D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2191/2536

ผล: แก้ อาญา

คำสั่งคำร้องที่ 2191/2536พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์โจทก์ นายจำรัส บุญแย้มจำเลย นายสุชาติ น้อยคนดี ทนายจำเลย ผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหาย ผู้ยื่นคำร้อง

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ความว่า เนื่องจากจำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่ผู้เสียหายแล้วผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป ประสงค์ขอถอนคำร้องทุกข์ โปรดอนุญาตหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่

2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 3,4 ให้ จำคุก 8 เดือน

3จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 4 เดือน ส่วนที่ โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษคดีอาญา หมายเลขดำที่ 225/2535 และ 226/2535 ของศาลนี้นั้น ไม่ปรากฏว่าศาลได้มีคำพิพากษาในคดีทั้งสองดังกล่าวแล้ว จึงไม่อาจนับโทษต่อให้ได้ ให้ยกคำขอส่วนนี้

4ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 3 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 1 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น

5จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 64) จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 67)ผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 65)คำสั่งคดีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้และยังไม่ถึงที่สุด เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อม ระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2191/2536พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์โจทก์นายจำรัส บุญแย้มจำเลยนายสุชาติ น้อยคนดี ทนายจำเลยผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 39 (2)ความว่า เนื่องจากจำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่ผู้เสียหายแล้วผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป ประสงค์ขอถอนคำร้องทุกข์ โปรดอนุญาตหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่

6ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 3,4 ให้ จำคุก 8 เดือน

2จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 4 เดือน ส่วนที่ โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษคดีอาญา หมายเลขดำที่ 225/2535 และ 226/2535 ของศาลนี้นั้น ไม่ปรากฏว่าศาลได้มีคำพิพากษาในคดีทั้งสองดังกล่าวแล้ว จึงไม่อาจนับโทษต่อให้ได้ ให้ยกคำขอส่วนนี้

3ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 3 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 1 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น

4จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 64) จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 67)ผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 65)คำสั่งคดีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้และยังไม่ถึงที่สุด เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อม ระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ(ปราโมทย์ บุนนาค-ยงยุทธ ธารีสาร-ยรรยง ปานุราช)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:

(ปราโมทย์ บุนนาค - ยงยุทธ ธารีสาร - ยรรยง ปานุราช)