คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1089/2551

เนติบัณฑิตยสภา

ย่อ

1การประกอบกิจการรับซื้อขาย แลกเปลี่ยน สะสมวัตถุสิ่งของที่ชำรุด ใช้แล้ว เหลือใช้ จำพวกกระดาษ เหล็ก พลาสติก ขวดหรือสิ่งของเก่าอื่น ๆ อันเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง ส่วนการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่มีคำสั่งให้เคลื่อนย้ายกองวัสดุสิ่งของเก่า หรือให้ต่อใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง แสดงว่าเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการแยกเป็นคนละกระทงความผิดกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ตาม ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 80 บัญญัติว่า ผู้ดำเนินกิจการผู้ใดดำเนินกิจการในระหว่างที่มีคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้หยุดดำเนินการหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 45 มาตรา 52 หรือมาตรา 65 วรรคสอง โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและปรับอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ดังนั้นที่

2ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาลงโทษปรับจำเลยเป็นรายวันตลอดเวลาที่จำเลยยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามฟ้องซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้ทำได้จึงไม่เป็นการลงโทษปรับจำเลยซ้ำซ้อน

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน โดยเมื่อระหว่างวันที่ 9 เมษายน 2547 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จนถึงวันฟ้องต่อเนื่องกันตลอดมา จำเลยประกอบกิจการรับซื้อขาย แลกเปลี่ยน สะสมวัตถุ สิ่งของที่ชำรุดใช้แล้ว เหลือใช้ จำพวก กระดาษ เหล็ก พลาสติก ขวด หรือสิ่งของเก่าอื่น ๆ อันเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพที่บ้านเลขที่ 152/2 หมู่ที่ 5 ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2547 เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพบการกระทำความผิดของจำเลยมีคำสั่งให้จำเลยเคลื่อนย้ายกองวัสดุสิ่งของเก่า สิ่งของชำรุด ใช้แล้ว เหลือใช้ จำพวกกระดาษ เหล็ก พลาสติก ขวด หรือสิ่งของเก่าอื่น ๆ ดังกล่าวที่ชิดขอบถนนใกล้กับสถานประกอบกิจการของจำเลยให้ห่างจากขอบถนน 2 เมตร หรือให้อยู่ในรั้วรอบขอบชิดของสถานประกอบกิจการของจำเลย และให้จำเลยยื่นคำขอใบอนุญาตหรือขอต่อใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่จำเลยได้รับทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าว ซึ่งจำเลยได้ทราบคำสั่งดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2547 และจำเลยจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวภายในวันที่ 5 ตุลาคม 2547 ครั้นถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2547 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง และเวลากลางวันต่อเนื่องกันตลอดมาจนถึงวันฟ้อง จำเลยฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวโดยจำเลยยังคงเว้นไม่เคลื่อนย้ายกองวัสดุสิ่งของเก่า สิ่งของที่ชำรุด ใช้แล้ว เหลือใช้ จำพวกกระดาษ เหล็ก พลาสติก ขวด หรือสิ่งของเก่าอื่น ๆ ดังกล่าว ที่ชิดขอบถนนใกล้กับสถานประกอบกิจการของจำเลยดังกล่าว และจำเลยงดเว้นไม่ยื่นคำขอใบอนุญาตหรือขอต่อใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่รับทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวตลอดมา ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 31, 32, 33, 45, 71, 80 และปรับจำเลยอีกไม่เกินวันละ 5,000 บาท ตลอดเวลาที่จำเลยยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นนับแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2547 ถึงวันฟ้อง และถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตามคำสั่ง

2จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง, 45 วรรคหนึ่ง, 71, 80 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท ฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น จำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท รวมจำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท และปรับจำเลยเป็นรายวันอีกวันละ 500 บาทนับแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2547 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน

3จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 250 บาท นับแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2547 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

4จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า "

5คดี มี ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า การกระทำผิดของจำเลยตามฟ้องเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 หรือเป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

6จำเลยฎีกาว่าจำเลยประกอบกิจการค้ารับซื้อขาย แลกเปลี่ยน สะสมวัตถุสิ่งของที่ชำรุดให้แล้ว เหลือใช้จำพวกกระดาษ เหล็ก พลาสติก ขวด หรือสิ่งของเก่าอื่น ๆ อันเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำผิดสำเร็จแล้ว เมื่อเจ้าพนักงานมีคำสั่งให้จำเลยเคลื่อนย้ายกองวัสดุดังกล่าว และให้จำเลยยื่นคำขอต่อใบอนุญาตประกอบกิจการภายใน 15 วัน แต่จำเลยไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้ โดยจำเลยมิได้ประกอบกิจการผิดกฎหมายเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทเท่านั้น เห็นว่า การประกอบกิจการรับซื้อขาย แลกเปลี่ยน สะสมวัตถุสิ่งของที่ชำรุด ใช้แล้ว เหลือใช้ จำพวกกระดาษ เหล็ก พลาสติก ขวดหรือสิ่งของเก่าอื่น ๆ อันเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง ส่วนการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่มีคำสั่งให้เคลื่อนย้ายกองวัสดุสิ่งของเก่า หรือให้ต่อใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง แสดงว่าเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการแยกการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่ได้รับใบอนุญาต กับการฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้เป็นคนละกระทงความผิดกันการกระทำผิดของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่

7จำเลยฎีกาในทำนองว่า การที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยการจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาทแล้ว ยังลงโทษปรับเป็นรายวันอีกวันละ 500 บาท อีกสถานหนึ่งด้วยนั้นเป็นการลงโทษปรับที่ซ้ำซ้อนกัน ขอให้ศาลเลือกลงโทษปรับเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 80 บัญญัติว่า ผู้ดำเนินกิจการผู้ใดดำเนินกิจการในระหว่างที่มีคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้หยุดดำเนินกิจการหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 45 มาตรา 52 หรือมาตรา 65 วรรคสอง โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและปรับอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ดังนั้นที่

8ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาลงโทษปรับจำเลยเป็นรายวันตลอดเวลาที่จำเลยยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามฟ้องซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้ทำได้จึงไม่เป็นการลงโทษปรับจำเลยซ้ำซ้อนดังที่

9จำเลยฎีกาแต่อย่างใด ที่ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

10พิพากษายืน

(เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ - สบโชค สุขารมณ์ - มนูพงศ์ รุจิกัณหะ)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 33, พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 45, ป.อ. มาตรา 91, พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 80, พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 31, พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 32, พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 71, ป.อ. มาตรา 78, ป.อ. มาตรา 29, ป.อ. มาตรา 30, ป.อ. มาตรา 90

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ