คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 89/2504 แพ่ง มี 2 ฉบับ
นายไต หงษ์สุวรรณ โจทก์ นายนุ้ย คำมั่น กับพวก จำเลย
คดีฟ้องขับไล่และจำเลยเถียงกรรมสิทธิ์เป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
ระบบตอบช้ากว่าปกติ ยังทำงานอยู่
นายไต หงษ์สุวรรณ โจทก์ นายนุ้ย คำมั่น กับพวก จำเลย
คดีฟ้องขับไล่และจำเลยเถียงกรรมสิทธิ์เป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
นางตี่ ประสิทธิเขตร์ โจทก์ นางกิมไล้ แซ่เล้า จำเลย
คดีฟ้องขับไล่ให้จำเลยออกจากที่ดินโจทก์นั้นเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ แต่เมื่อจำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อปรากฏว่าทุนทรัพย์พิพาทมีราคาไม่เกินห้าพันบาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
นายคิมเฮง มาเจริญ โจทก์ นายแป้น กลิ่นสมเชื้อ กับพวก จำเลย
คดีฟ้องขับไล่และจำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ ถือว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อทุนทรัพย์ในคดีนี้ไม่เกิน 5,000 บาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา248
นางรุน ทับสกุล โจทก์ นายฝอย เม่นงาม กับพวก จำเลย
คดีที่คำขอแยกได้ว่าเป็นคำขออันมีทุนทรัพย์และคำขออันไม่มีทุนทรัพย์อยู่ด้วยในคดีเดียวกันแม้คำขออันมี ทุนทรัพย์จะ มีราคาหรือจำนวนไม่เกิน 5,000 บาทคู่ความก็ยังฎีกาใน ข้อเท็จจริงได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 คดีที่โจทก์ ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินเมื่อจำเลยให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์…
นางสาวสงวน ชื่นชูเวส โจทก์ นายตั้งเซ้ง แซ่ตั้ง กับพวกรวม 10 คน บริวารจำเลย ผู้ร้อง นายไอวา แซ่ด่าน จำเลย
ผู้ร้องที่เช่าช่วงห้องพิพาทจากจำเลยโดยโจทก์ผู้ให้เช่าเดิมรู้เห็นยินยอม ไม่ใช่บริวารของจำเลย จะใช้คำพิพากษาที่บังคับขับไล่จำเลยมาบังคับขับไล่ผู้ร้องด้วยไม่ได้ ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 37/2503 ในกรณีที่โจทก์ฎีกาขอให้บังคับบริวารของจำเลย 10 ราย เรียกค่าธรรมเนียมฎีกาของโจทก์เป็นเรื่องเดียว ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 30/2543
นางแฉล้ม ชูเกษ ที่ 1 นายสงบ ควรแสวง ที่ 2 โจทก์ นายจิ้นฮวด แซ่เฮ้ง จำเลย
ฟ้องขับไล่ออกจากที่เช่า จำเลยให้การต่อสู้ว่าได้เสียเงินกินเหล่าแก่โจทก์เพื่ออยู่ 9 ปี และฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ให้จำเลยเช่าต่อไปอีก 3 ปี เพื่อจะได้อยู่ครบ 9 ปี นั้น แม้เป็นการเช่าเกิน 3 ปี โดยไม่ได้จดทะเบียนก็ตาม แต่จำเลยเถียงว่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนมิใช่สัญญาเช่าธรรมดา จึงควรรับฟ้องแย้งไว้ก่อน…
นายเปรื่อง แสงเถกิง โจทก์ นายวิรัติ สุวรรณะรุจิ จำเลย นาย ณ ลำเจียก เสาวลักษณ์ ที่ 1 นางตาด เสาวลักษณ์ ที่ 2 ผู้ร้อง
เดิมที่ดินและตึกพิพาทเป็นของโจทก์ให้ผู้ร้องเช่าอยู่อาศัยอันได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่ามาก่อนแล้วต่อมาโจทก์โอนขายตึกให้จำเลยโดยไม่ขายที่ดินซึ่งมีเนื้อที่เพียงเท่าที่ตัวตึกตั้งอยู่ จำเลยรับซื้อตึกแล้วขอเช่าที่ดินเพียง 1 ปี พอซื้อแล้วจำเลยก็ผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าที่ดินให้โจทก์เลย…
นางสาวเอิบสิริ คุณวิศาล โจทก์ นางเนื่อง ไชยนันท์ จำเลย นางสาวเอิบสิริ คุณวิศาล โจทก์ นางน้อม สนธิสง่า จำเลย นางสาวเอิบสิริ คุณวิศาล โจทก์ นางสี สายสินธุ์ จำเลย
ในกรณีที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์โดยอ้างว่าจำเลยอยู่โดยละเมิด จำเลยต่อสู้ว่าอยู่โดยอาศัยสิทธิการเช่า ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า เดิมจำเลยอยู่โดยอาศัยสิทธิการเช่าจริง แต่ต่อมาผู้เช่าตาย ไม่มีการบอกกล่าวขอเช่าต่อ สัญญาเช่าจึงระงับไป…
นายเวก วุฒิศาสตร์ โจทก์ นางแวว ศรีศรวล ที่ 1 นายวา ศรีศรวล ที่ 2 จำเลย
คดีฟ้องขับไล่ที่โจทก์ร้องขอให้ศาลสั่งจำเลยปฏิบัติตามคำบังคับโดยอ้างว่าจำเลยผู้แพ้คดียังคงอยู่ที่บ้าน และปลูกบ้านใหม่ในที่พิพาทนั้น เมื่อจำเลยโต้แย้งศาลชอบที่จะพิจารณาและตัดสินตามกระบวนพิจารณา เอกสารและถ้อยคำที่มิใช่พยานหลักฐานตามกฎหมาย และจำเลยมิได้รับรอง นั้น ย่อมฟังเป็นโทษแก่จำเลยไม่ได้
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล โดยนายสง่าโจทก์ ณ ระนอง ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ นายล้วน ว่องวานิช ที่ 1จำเลย บริษัทห้างขายยาอังกฤษตรางู จำกัด ที่ 2จำเลย
ล. เป็นบิดา ฉ.เป็นมารดาของภ.พ.และอ. เมื่อ ล. ตาย ตึกพิพาทก็ตกเป็นมรดกแก่ฉ.ภ.พ.และอ. ผลที่สุดเมื่อฉ. ตายอีก ก็ตกเป็นมรดกแก่ภ.พ.และอ. พ.และอ.มอบให้ภ. เป็นผู้จัดการภ.มอบอำนาจให้ส. เป็นผู้จัดการแทนอีกทอดหนึ่งหนังสือมอบอำนาจจะเขียนว่าตึกพิพาทเป็นมรดกของล.หรือฉ. ก็หามีความหมายผิดกันไม่…
กรมสรรพากร (โดยนายหิรัญ สูตะบุตร อธิบดี)โจทก์ บริษัทสุริวงศ์การาจ จำกัด (โดยนายกิมเอี่ยมเม้ง กรรมการผู้จัดการ)จำเลย
คำขอให้พิจารณาใหม่นั้น นอกจากต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้ง ซึ่งเหตุที่ได้ขาดนัดแล้ว ยังต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลด้วย ทั้งนี้ เพื่อแสดงว่า ตนอาจชนะคดีได้อย่างไรบ้าง หากไม่มีทางชนะคดีแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาพิพากษาใหม่คดีนี้ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา…
นายทองหรือกิม หงศ์ลดารมภ์โจทก์ กองทัพเรือ โดยพลเรือเอกหลวงชำนาญอรรถยุทธ ผู้บัญชาการทหารเรือจำเลย
พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนซึ่งประกาศใช้บังคับโดยอาศัยพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2477 มาตรา 6 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2495 เมื่อพ้นกำหนด 5 ปี ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานั้นแล้ว โดยยังไม่มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัยพ์ออกมาใช้บังคับอีกฉบับหนึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ด…
นางแอบ แซ่ตังโจทก์ นายอายิตซิงห์จำเลย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ที่ว่าถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้นั้น มิได้หมายความแต่ผู้ที่จะต้องเป็นโจทก์ฟ้องร้องอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงการต่อสู้คดีด้วย เพราะการบังคับคดีย่อมทำได้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย (อ้างฎีกาที่ 415/2501)…
หลวงสกลมณเฑียร (โดยนายชด เหมะจันทร์ ผู้รับมอบอำนาจ)โจทก์ นายซิงเกียว แซ่ลู่จำเลย
กรณีผู้ให้เช่าส่งคำบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้วถูกสั่งกลับคืนมาโดยสลักหลังว่า "ผู้รับไม่อยู่ไม่มีใครรับแทน" ดังนี้ ถือว่ามีคนรับแต่ไม่มีใครรับแทน และการจัดการส่งคำบอกล่าวเช่นนี้ถือว่า ได้ปฏิบัติการตามสมควรที่จะกระทำได้แล้ว ผู้หลีกเลี่ยงไม่ยอมรับคำบอกกล่าวต้องถือว่าได้รับทราบคำบอกกล่าวแล้วโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าอ้างว่า…
นางครึ้ม เพชร์มงกุฏ ที่1นายเคลือบ ศรีสวัสดิ์ ที่ 2โจทก์ นายเชื้อ คงรุ่งเรือง ที่ 1 นางคล้อย คงรุ่งเรือง ที่ 2จำเลย
ฟ้องคดีอาญาปนคดีแพ่งศาลยกฟ้องคดีส่วนอาญา แต่ให้โจทก์ชนะในส่วนแพ่ง ดังนี้จำเลยยื่นอุทธรณ์คดีส่วนแพ่งได้ในกำหนด 1 เดือน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 มิใช่กำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 12/2504)โจทก์ฟ้องทางอาญาว่าจำเลยบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์และขอให้ขับไล่…
นายลาอัน มินลาเก็ตโจทก์ นายแลฮอ ที่1นายนิมานหรือมะหะหมัด ที่ 2 (ไม่ทราบนามสกุล)จำเลย
ผู้รับโอนที่ดินมีโฉนดโดยเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียน รู้ดีอยู่แล้วในขณะรับซื้อว่าส่วนหนึ่งของที่ดินนั้น ผู้อื่นครอบครองอย่างเป็นเจ้าของมากว่า 10 ปีแล้ว เช่นนี้ จะอ้างว่าซื้อโดยสุจริตไม่ได้ ฉะนั้น จึงหามีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ที่ครอบครองที่ดินส่วนนั้นจนได้กรรมสิทธิ์แล้วไม่
นายชื่น สิทธิการโจทก์ นายชู แก้วระยับ ที่1นางเคลื่อม แก้วระยับ ที่ 2จำเลย
การที่จำเลยเขียนฎีกาด้วยเจตนาเพื่อให้เห็นว่าเป็นข้อกฎหมาย แต่โดยเนื้อแท้ก็คือ กล่าวว่าศาลอุทธรณ์ไม่ถือเอาเขตตามที่จำเลยนำชี้ และเป็นการเถียงกับความจริงที่จำเลยได้แถลงรับไว้ คือ ในชั้นฎีกาจำเลยจะให้เริ่มวัดอีกทางหนึ่งเพื่อทิ้งด้านทิศเหนือไว้และหนังสือยกที่ดินให้จะได้กินถึงที่พิพาทนั้น…
นางปราณี อโนดาตโจทก์ นายเม่งเชียง แซ่ต่อจำเลย
หนังสือซึ่งผู้ให้เช่าเดิมกับจำเลยผู้เช่าทำไว้มีลักษณะเป็นใบรับเงินช่วยในการก่อสร้างห้องพิพาท แม้มีความในต้อนท้ายว่า "ถ้าผู้ให้เช่าไม่ให้เช่า ต้องคืนเงินให้กับผู้เช่า 5,500 บาท" ก็เป็นแต่ข้อรับรองจะให้ได้มีการเช่าอันเป็นข้อตกลงต่างหากจากการเช่าหาเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเช่าอันจะผูกพันผู้รับโอนห้องเช่าให้ต้องรับปฏิบัติดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์…