คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2505 แพ่ง มี 2 ฉบับ
นางละมัย จูนิยม โจทก์ นายนาค จูนิยม กับพวก จำเลย นางสัมฤทธิ์ กราบสกุล กับพวก ผู้ร้อง
คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยถึงแก่กรรม ทายาทขอเข้ารับมรดกความแทนที่ในชั้นฎีกาได้
ระบบตอบช้ากว่าปกติ ยังทำงานอยู่
นางละมัย จูนิยม โจทก์ นายนาค จูนิยม กับพวก จำเลย นางสัมฤทธิ์ กราบสกุล กับพวก ผู้ร้อง
คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยถึงแก่กรรม ทายาทขอเข้ารับมรดกความแทนที่ในชั้นฎีกาได้
นายเซี๊ยะจั๊ว แซ่จึง โจทก์ นายจุ้ยฮ้อ แซ่ลิ้ม จำเลย
คำร้องขอเพิ่มเติมฎีกาต้องยื่นภายในกำหนดอายุความฎีกา
ขุนไพโรจน์รัชการ โจทก์ พลทหารกลม ดวงสนาม กับพวก จำเลย
โจทก์ยื่นฎีกาและคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาโจทก์ถึงแก่กรรมจนล่วงเลยเวลา 1 ปีแล้ว ไม่มีผู้ใดขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ ดังนี้ศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้
ขุนทองประศาสน์ โจทก์ นางกิมไล้ เทศศิริ จำเลย
คำร้องขอแก้ถ้อยคำที่พิมพ์ผิดพลาดในคำฟ้องฎีกาแม้ยื่นเมื่อพ้นระยะเวลาฎีกาแล้ว ศาลอนุญาตได้เพราะมิใช่การเพิ่มเติมคำฟ้องฎีกา
นางกิมเง็ก โภคบาล โจทก์ นางเช็งอิม หิรัญเลิศ จำเลย
คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ยืนตามศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถานั้นเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156
นางสาวบุญมา วรรณะ โจทก์ นางช้อย วิไลรัตน์ จำเลย
ฎีกาโจทก์ที่ไม่ปรากฏว่าได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายแต่ประการใด เป็นฎีกาที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249
ผู้ว่าคดีศาลแขวงนครสวรรค์ โจทก์ นางสายสวาท จัดสิการ จำเลย
ฟ้องข้อหายักยอกทรัพย์ และผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ในขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา คดีจึงเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)
นายลี บัวแก้ว โจทก์ นายหมา บัวแก้ว จำเลย
โจทก์ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 30 มกราคม 2505 ปกติจะครบหนึ่งเดือนในวันที่ 30 ของเดือนต่อไป แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ไม่มีวันใดตรงกับวันที่เริ่มนับระยะเวลากรณีนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 159 วรรคสองตอนท้ายบัญญัติให้นับวันสุดท้ายแห่งเดือนนั้นเป็นวันสุดสิ้นระยะเวลา ฉะนั้นการนับระยะเวลาหนึ่งเดือนที่จะยื่นฎีกาได้จึงมีเพียงวันที่…
นายมนตรี อนุกาญจนวีระ โจทก์ นายประเสริฐ ศรีกาญจน์ จำเลย
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ว่าคดีมีมูล ย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170
ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์ นายประสิทธิ์ หรือเลาะ หมัดพวง กับพวก จำเลย
ฟ้องจำเลยหลายคนในข้อหาความผิดอันยอมความกันได้เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์สำหรับจำเลยคนใด คดีเป็นอันระงับไปเฉพาะจำเลยคนนั้น
หม่อมเจ้าหญิงอัจฉราฉวี เทวกุล ฯลฯ โจทก์ นายเอกชัย ปริยะวราภรณ์ นายเต่ง แซ่ตัน จำเลย นายเตียงยู้ แซ่โง้ว นายอิ้ว แซ่ลิ้ม จำเลย นางเชียวเกียว แซ่เจี้ย จำเลย
คดีที่ศาลสั่งงดสืบพยานบางประเด็น จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์เพราะเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้น เช่นนี้คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 236
นางเพ็ญ ศรีสมปอง โจทก์ พลฯวิเชียร พจนรัตน์ จำเลย
เมื่อศาลฎีกาได้สั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยไปแล้วถือว่าคดียังไม่ขึ้นสู่ศาลฎีกาศาลฎีกาจึงสั่งคำร้องที่โจทก์ขอถอนฟ้องไม่ได้
คุณหญิงอัมพร ทิพมณเฑียร โจทก์ น.ส.บรรเจิด วัฒนเสวี กับพวก จำเลย
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกอุทธรณ์ของจำเลยที่อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถาแล้วคำสั่งนี้เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา156 วรรคท้าย
นางกิมเง็ก โภคบาล โจทก์ นางเช็งอิม หิรัญเลิศ จำเลย
เมื่อศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยและยกคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี และศาลฎีกาเห็นชอบด้วยในคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะให้ทุเลาการบังคับคดี
ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ กับพวก โจทก์ นายสนธยา สุวรรณสาร จำเลย
โจทก์ร่วมถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรของโจทก์ร่วมยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอเข้าดำเนินคดีแทนได้
นายพ่วง ดุเหว่าจ๋า โจทก์ นายวง พานทอง จำเลย
โจทก์และภรรยาโจทก์ถึงแก่กรรมในระหว่างฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรโจทก์และผู้รับมรดกแต่ผู้เดียว ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอเข้ารับมรดกความแทนโจทก์ผู้มรณะได้
นางบุญมี แก้วหิน (หม้าย โจทก์ เด็กหญิงใหม่ แก้วหินฯ จำเลย
คดีที่จำเลยยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา แม้จะไต่สวนได้ความว่าจำเลยเป็นคนยากจน แต่เมื่อจำเลยไม่ได้แสดงว่าคดีของจำเลยมีเหตุอันควรฎีกาแล้ว จึงยังไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ฎีกาอนาถา
นายไพภาวี พยุงเวช โจทก์ นางสาวลูกอินทร์ โตเจริญ จำเลย นายไพภาวี พยุงเวช โจทก์ นายเยื้อน บางบ่อ จำเลย
คดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยสองคนเป็นสองสำนวนคู่ความรับกันว่าที่พิพาทเฉพาะส่วนของตนมีราคา 3,000 บาทนั้นแม้ต่อมาศาลสั่งรวมพิจารณาคดีทั้งสองสำนวนเข้าด้วยกันก็ตาม การคำนวณทุนทรัพย์ในการใช้สิทธิฎีกาต้องดูเป็นรายสำนวนจะนำทุนทรัพย์สองสำนวนมารวมกันเพื่อใช้สิทธิฎีกาหาได้ไม่
พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายพร วงษ์วิจารณ์ จำเลย
ฎีกาจำเลยที่ว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยผิดจากพยานหลักฐานในสำนวน เพราะนอกจากจำเลยมีนายแถม นางบุญยืนเป็นพยานแล้วยังมีนายโปร่ง ทองสังข์ เป็นพยานอีกด้วย ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าแม้จะได้อ้างนายโปร่งไว้จริงแต่จำเลยหาได้นำเข้าสืบเป็นพยานไม่ ศาลอุทธรณ์จึงมิได้วินิจฉัยผิดจากพยานหลักฐานดังฎีกาจำเลย…
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นางละม่อม สิงห์โต กับพวก จำเลย
ฎีกาจำเลยที่ 6 ที่ว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 86 ไม่ชอบ เพราะฟ้องโจทก์ไม่ได้อ้างบทมาตรานี้ แสดงว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษนั้น แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่เมื่อในคำฟ้องโจทก์ได้บรรยายไว้ชัดเจนแล้วว่า จำเลยที่ 6 เป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 3 ให้ทำผิด จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันค…