คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5388/2545 ย่อ (หลักกฎหมาย) จำเลยแต่งตั้งบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ค. เป็นตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีลักษณะเป็นสัญญาตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797 นิติสัมพันธ์ระหว่างบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ค. กับจำเลยหาใช่เป็นเรื่องที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ค. ประกอบการค้าในการดูแลกิจการของจำเลยแต่อย่างใดไม่ เพราะบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ค. จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยอันเป็นการกระทำในฐานะตัวแทนในกิจการของจำเลย การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ค. ทดรองจ่ายแทนจำเลย จึงเป็นเรื่องตัวแทนเรียกเอาเงินที่ได้ทดรองจ่ายไปในกิจการอันตัวการมอบหมายแก่ตนจากตัวการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 816 วรรคหนึ่ง ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่น ต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ไม่ใช่กรณีที่โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของจำเลยหรือรับทำการงานต่าง ๆ ของจำเลย คดีโจทก์จึงไม่อยู่ในบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34(7) ซึ่งมีอายุความ 2 ปีจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ครั้งสุดท้ายวันที่ 19 กันยายน 2540 นับถึงวันฟ้องยังไม่ถึง 10 ปีฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ คำพิพากษา โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,801,780.09 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงิน 1,027,609.59 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,027,609.59 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 17 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 20 กันยายน 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้เมื่อรวมต้นเงินกับดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (วันที่ 30 พฤศจิกายน 2543)ต้องไม่เกิน 1,801,780.09 บาท ตามที่โจทก์ขอจำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายในประเด็นเรื่องอายุความเพียงประเด็นเดียว ขออนุญาตอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยและสั่งในคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาว่าส่งสำเนาให้โจทก์พร้อมสำเนาอุทธรณ์จะคัดค้านอย่างไรให้ยื่นคำคัดค้านภายในกำหนดเวลายื่นคำแก้อุทธรณ์ มิฉะนั้นจะถือว่าไม่คัดค้าน ซึ่งโจทก์รับสำเนาอุทธรณ์และคำร้องแล้วโจทก์ยื่นคำแก้อุทธรณ์โดยไม่มีคำคัดค้านคำร้องดังกล่าว ดังนั้น แม้ศาลชั้นต้นจะเพียงมีคำสั่งรับคำแก้อุทธรณ์ของโจทก์ แล้วให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกา โดยมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกากรณีก็พอให้ถือได้ว่าคำสั่งที่ให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกา เป็นคำสั่งอนุญาตให้อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่งแล้วศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีมีปัญหาวินิจฉัยเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์มุ่งหวังกำไรทางธุรกิจจากค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นผู้ดูแลกิจการซื้อขายหลักทรัพย์ต่าง ๆ ของจำเลย เรียกร้องเงินที่ได้ทดรองจ่ายแทนจำเลยไป จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34(7) ซึ่งมีอายุความ 2 ปี เห็นว่า จำเลยแต่งตั้งบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์คาเธ่ย์ทรัสต์ จำกัด เป็นตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งการที่จำเลยแต่งตั้งบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์คาเธ่ย์ทรัสต์ จำกัด เป็นตัวแทนดังกล่าวมีลักษณะเป็นสัญญาตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797 นิติสัมพันธ์ระหว่างบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์คาเธ่ย์ทรัสต์ จำกัด กับจำเลย หาใช่เป็นเรื่องที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์คาเธ่ย์ทรัสต์ จำกัด ประกอบการค้าในการดูแลกิจการของจำเลยแต่อย่างใดไม่เพราะบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์คาเธ่ย์ทรัสต์ จำกัด จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยอันเป็นการกระทำในฐานะตัวแทนในกิจการของจำเลย การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์คาเธ่ย์ทรัสต์ จำกัด ทดรองจ่ายแทนจำเลยกรณีจึงเป็นเรื่องตัวแทนเรียกเอาเงินที่ได้ทดรองจ่ายไปในกิจการอันตัวการมอบหมายแก่ตนจากตัวการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 816 วรรคหนึ่ง ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่น ต้องใช้อายุความ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ไม่ใช่กรณีที่โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของจำเลยหรือรับทำการงานต่าง ๆ ของจำเลย คดีโจทก์จึงไม่อยู่ในบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34(7) ซึ่งมีอายุความ 2 ปี ดังอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ครั้งสุดท้ายวันที่ 19 กันยายน 2540 นับถึงวันฟ้องยังไม่เกิน 10 ปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน องค์คณะ: โนรี จันทร์ทร - สายันต์ สุรสมภพ - พิชิต คำแฝง กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 797, ป.พ.พ. มาตรา 816, ป.พ.พ. มาตรา 193/30, ป.พ.พ. มาตรา 193/34, ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ แหล่งที่มา: สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ