียกว่า จำเลยรับโทษจำคุกมาแล้ว ตามพ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย มาตรา ๘ + ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่า จะเรียกว่า จำเลยเคยรับโทษจำคุกมาแล้ว ๒ ครั้งไม่ได้

2โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า ครั้งในมาตรา ๘ แห่ง พ.ร.บ. กักกัน ฯลฯ นั้นหมายความถึง ครั้ง ตามคำพิพากษา ไม่ใช่ ครั้งแห่งการหลุดพ้นโทษจำคุกมาแล้ว คดีนี้มีเหตุสมควรจะใช้พ.ร.บ. กักกันฯ แก่จำเลย เพราะประพฤติตนเป็นโจรเสมอ นับได้ว่ามีสันดานเป็นผู้ร้าย

3พิพากษาแก้ ให้เพิ่มโทษกักกันจำเลย ๔ ปี ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2492อัยยการ กรมอัยยการโจทก์นายเหลียง แซ่หว่องจำเลย พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม. 8, ม. 9.คำว่า ครั้ง ในมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย หมายถึง ครั้งตามคำพิพากษา ไม่ใช่ครั้งแห่งการหลุดพ้นโทษจำคุกมาแล้ว (อ้างฎีกาที่ 1514/82) จำเลยต้องคำพิพากษาจำคุก ฐานพยายามลักทรัพย์

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1พ้นโทษมาแล้ว ได้ต้องคำพิพากษาจำคุกฐานลักทรัพย์ แต่ต้องจำคุกไม่ครบกำหนดโทษ ได้หลบหนีเรือนจำมากระทำผิดฐานลักทรัพย์อีก ดังนี้ มีเหตุสมควรที่จะใช้ พ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายแก่จำเลยเพราะประพฤติตนเป็นโจรเสมอมานับได้ว่ามีสันดานเป็นผู้ร้าย./ความว่าจำเลยได้ต้องคำพิพากษาให้ลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ จำเลยและหลบหนีที่คุมขัง จำคุก ๑ ปี ๒ เดือน พ้นโทษแล้ว ต่อมาต้องคำพิพากษาให้ลงโทษฐานลักทรัพย์กำหนดโทษ ๑ ปี ๔ เดือน ๒๑ วัน จำเลยต้องจำยังไม่ครบกำหนดโทษ ได้หลบหนีเรือนจำ มากระทำผิดฐานลักทรัพย์อีก จะเรียกว่า จำเลยรับโทษจำคุกมาแล้ว ตามพ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย มาตรา ๘ + ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่า จะเรียกว่า จำเลยเคยรับโทษจำคุกมาแล้ว ๒ ครั้งไม่ได้

2โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า ครั้งในมาตรา ๘ แห่ง พ.ร.บ. กักกัน ฯลฯ นั้นหมายความถึง ครั้ง ตามคำพิพากษา ไม่ใช่ ครั้งแห่งการหลุดพ้นโทษจำคุกมาแล้ว คดีนี้มีเหตุสมควรจะใช้พ.ร.บ. กักกันฯ แก่จำเลย เพราะประพฤติตนเป็นโจรเสมอ นับได้ว่ามีสันดานเป็นผู้ร้าย

3พิพากษาแก้ ให้เพิ่มโทษกักกันจำเลย ๔ ปี(ธรรมบัณฑิต-นาถปรีชา-นนทปัญญา)ศาลชั้นต้น - หลวงเจริญ ฤทธิศาสตร์.ศาลอุทธรณ์ - พระประสาสน์วินิจฉัย.แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ความว่าจำเลยได้ต้องคำพิพากษาให้ลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ จำเลยและหลบหนีที่คุมขัง จำคุก ๑ ปี ๒ เดือน พ้นโทษแล้ว ต่อมาต้องคำพิพากษาให้ลงโทษฐานลักทรัพย์กำหนดโทษ ๑ ปี ๔ เดือน ๒๑ วัน จำเลยต้องจำยังไม่ครบกำหนดโทษ ได้หลบหนีเรือนจำ มากระทำผิดฐานลักทรัพย์อีก จะเรียกว่า จำเลยรับโทษจำคุกมาแล้ว ตามพ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย มาตรา ๘ + ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่า จะเรียกว่า จำเลยเคยรับโทษจำคุกมาแล้ว ๒ ครั้งไม่ได้

4โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า ครั้งในมาตรา ๘ แห่ง พ.ร.บ. กักกัน ฯลฯ นั้นหมายความถึง ครั้ง ตามคำพิพากษา ไม่ใช่ ครั้งแห่งการหลุดพ้นโทษจำคุกมาแล้ว คดีนี้มีเหตุสมควรจะใช้พ.ร.บ. กักกันฯ แก่จำเลย เพราะประพฤติตนเป็นโจรเสมอ นับได้ว่ามีสันดานเป็นผู้ร้าย

5พิพากษาแก้ ให้เพิ่มโทษกักกันจำเลย ๔ ปี

(ธรรมบัณฑิต - นาถปรีชา - นนทปัญญา)

ศาลชั้นต้น - หลวงเจริญ ฤทธิศาสตร์.ศาลอุทธรณ์ - พระประสาสน์วินิจฉัย.