คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 516/2492 ย่อ (หลักกฎหมาย) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ไม่อุทธรณ์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้องได้ จำเลยที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาปล่อย แต่ยังไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ไม่มีสิทธิฎีกาสำหรับจำเลยคนนั้น โจทก์ยื่นฎีกาก่อนวันจำเลยฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ไม่มีสิทธิฎีกา. คำพิพากษา โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ๔ คน คือ นายมี นายเกี้ยนห้วย, นายดำและนายทิน ฐานปล้นทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งหมดตามฟ้อง นอกจากนายทินจำเลยให้ยกฟ้อง นายมี นายดำจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีส่วนตัวนายทินจำเลยถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้น เพราะโจทก์ไม่อุทธรณ์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาขอให้ลงโทษนายทินจำเลยไม่ได้ ส่วนนายเกี้ยนห้วยจำเลย ปรากฎว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาปล่อย แต่ยังไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกา ฝ่ายนายมีจำเลยฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๙๑ แต่โจทก์ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ ๗ เดือนเดียวกัน ก่อนวันที่นายมีฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาเช่นเดียวกัน คดีคงมีปัญหาฉะเพาะนายดำจำเลย ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า นายดำจำเลยสมคบกับผู้ร้ายทำการชิงทรัพย์รายนี้ พิพากษายืนในข้อที่ให้ปล่อยนายดำจำเลย องค์คณะ: นนทปัญญา - ธรรมบัณฑิต - นาถปรีชา กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 216, ป.วิ.อ. มาตรา 15, ป.วิ.อ. มาตรา 188, . ป.วิ.พ. มาตรา 147 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา