1ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์ไม่อุทธรณ์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้องได้ จำเลยที่
2ศาลอุทธรณ์พิพากษาปล่อย แต่ยังไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ไม่มีสิทธิฎีกาสำหรับจำเลยคนนั้น โจทก์ยื่นฎีกาก่อนวันจำเลยฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ไม่มีสิทธิฎีกา.
1โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ๔ คน คือ นายมี นายเกี้ยนห้วย, นายดำและนายทิน ฐานปล้นทรัพย์
2จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งหมดตามฟ้อง นอกจากนายทินจำเลยให้ยกฟ้อง นายมี นายดำ
3จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง
4ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีส่วนตัวนายทินจำเลยถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้น เพราะโจทก์ไม่อุทธรณ์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาขอให้ลงโทษนายทินจำเลยไม่ได้ ส่วนนายเกี้ยนห้วยจำเลย ปรากฎว่า
5ศาลอุทธรณ์พิพากษาปล่อย แต่ยังไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกา ฝ่ายนายมีจำเลยฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๙๑ แต่โจทก์ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ ๗ เดือนเดียวกัน ก่อนวันที่นายมีฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาเช่นเดียวกัน คดีคงมีปัญหาฉะเพาะนายดำจำเลย ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า นายดำจำเลยสมคบกับผู้ร้ายทำการชิงทรัพย์รายนี้
6พิพากษายืนในข้อที่ให้ปล่อยนายดำจำเลย