คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2521

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยเสร็จแล้วและจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ระหว่างนัดรอฟังคำพิพากษา จำเลยยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมที่รับสารภาพ ขอให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์โดยอ้างเหตุว่าจำเลยถูกเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายฝ่ายขู่เข็ญหลอกลวงให้รับสารภาพ ให้คำมั่นว่าแม้จะรับสารภาพก็ไม่ต้องถูกจำคุกเพราะจะออกกฎหมายไม่เอาโทษภายหลัง จำเลยหลงเชื่อจึงให้การรับสารภาพ ต่อเมื่อจำเลยได้รับคำชี้แจงจากทนายความว่าไม่เป็นความจริง จึงขอต่อสู้คดีนั้น เมื่อปรากฏว่าขณะ

2จำเลยให้การรับสารภาพนั้น จำเลยไม่มีทนาย และเหตุผลที่จำเลยอ้างกล่าวก็อาจเป็นไปได้ ทั้งในคดีอาญาจำเลยมีสิทธิต่อสู้คดีได้เต็มที่อยู่แล้ว รูปคดีสมควรให้จำเลยแก้คำให้การได้ตามคำร้อง

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ กับมีอาวุธปืนและวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138,140, 289, 83, 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายนพ.ศ. 2514 ข้อ 2, 3 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501มาตรา 4, 5 กฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2501) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 กับให้ริบของกลาง

2จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องจริงทุกประการ และไม่ต้องการทนายความเมื่อศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยเสร็จแล้วจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ระหว่างนัดรอฟังคำพิพากษา จำเลยยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิม ขอให้การปฏิเสธตลอดข้อหา โดยอ้างเหตุว่าจำเลยถูกเจ้าหน้าที่ขู่เข็ญ หลอกลวงให้รับสารภาพ ให้คำมั่นว่าแม้จำเลยจะให้การรับสารภาพก็ไม่ต้องถูกจำคุก เพราะจะออกกฎหมายไม่เอาโทษในภายหลัง จำเลยหลงเชื่อจึงให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องและพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(2) เพียงบทเดียว ให้ประหารชีวิตจำเลยของกลางริบ

3จำเลยอุทธรณ์ว่า การรับสารภาพของจำเลยเกิดจากการถูกบังคับขู่เข็ญหลอกลวง และพยานหลักฐานโจทก์ก็ไม่พอฟังลงโทษจำเลย ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องโดยไม่อนุญาตให้จำเลยถอนคำให้การเดิมเป็นการไม่ชอบ ขอให้

4พิพากษากลับหรือลดโทษแก่จำเลยศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องจำเลยชอบแล้วคดีฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดจริง แต่คำรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา

5พิพากษาแก้โดยลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(2) ให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิต นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และ

6จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหาว่ามีเหตุอันควรให้จำเลยแก้ไขคำให้การหรือไม่ว่า คดีได้ความว่า ในตอนแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้อง

7จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องจริง และไม่ต้องการทนายความ ครั้นระหว่างรอฟังคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิม ขอให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ตลอดข้อหา โดยอ้างเหตุว่าถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลขู่เข็ญหลอกลวงต่าง ๆ จำเลยหลงเชื่อจึงให้การรับสารภาพการขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การ มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 วรรค 2 ว่า "เมื่อมีเหตุอันควรจำเลยอาจยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของเขาก่อนศาลพิพากษา ถ้าศาลเห็นสมควรอนุญาตก็ให้ส่งสำเนาแก่โจทก์" ในกรณีคดีนี้จำเลยอ้างเหตุผลในการขอแก้คำให้การว่า ที่

8จำเลยให้การรับสารภาพไปก่อนนั้น เพราะจำเลยถูกเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายฝ่ายขู่เข็ญหลอกลวงโดยให้คำมั่นว่า แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพก็ไม่ต้องถูกจำคุก เพราะจะออกกฎหมายไม่เอาโทษภายหลัง จำเลยหลงเชื่อจึงให้การรับสารภาพ เหตุผลที่จำเลยอ้างดังกล่าวก็เป็นเหตุผลที่อาจเป็นไปได้ เพราะขณะ

9จำเลยให้การรับสารภาพ จำเลยไม่มีทนายความ ต่อเมื่อได้รับคำชี้แจงจากทนายความแล้ว จำเลยจึงเข้าใจเรื่องราวถูกต้อง นับว่าเป็นเหตุผลอันควร ประกอบกับในคดีอาญาจำเลยมีสิทธิต่อสู้คดีได้เต็มที่ จะให้การต่อสู้คดีอย่างไร หรือไม่ยอมให้การเลยก็ได้ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 135 วรรค 1ศาลฎีกาเห็นว่าตามรูปคดีสมควรที่จะอนุญาตให้จำเลยแก้ไขคำให้การได้ตามคำร้อง ที่ศาลล่างทั้งสองไม่อนุญาตให้จำเลยแก้คำให้การนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น ดังนั้นฎีกาข้ออื่นของจำเลยและฎีกาของโจทก์จึงไม่จำต้องวินิจฉัยในชั้นนี้พิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยถอนคำให้การเดิม และยกคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาต่อไป และพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

(เฟื่องขจิต รัศมิภูติ - จันทร์ ระรวยทรง - โสพิทย์ คังคะเกตุ)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.อ. มาตรา 138, ป.อ. มาตรา 140, ป.อ. มาตรา 289, ป.อ. มาตรา 83, ป.อ. มาตรา 91, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 4, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 5, ป.อ. มาตรา 78, ป.วิ.อ. มาตรา 163, ป.วิ.อ. มาตรา 135

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ