D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 192/2495

ผล: ยืน

อัยการสงขลา

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ผู้ตายกับจำเลยไปช่วยเขาไถนาด้วยกัน เมื่อไถนาเสร็จแล้วมีการเลี้ยงสุราอาหาร ผู้ตายกินอิ่มแล้วเดินไปที่จำเลย ตีศีร์ษะจำเลย 2 ทีแล้ววิ่งหนี จำเลยวิ่งไล่ไปทันที่คูน้ำข้างถนน เข้าปล้ำกัน ปรากฎว่าผู้ตายมีบาดแผลถูกแทง 6 แห่ง เป็นบาดแผลสาหัส 2 แห่ง ผู้ตายขาดใจตายในวันนั้น ดังนี้ เป็นเรื่องจำเลยกระทำไปโดยบรรดาลโทษะ หาใช่เป็นเรื่องป้องกันไม่ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249 จำคุก 15 ปี ลดโทษ-ตามมาตรา 59 หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปี ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยกระทำไปโดยบรรดาลโทษะจึงลดโทษให้ตามมาตรา 55 อีกกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี ดังนี้

2จำเลยฎีกาว่าจำเลยได้กระทำการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ได้โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยฆ่าคนตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙ จำเลยต่อสู้ว่าป้องกันตัว

3ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙ ให้จำคุก ๑๕ ปี ลดตามมาครา ๕๙ หนึ่งในสาม คงเหลือโทษจำคุก ๑๐ ปี

4จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยกระทำผิดในขณะบรรดาลโทษะ จึงลดโทษให้ตามมาตรา ๕๕ กึ่งหนึ่ง กับลดตามมาตรา ๕๙ หนึ่งในสามคงเหลือโทษจำคุก ๕ ปี

5จำเลยฎีกาว่า ได้กระทำการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว คดีได้ความว่าในวันเกิดเหตุ นายแดงผู้ตายกับจำเลยไปช่วยนายเคลื่อนไถนาเมื่อไถนาเสร็จแล้ว มีการเลี้ยงสุราอาหาร ผู้ตายกินอิ่มแล้วเดินไปที่จำเลย ตีศีร์ษะจำเลย ๒ ที แล้ววิ่งหนี จำเลยวิ่งไล่ไปทันที่คูน้ำข้างถนน เข้าปล้ำกัน จำเลยใช้มีดแทงผู้ตาย ปรากฎว่าผู้ตายมีบาดแผลถูกแทง ๖ แห่ง เป็นบาดแผลสาหัส ๒ แห่ง ผู้ตายขาดใจตายในวันนั้น กรณีแสดงให้เห็นว่า จำเลยกระทำไปโดยบรรดาลโทษะหาใช่เป็นเรื่องป้องกันไม่ จึง

6พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 192/2495อัยการสงขลา

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1และนายเห้ง เอี่ยมสุวรรณ์โจทก์นายหมาน หมานระโต๊ะจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 50, ม. 55, ม. 249. ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 219ผู้ตายกับจำเลยไปช่วยเขาไถนาด้วยกัน เมื่อไถนาเสร็จแล้วมีการเลี้ยงสุราอาหาร ผู้ตายกินอิ่มแล้วเดินไปที่จำเลย ตีศีร์ษะจำเลย 2 ทีแล้ววิ่งหนี จำเลยวิ่งไล่ไปทันที่คูน้ำข้างถนน เข้าปล้ำกัน ปรากฎว่าผู้ตายมีบาดแผลถูกแทง 6 แห่ง เป็นบาดแผลสาหัส 2 แห่ง ผู้ตายขาดใจตายในวันนั้น ดังนี้ เป็นเรื่องจำเลยกระทำไปโดยบรรดาลโทษะ หาใช่เป็นเรื่องป้องกันไม่ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249 จำคุก 15 ปี ลดโทษ-ตามมาตรา 59 หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปี ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยกระทำไปโดยบรรดาลโทษะจึงลดโทษให้ตามมาตรา 55 อีกกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี ดังนี้

2จำเลยฎีกาว่าจำเลยได้กระทำการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ได้โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยฆ่าคนตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙ จำเลยต่อสู้ว่าป้องกันตัว

3ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙ ให้จำคุก ๑๕ ปี ลดตามมาครา ๕๙ หนึ่งในสาม คงเหลือโทษจำคุก ๑๐ ปี

4จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยกระทำผิดในขณะบรรดาลโทษะ จึงลดโทษให้ตามมาตรา ๕๕ กึ่งหนึ่ง กับลดตามมาตรา ๕๙ หนึ่งในสามคงเหลือโทษจำคุก ๕ ปี

5จำเลยฎีกาว่า ได้กระทำการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว คดีได้ความว่าในวันเกิดเหตุ นายแดงผู้ตายกับจำเลยไปช่วยนายเคลื่อนไถนาเมื่อไถนาเสร็จแล้ว มีการเลี้ยงสุราอาหาร ผู้ตายกินอิ่มแล้วเดินไปที่จำเลย ตีศีร์ษะจำเลย ๒ ที แล้ววิ่งหนี จำเลยวิ่งไล่ไปทันที่คูน้ำข้างถนน เข้าปล้ำกัน จำเลยใช้มีดแทงผู้ตาย ปรากฎว่าผู้ตายมีบาดแผลถูกแทง ๖ แห่ง เป็นบาดแผลสาหัส ๒ แห่ง ผู้ตายขาดใจตายในวันนั้น กรณีแสดงให้เห็นว่า จำเลยกระทำไปโดยบรรดาลโทษะหาใช่เป็นเรื่องป้องกันไม่ จึง

6พิพากษายืน(เลขวณิชธรรมวิทักษ์-ศิลปสิทธิวินิจฉัย-นาถปริญญา)ศาลจังหวัดสงขลา - นายรื่น วิไลชนม์ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริรักษ์จรรยาวัตร์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยฆ่าคนตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙ จำเลยต่อสู้ว่าป้องกันตัว

7ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙ ให้จำคุก ๑๕ ปี ลดตามมาครา ๕๙ หนึ่งในสาม คงเหลือโทษจำคุก ๑๐ ปี

8จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยกระทำผิดในขณะบรรดาลโทษะ จึงลดโทษให้ตามมาตรา ๕๕ กึ่งหนึ่ง กับลดตามมาตรา ๕๙ หนึ่งในสามคงเหลือโทษจำคุก ๕ ปี

9จำเลยฎีกาว่า ได้กระทำการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว คดีได้ความว่าในวันเกิดเหตุ นายแดงผู้ตายกับจำเลยไปช่วยนายเคลื่อนไถนาเมื่อไถนาเสร็จแล้ว มีการเลี้ยงสุราอาหาร ผู้ตายกินอิ่มแล้วเดินไปที่จำเลย ตีศีร์ษะจำเลย ๒ ที แล้ววิ่งหนี จำเลยวิ่งไล่ไปทันที่คูน้ำข้างถนน เข้าปล้ำกัน จำเลยใช้มีดแทงผู้ตาย ปรากฎว่าผู้ตายมีบาดแผลถูกแทง ๖ แห่ง เป็นบาดแผลสาหัส ๒ แห่ง ผู้ตายขาดใจตายในวันนั้น กรณีแสดงให้เห็นว่า จำเลยกระทำไปโดยบรรดาลโทษะหาใช่เป็นเรื่องป้องกันไม่ จึง

10พิพากษายืน

(เลขวณิชธรรมวิทักษ์ - ศิลปสิทธิวินิจฉัย - นาถปริญญา)

ศาลจังหวัดสงขลา - นายรื่น วิไลชนม์ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริรักษ์จรรยาวัตร์