ตัวบทกฎหมาย › พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ. 2484 (ยกเลิก)
พระราชบัญญัติสาธารณสุข พุทธศักราช 2484 (ยกเลิก)
หมวด ๒ การแต่งผม
มาตรา ๓๑ ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติหรือข้อบังคับแล้วแต่กรณี เพื่อควบคุมการแต่งผมของประชาชนให้ต้องด้วยสุขลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) ห้ามการตั้งหรือใช้สถานที่แห่งหนึ่งแห่งใดเป็นที่รับจ้างแต่งผม และห้ามมิให้ผู้ใดเป็นผู้รับจ้างแต่งผม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต
(๒) วางระเบียบการขอและออกใบอนุญาตให้ตั้งหรือใช้สถานที่รับจ้างแต่งผม และให้บุคคลเป็นผู้รับจ้างแต่งผมและกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
(๓) กำหนดเครื่องหมายสำหรับสถานที่รับจ้างแต่งผม
(๔) กำหนดเครื่องใช้อันจำเป็นซึ่งต้องมีในการแต่งผมและกำหนดวิธีใช้เครื่องใช้นั้นให้ต้องด้วยสุขลักษณะ
(๕) กำหนดให้ใช้เวชภัณฑ์อันจำเป็นในการแต่งผมและห้ามใช้เวชภัณฑ์ที่เห็นว่าอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ
(๖) กำหนดการแต่งกายและการรักษาความสะอาดของผู้รับจ้างแต่งผม
(๗) กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการที่ระบุไว้อันอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพในสถานที่รับจ้างแต่งผม
(๘) ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตรับจ้างแต่งผมแก่ผู้ที่มีเหตุควรเชื่อว่าเป็นโรคติดต่อซึ่งระบุไว้ อันน่าจะแพร่ไปเพราะการแต่งผม
(๙) ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งมีเหตุควรเชื่อว่าตนเป็นโรคติดต่อซึ่งระบุไว้ รับจ้างแต่งผม
(๑๐) กำหนดเงื่อนไขในการพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต
หมวด ๓ สัตว์ซึ่งเป็นเหตุรำคาญและอาจเป็นอันตรายแก่ประชาชน
มาตรา ๓๒ เมื่อเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้แนะนำ ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติหรือข้อบังคับแล้วแต่กรณี กำหนดเขตส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดในท้องถิ่นในเขตอำนาจของตน ซึ่งเมื่อพ้นกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าสามเดือนแล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดเลี้ยงหรือปล่อยช้าง ม้า โค กระบือ ล่อ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ ในถนน ทางบก ทางน้ำและที่สาธารณะที่ระบุไว้ภายในเขตกำหนด
เทศบัญญัติหรือข้อบังคับนั้นอาจ
(๑) วางระเบียบการจับ กัก จำหน่ายและทำลายสัตว์ดังกล่าวแล้ว แต่ก่อนที่จะจำหน่ายและทำลายสัตว์ใด จะต้องกักไว้อย่างน้อยห้าวัน เว้นแต่ถ้าสัตว์นั้นเป็นโรคติดต่ออันอาจเป็นอันตรายแก่ประชาชน จะทำลายเสียก่อนกำหนดนั้นก็ได้
(๒) วางระเบียบการเลี้ยงดูสัตว์ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นกักไว้ และกำหนดอัตราค่าเลี้ยงดูซึ่งเจ้าของต้องเสียในกรณีที่รับสัตว์คืนไป
มาตรา ๓๓ ให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา ๓๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่สุนัขซึ่งปรากฏว่าไม่มีเจ้าของ และสุนัขหรือสัตว์อื่นซึ่งเป็นหรือแสดงอาการว่าเป็นโรคกลัวน้ำ
หมวด ๔ น้ำ
มาตรา ๓๔ ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติหรือข้อบังคับแล้วแต่กรณี เพื่อควบคุมการหาน้ำใช้สำหรับประชาชน และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจปิดถมหรือห้ามมิให้ใช้น้ำในบ่อหรือแหล่งน้ำใด ซึ่งเป็นหรือน่าจะเป็นอันตรายแก่สุขภาพ
มาตรา ๓๕ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจจัดการประปาเพื่อจำหน่ายน้ำแก่ประชาชน และถ้าจำเป็นก็อาจต่อท่อและรางน้ำผ่านข้าม เลียบ หรือลอดใต้ถนน ห้อง หรือคูหาใต้ถนน หรือที่ใดที่ได้เวนคืนแล้วเพื่อสร้างถนน และเมื่อได้แจ้งความเป็นหนังสือล่วงหน้าแก่เจ้าของเป็นเวลาสมควรแล้ว อาจต่อท่อและรางน้ำผ่าน หรือลอดใต้อสังหาริมทรัพย์ใดได้ ถ้าอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นของเอกชน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นจ่ายค่าทดแทนเป็นจำนวนสำหรับการเสียหายที่บังเกิดขึ้นในกรณีใด ห้ามมิให้ก่อให้เกิดความเสียหายโดยไม่จำเป็น
วรรคสองถ้าไม่ตกลงกันในเรื่องค่าทดแทน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งความเป็นหนังสือแก่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้นว่า จะให้ค่าทดแทนเป็นจำนวนเงินเท่าใด ถ้าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ไม่ตกลงภายในกำหนดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งความนั้นแล้ว ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิที่จะตั้งอนุญาโตตุลาการฝ่ายละคนสำหรับชี้ขาดเรื่องค่าทดแทน ถ้าอนุญาโตตุลาการไม่ตกลงกัน ให้อนุญาโตตุลาการตั้งบุคคลภายนอกขึ้นคนหนึ่งเป็นผู้ชี้ขาด ถ้าอนุญาโตตุลาการไม่ตกลงกันในการตั้งผู้ชี้ขาด เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอต่อศาล ให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ชี้ขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา ๓๖ เมื่อได้ตกลงกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นนอกเขตของตนแล้ว เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจใช้อำนาจตามความในมาตรา ๓๕ นอกเขตของตน และอาจจำหน่ายน้ำให้แก่บุคคลนอกเขตนั้นได้
มาตรา ๓๗ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจ
(๑) จัดให้มีที่อาบน้ำและที่ซักเสื้อผ้าสาธารณะโดยใช้น้ำสะอาด
(๒) สงวนแหล่งน้ำหรือที่มีน้ำไหลไว้สำหรับอาบน้ำให้สัตว์ หรือสำหรับความประสงค์อื่น ๆ เพื่อบำรุงสุขภาพและความสะดวกของประชาชน
(๓) กันส่วนหนึ่งส่วนใดของชายทะเลไว้สำหรับเป็นที่อาบน้ำสาธารณะ
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติหรือข้อบังคับ แล้วแต่กรณีเพื่อควบคุมการใช้ที่นั้น ๆ และเมื่อเห็นสมควรก็อาจกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับการใช้
มาตรา ๓๘ ห้ามมิให้ผู้ใดชำระล้างร่างกาย ขัดเสื้อผ้า หรือล้างสิ่งใด ๆ หรืออาบน้ำให้สัตว์ ทำหรือปล่อยให้สิ่งปฏิกูลลงไปหรือทำโดยประการใดให้เกิดความโสโครกใน บ่อ สระ ที่ขังน้ำ หรือทางน้ำ ที่พักน้ำ ซึ่งเป็นส่วนของการประปาของท้องถิ่น
มาตรา ๓๙ เมื่อได้แจ้งแก่ผู้สำนักแล้ว เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้มอบหมายหน้าที่ไว้โดยฉพาะ อาจเข้าไปในเคหะอาคารหรือที่ดินซึ่งมีท่อหรือเครื่องอุปกรณ์การประปาผ่าน เลียบหรือลอดไปเพื่อที่จะตรวจซ่อม แปลง รื้อ ต่อ หรือจัดการใด ๆ แก่สิ่งเหล่านั้น ตามความจำเป็น
มาตรา ๔๐ ห้ามมิให้บุคคลใดซึ่งไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย
(๑) ทำให้เกิดเสียหายแก่ทางน้ำ ที่ขังน้ำ ที่บรรจุน้ำ บ่อ สูบ ท่อ ประตูน้ำ ก๊อก ท่อน้ำทิ้ง เครื่องวัดน้ำ หรือสิ่งอื่น ๆ ซึ่งใช้ในการประปาของท้องถิ่น หรือซึ่งอยู่ในความอำนวยหรือความควบคุมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น หรือ
(๒) เปิด ทด ย้าย หรือเอาไปด้วยประการใด ๆ ซึ่งน้ำประปา น้ำหรือทางน้ำซึ่งกันไว้สำหรับการประปา
มาตรา ๔๑ ในกรณีที่เกิดอัคคีภัย หรือน้ำไม่พอใช้ หรือมีการซ่อมหรือล้างท่อใหญ่ เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจปิดหรือย้ายกระแสน้ำแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด ในท่อหรือการประปาซึ่งได้จัดให้มีขึ้นตามความในหมวดนี้ แม้ว่าจะได้ทำสัญญาการจำหน่ายน้ำไว้กับบุคคลใดก็ดี
หมวด ๕ การค้าอาหาร น้ำแข็ง และสิ่งของอย่างอื่น
ส่วนที่ ๑ ตลาดสาธารณะ
มาตรา ๔๒ เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจจัดให้มีและบำรุงตลาดสาธารณะในท้องถิ่นของตน และเพื่อความสะดวกแก่ผู้เข้าไปซื้อขายในตลาดนั้น อาจจัดให้มีร้านขายของ แท่น โต๊ะ ที่ขังสัตว์ อาคาร หรือเครื่องอุปกรณ์อื่น ๆ และเครื่อง ชั่ง ตวง วัด
มาตรา ๔๓ เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจให้เช่าตลาดสาธารณะหรือสถานที่ส่วนหนึ่งส่วนใดของตลาดนั้นได้ แต่ต้องทำโดยวิธีเรียกประมูล
มาตรา ๔๔ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติ หรือข้อบังคับ แล้วแต่กรณีว่าด้วยตลาดสาธารณะ ดังต่อไปนี้
(๑) วางระเบียบการควบคุมและการใช้ร้านขายของ แท่น โต๊ะ ที่ขังสัตว์ และที่ขายของ รวมทั้งกำหนดอัตราค่าเช่าหรือค่าใช้ที่ขายของตามสมควร
(๒) วางระเบียบการรักษาตลาด ตลอดจนของใช้ทั้งมวลให้สะอาดและเรียบร้อย รวมทั้งการขนมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลออกจากตลาด
(๓) ป้องกันเหตุรำคาญ และห้ามวางสิ่งกีดขวางในตลาดและตามทางเข้าสู่ตลาด
(๔) กำหนดให้ผู้เข้าขายของในตลาดมีใบอนุญาตและวางระเบียบการขอและออกใบอนุญาต ตลอดถึงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
(๕) วางระเบียบหรือกำหนดวิธีซึ่งผู้รับใบอนุญาตให้เข้าขายของในตลาด จะต้องปฏิบัติตามในการขาย ทำ ประกอบ ปรุง หรือสะสมอาหาร รวมทั้งภาชนะ น้ำใช้และของใช้อื่นๆ ให้ต้องด้วยสุขลักษณะ
(๖) ห้ามผู้รับใบอนุญาตให้เข้าขายของในตลาดซึ่งมีเหตุควรเชื่อว่าตนเป็นโรคติดต่อซึ่งระบุไว้ หรือซึ่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้ตรวจปรากฏว่าเป็นพาหะและได้รับแจ้งความเป็นหนังสือแล้วว่า ตนเป็นพาหะของโรคติดต่อซึ่งระบุไว้ มิให้ขาย ทำประกอบ ปรุง หรือสะสมอาหารและสิ่งของอย่างอื่นในตลาด
(๗) กำหนดเวลาเปิดและปิดตลาด
(๘) กำหนดเงื่อนไขในการพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต
ส่วนที่ ๒ ตลาดเอกชน
มาตรา ๔๕ ห้ามมิให้บุคคลใดตั้งตลาดเอกชน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต
มาตรา ๔๖ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติ หรือข้อบังคับ แล้วแต่กรณี ว่าด้วยตลาดเอกชน ดังต่อไปนี้
(๑) วางระเบียบการขอและออกใบอนุญาตให้ตั้งตลาดเอกชน และกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
(๒) กำหนดเงื่อนไขอันเกี่ยวด้วยสุขลักษณะของสถานที่ที่จะตั้งเป็นตลาดและการปลูกสร้างในสถานที่นั้น
(๓) วางระเบียบการควบคุมและการใช้ร้านขายของ แท่น โต๊ะ ที่ขังสัตว์ และที่ขายของในตลาด
(๔) วางระเบียบการรักษาตลาดตลอดจนของใช้ทั้งมวลให้สะอาดและเรียบร้อย รวมทั้งการขนมูลฝอย
(๕) ป้องกันเหตุรำคาญ และห้ามวางสิ่งกีดขวางในตลาดและตามทางเข้าสู่ตลาด
(๖) กำหนดให้ผู้เข้าขายของในตลาดมีใบอนุญาตและวางระเบียบการขอและออกใบอนุญาต ตลอดถึงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
(๗) วางระเบียบหรือกำหนดวิธีซึ่งผู้รับใบอนุญาตให้เข้าขายของในตลาดจะต้องปฏิบัติตามในการขาย ทำ ประกอบ ปรุง หรือสะสมอาหาร รวมทั้งภาชนะ น้ำใช้ และของใช้อื่น ๆ ให้ต้องด้วยสุขลักษณะ
(๘) ห้ามผู้รับใบอนุญาตให้เข้าขายของในตลาดซึ่งมีเหตุควรเชื่อว่าตนเป็นโรคติดต่อซึ่งระบุไว้ หรือซึ่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้ตรวจปรากฏว่าเป็นพาหะ และได้รับแจ้งความเป็นหนังสือแล้วว่าตนเป็นพาหะของโรคติดต่อซึ่งระบุไว้มิให้ขาย ทำ ประกอบ ปรุง หรือสะสมอาหาร และสิ่งของอย่างอื่นในตลาด
(๙) กำหนดเวลาเปิดและปิดตลาด
(๑๐) กำหนดเงื่อนไขในการพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต
ส่วนที่ ๓ แผงลอย
มาตรา ๔๗ เมื่อได้รับคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจประกาศระบุถนนสาธารณะ หรือที่สาธารณะ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของถนนสาธารณะ หรือที่สาธารณะ ซึ่งห้ามมิให้ตั้งแผงลอย
วรรคสองในประกาศนั้นจะห้ามเด็ดขาด หรือโดยมีเงื่อนไขว่า เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตก็ได้ และให้ปิดประกาศนั้นไว้ ณ ที่เปิดเผยในเขตที่ประสงค์จะห้ามไม่น้อยกว่าสามแห่ง และต้องกำหนดวันที่จะบังคับการตามประกาศมิให้น้อยกว่าสิบห้าวัน นับแต่วันประกาศ
มาตรา ๔๘ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติ หรือข้อบังคับ แล้วแต่กรณี เพื่อควบคุมแผงลอยตามมาตรา ๔๗ ดังต่อไปนี้
(๑) วางระเบียบการขอและออกใบอนุญาตให้ตั้งแผงลอยและกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
(๒) กำหนดเงื่อนไขอันเกี่ยวด้วยสุขลักษณะของที่ตั้งและการสร้างแผงลอย
(๓) วางระเบียบการรักษาแผงลอย ตลอดจนของใช้ทั้งมวลให้สะอาดและเรียบร้อย รวมทั้งการขนมูลฝอย และสิ่งปฏิกูลออกจากสถานที่นั้น
(๔) วางระเบียบหรือกำหนดวิธีซึ่งผู้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตาม ในการขาย ทำ ประกอบ ปรุง หรือสะสมอาหาร และน้ำแข็ง รวมทั้งภาชนะ น้ำใช้ และของใช้อื่น ๆ ให้ต้องด้วยสุขลักษณะ
(๕) ห้ามผู้รับใบอนุญาต ซึ่งมีเหตุควรเชื่อว่าตนเป็นโรคติดต่อซึ่งระบุไว้ หรือซึ่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้ตรวจปรากฏว่าเป็นพาหะและได้รับแจ้งความเป็นหนังสือแล้วว่าตนเป็นพาหะของโรคติดต่อซึ่งระบุไว้มิให้ขาย ทำ ประกอบ ปรุง หรือสะสมอาหาร น้ำแข็ง และสิ่งของอย่างอื่นที่แผงลอย
(๖) กำหนดเวลาขายของที่แผงลอย
(๗) กำหนดเงื่อนไขในการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
ส่วนที่ ๔ ผู้เร่ขาย
มาตรา ๔๙ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติ หรือข้อบังคับ แล้วแต่กรณี เพื่อควบคุมผู้เร่ขาย ดังต่อไปนี้
(๑) ห้ามมิให้ผู้ใดเป็นผู้เร่ขาย เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต
(๒) จำแนกประเภทผู้เร่ขายตามลักษณะของสินค้าหรือตามลักษณะอื่นใดซึ่งเห็นสมควร
(๓) วางระเบียบการขอและออกใบอนุญาตให้เป็นผู้เร่ขายและกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
(๔) กำหนดเงื่อนไขอันเกี่ยวด้วยสุขลักษณะซึ่งผู้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตาม
(๕) วางระเบียบหรือกำหนดวิธีซึ่งผู้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามในการ ขาย ทำ ประกอบ ปรุง หรือสะสมอาหารและน้ำแข็ง รวมทั้งภาชนะ น้ำใช้ และของใช้อื่น ๆ ให้ต้องด้วยสุขลักษณะ
(๖) ห้ามผู้รับใบอนุญาต ซึ่งมีเหตุควรเชื่อว่าตนเป็นโรคติดต่อซึ่งระบุไว้ หรือซึ่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้ตราจปรากฏว่าเป็นพาหะและได้รับแจ้งความเป็นหนังสือแล้วว่า ตนเป็นพาหะของโรคติดต่อซึ่งระบุไว้มิให้เป็นผู้เร่ขาย
(๗) กำหนดเขตส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดในท้องถิ่นในเขตอำนาจของตน ซึ่งเมื่อพ้นกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีแล้ว ห้ามมิให้บุคคลผู้หนึ่งผู้ใดทำการเร่ขาย เว้นแต่จะได้รับอนุญาต
(๘) กำหนดเวลาซึ่งผู้เร่ขายจะขายอาหารบางประเภทไม่ได้
(๙) กำหนดเงื่อนไขในการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
ส่วนที่ ๕ สถานที่เอกชน
มาตรา ๕๐ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกเทศบัญญัติ หรือข้อบังคับ แล้วแต่กรณี เพื่อควบคุมการค้าอาหารหรือน้ำแข็งในสถานที่เอกชน ดังต่อไปนี้
(๑) ห้ามการตั้งหรือใช้สถานที่เอกชนแห่งหนึ่งแห่งใดเป็นที่ขาย ทำ ประกอบ ปรุง สะสมอาหารหรือน้ำแข็ง เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต
(๒) วางระเบียบการขอและออกใบอนุญาตให้ใช้สถานที่ตามความในอนุมาตรา ๑ และกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
(๓) กำหนดเงื่อนไขอันเกี่ยวด้วยสุขลักษณะของสถานที่และสิ่งปลูกสร้างซึ่งผู้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตาม
(๔) วางระเบียบหรือกำหนดวิธีซึ่งผู้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามในการใช้และการรักษาสถานที่ ตลอดจนของใช้ทั้งมวลให้สะอาดและเรียบร้อย รวมทั้งการขนมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลออกจากสถานที่นั้น
(๕) วางระเบียบหรือกำหนดวิธีซึ่งผู้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามในการ ขาย ทำ ประกอบ ปรุง สะสมอาหาร หรือน้ำแข็ง รวมทั้งภาชนะ น้ำใช้ และของใช้อื่น ๆ ให้ต้องด้วยสุขลักษณะ
(๖) วางระเบียบหรือกำหนดวิธีซึ่งผู้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามในการ ขาย ทำ สะสมหรือขนส่งน้ำแข็งรวมทั้ง ภาชนะ น้ำใช้และของใช้อื่น ๆ ซึ่งใช้ในการนั้นให้ต้องด้วยสุขลักษณะ
(๗) ห้ามผู้รับใบอนุญาตซึ่งมีเหตุควรเชื่อว่าตนเป็นโรคติดต่อซึ่งระบุไว้ หรือซึ่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้ตรวจปรากฏว่าเป็นพาหะและได้รับแจ้งความเป็นหนังสือแล้วว่าตนเป็นพาหะของโรคติดต่อซึ่งระบุไว้มิให้ขาย ทำ ประกอบ ปรุง สะสมอาหารหรือน้ำแข็ง
(๘) กำหนดเวลาซึ่งห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตขายอาหารบางประเภทหรือชนิดในเขตที่ระบุไว้
(๙) กำหนดเงื่อนไขในการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
หมวด ๖ อำนาจตรวจ
มาตรา ๕๑ เจ้าพนักงานสาธารณสุขมีอำนาจที่จะตรวจ หรือมอบให้ผู้ใดตรวจบุคคลซึ่งขอรับหรือได้รับใบอนุญาตแล้วตามมาตรา ๓๑ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ในเมื่อสงสัยว่าเป็นโรค หรือเป็นพาหะของโรค ซึ่งอาจติดต่อไปยังผู้อื่นได้
มาตรา ๕๒ เจ้าพนักงานท้องถิ่น เจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว อาจเรียกบุคคลซึ่งประกอบการค้า หรือกิจการใดในตลาดสาธารณะและที่สาธารณะอื่น ๆ ไม่ว่าในเวลาใดให้แสดงใบอนุญาตของตน และตรวจดูการปฏิบัติตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต
มาตรา ๕๓ เจ้าพนักงานท้องถิ่น เจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว อาจเข้าตรวจตลาดเอกชนหรือสถานที่เอกชนใดซึ่งใช้เป็นโรงหรือโรงร้าน ขาย ทำ ประกอบ ปรุงหรือสะสมอาหารหรือน้ำแข็งเพื่อการค้าในระหว่างเวลาทำงานของตลาดหรือสถานที่นั้น เพื่อขอดูใบอนุญาตและตรวจการค้าหรือกิจการใดให้เป็นไปตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต
มาตรา ๕๔ เจ้าพนักงานท้องถิ่น เจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว อาจเข้าไปในสถานที่เอกชนอื่น นอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา ๕๓ ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกเพื่อขอดูใบอนุญาตและตรวจการประกอบการค้ามิให้ฝ่าฝืนต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
เจ้าพนักงานท้องถิ่น เจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายอาจเข้าไปตรวจในสถานที่เอกชนเพื่อประโยชน์ ดังต่อไปนี้อีกด้วย
(๑) ตรวจดูสุขลักษณะของสถานที่นั้นให้ต้องตามที่บัญญัติไว้ในหมวด ๑ ส่วนที่ ๓
(๒) ตรวจการปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยส้วม ที่รับ หรือใส่อุจจาระ ที่ปัสสาวะให้เป็นไปโดยถูกต้อง
(๓) ตรวจเหตุรำคาญดังที่บัญญัติไว้ในหมวด ๑ ส่วนที่ ๔ หรือการปฏิบัติตามคำสั่งให้กำจัด ห้าม และระงับเหตุรำคาญหรือเพื่อจัดการกับเหตุรำคาญนั้นตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗
(๔) ตรวจค้นสุนัขหรือสัตว์อื่นที่สงสัยว่าเป็นหรือเป็นโรคกลัวน้ำ
(๕) ตรวจสถานที่เพื่อวางท่อน้ำผ่าน เลียบ หรือลอด ใต้สถานที่นั้น หรือเพื่อซ่อมท่อน้ำ เครื่องอุปกรณ์ หรือทำการอื่นใดแล้วแต่ความจำเป็น ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหมวด ๔
(๖) ตรวจดูอาหารหรือน้ำแข็งซึ่งผู้เร่ขายเป็นผู้ขาย ตลอดจนเครื่องประกอบ และวิธีปรุงอาหารหรือน้ำแข็งนั้นให้ต้องด้วยสุขลักษณะ
มาตรา ๕๕ การใช้อำนาจตรวจตามมาตรา ๕๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงเครื่องหมายอันเป็นหลักฐานแห่งตำแหน่งหน้าที่ของตนและความประสงค์โดยเฉพาะในการตรวจ ต่อเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่
มาตรา ๕๖ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำการตรวจเห็นเป็นการจำเป็น ก็ให้มีอำนาจเอาอาหาร น้ำแข็ง หรือยาที่ผู้รับจ้างแต่งผมมีไว้ใช้ไปเป็นตัวอย่างสำหรับตรวจตามทางวิชาการ เป็นปริมาณตามสมควรโดยไม่ต้องใช้ราคาและพนักงานเจ้าหน้าที่จะเอาเครื่องใช้หรือเครื่องอุปกรณ์อื่นใดไปตรวจด้วยก็ได้ แต่เมื่อตรวจเสร็จแล้วให้คืนเจ้าของโดยมิชักช้า
มาตรา ๕๗ เจ้าพนักงานท้องถิ่น เจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว อาจตรวจยวดยานหรือภาชนะ หรือที่บรรจุอื่นใดเมื่อมีเหตุควรสงสัยว่ามีอาหาร หรือน้ำแข็ง ไว้เพื่อการค้าตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕๘ ในขณะทำการตรวจ ถ้าเจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายพบอาหาร หรือน้ำแข็งซึ่งไม่ควรบริโภคโดยเป็นของเสีย หรือเป็นของที่อาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพของผู้บริโภค ก็ให้มีอำนาจยึดหรือทำลายของนั้นได้
หมวด ๗ บทเบ็ดเตล็ด
มาตรา ๕๙ ห้ามมิให้ออกใบอนุญาตแก่บุคคลใดซึ่งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๑ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ หรือมาตรา ๕๐ ถ้าบุคคลนั้นเป็นโรคหรือเป็นพาหะของโรค ซึ่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขเห็นว่าอาจติดต่อไปยังผู้อื่นได้
มาตรา ๖๐ บรรดาข้อบังคับซึ่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในท้องถิ่นที่ยังไม่ได้ยกฐานะเป็นเทศบาล ได้ออกตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อได้ประกาศปิดไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ว่าการอำเภอแห่งท้องถิ่นนั้นแล้วเจ็ดวัน ให้ใช้บังคับได้
วรรคสองผู้ใดถูกศาลพิพากษาให้ปรับเพราะการกระทำผิดข้อบังคับดังกล่าวในวรรคก่อน และไม่ชำระเงินค่าปรับภายในสามสิบวัน นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ให้ยึดทรัพย์ของผู้นั้นใช้แทนค่าปรับ หรือมิฉะนั้นจะบังคับให้ผู้นั้นทำงานโยธาแทนตามกำหนดวัน ซึ่งคำนวณโดยอัตราค่าแรงรายวันในท้องถิ่นอันเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้กำหนดไว้โดยข้อบังคับเป็นครั้งคราวก็ได้ แต่ห้ามมิให้บังคับให้ทำงานโยธาเกินกว่ากำหนดหกสิบวัน
มาตรา ๖๑ ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติ เทศบัญญัติหรือข้อบังคับ กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมได้ไม่เกินอัตราและตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
- มาตรา ๖๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสาธารณสุข (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๗
มาตรา ๖๒ บรรดาค่าธรรมเนียมและค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ ในท้องถิ่นที่ได้ยกฐานะเป็นเทศบาลแล้ว ให้เป็นของเทศบาล ในท้องถิ่นที่ยังไม่ได้ยกฐานะเป็นเทศบาลให้มอบแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อบำรุงท้องถิ่นนั้น
มาตรา ๖๓ บรรดาใบอนุญาตออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สิ้นอายุในวันที่ ๓๑ ธันวาคม แห่งปีที่ออก เว้นแต่ในกรณีแห่งแผงลอย ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในเทศบัญญัติหรือข้อบังคับของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
มาตรา ๖๔ ถ้าเทศบาลใดมิได้ใช้อำนาจและหน้าที่ซึ่งมอบหมายไว้ตามพระราชบัญญัตินี้ในลักษณะการที่เป็นข้อสำคัญสำหรับการสาธารณสุข ให้รัฐมนตรีมีหนังสือสั่งการไปตามที่เห็นสมควร และให้เทศบาลนั้นดำเนินการภายในเก้าสิบวันนับแต่วันรับหนังสือนั้น
หมวด ๘ บทเฉพาะกาล
มาตรา ๖๕ ผู้ใดใช้สถานที่หรือที่แห่งหนึ่งแห่งใดเป็นตลาด หรือเพื่อประโยชน์อื่นใดดังกล่าวไว้ในมาตรา ๔๘ หรือมาตรา ๔๙ อยู่แล้วในวันใช้เทศบัญญัติหรือข้อบังคับซึ่งได้ออกตามความในมาตรานั้น ๆ ต้องขอรับใบอนุญาตภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันใช้เทศบัญญัติหรือข้อบังคับ
มาตรา ๖๖ บรรดาเทศบัญญัติหรือข้อบังคับที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ออกตามความในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พุทธศักราช ๒๔๗๗ และพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๒ ให้ใช้ได้เท่าที่ไม่ขัดกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ส่วนใบอนุญาตที่ได้ออกตามเทศบัญญัติหรือข้อบังคับนั้น ให้ยังคงใช้อยู่ได้จนกว่าจะสิ้นอายุใบอนุญาตนั้น
หมวด ๙ บทกำหนดโทษ
มาตรา ๖๗ ผู้ใดฝ่าฝืนเทศบัญญัติหรือข้อบังคับซึ่งได้ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท
มาตรา ๖๘ ผู้ใดประกอบการค้าประเภทหนึ่งประเภทใดซึ่งกำหนดให้ควบคุมตามมาตรา ๘ โดยมิได้รับใบอนุญาต มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท และให้ศาลมีอำนาจสั่งห้ามผู้กระทำผิดมิให้ประกอบการค้านั้นต่อไป แต่คำสั่งห้ามที่ว่านี้ให้ระงับไปเมื่อผู้นั้นได้รับใบอนุญาตแล้ว
มาตรา ๖๙ ผู้รับใบอนุญาตให้ประกอบการค้าใด ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขซึ่งได้กำหนดไว้ตามมาตรา ๘ หรือมาตรา ๙ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท และปรับอีกวันละไม่เกินสิบบาททุกวันตลอดเวลาที่คงกระทำผิดอยู่ นับแต่วันที่ศาลพิพากษา
มาตรา ๗๐ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๔ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท และศาลมีอำนาจบังคับให้ผู้กระทำผิดปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นนั้น
มาตรา ๗๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๕ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท และปรับอีกวันละไม่เกินสิบบาททุกวันตลอดเวลาที่คงกระทำผิดอยู่ นับแต่วันที่ศาลพิพากษา
มาตรา ๗๒ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๑๖ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท และศาลมีอำนาจบังคับให้ผู้กระทำผิดปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นนั้น
มาตรา ๗๓ ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศห้ามของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๑๗ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานสาธารณสุขตามมาตรา ๑๘ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท และให้ศาลมีอำนาจบังคับให้รื้อส้วม ที่รับหรือใส่อุจจาระ หรือที่ปัสสาวะเสียได้
มาตรา ๗๔ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๒๐ หรือมาตรา ๒๑ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท
วรรคสองส่วนเรื่องเหตุรำคาญนั้น ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ปฏิบัติตามมาตรา ๒๓ โดยไม่ต้องคำนึงว่ามีบุคคลถูกลงโทษตามมาตรานี้หรือไม่
มาตรา ๗๕ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๘ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท
มาตรา ๗๖ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๐ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท
มาตรา ๗๗ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๕ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท และให้ศาลมีอำนาจห้ามใช้สถานที่นั้นเป็นตลาดต่อไป แต่คำสั่งห้ามที่ว่านี้ ให้ระงับไปเมื่อผู้นั้นได้รับใบอนุญาตแล้ว
ข้อความจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับที่มีผลตั้งแต่ 1984-10-09
ระบบนี้ไม่ใช่ต้นฉบับทางการ โปรดตรวจกับ เอกสารของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗ หรือราชกิจจานุเบกษาก่อนใช้อ้างอิง